สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

ประกาศิต กายะสิทธิ์ แถลงว่า ขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน โดยเน้นย้ําว่า กรอบหลักการในการกระจายอํานาจได้กำหนดไว้ แต่ขาดระเบียบปฏิบัติในการใช้จ่าย และขอเสนอแนวทางแก้ไข ประกาศิต กายะสิทธิ์ ยังหารือเรื่องการบูรณาการงานระหว่างหน่วยงาน โดยขอให้มองว่าเป็นการสร้างโอกาสในการสนับสนุนกิจกรรมหลักของกระทรวง และเรียกร้องการตรวจสอบและโปร่งใสในการดำเนินการ นอกจากนี้ยังพูดเรื่องงบประมาณที่มีภาระให้กับท้องถิ่น และเสนอให้เปิดพื้นที่ให้ท้องถิ่นที่มีความพร้อมในการดำเนินการ

นายประกาศิต กายะสิทธิ์ ผู้ชี้แจงในนามคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณ ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการทุกท่าน ท่านสมาชิกสภา ผมขออนุญาตเน้นย้ํานิดเดียว นะครับว่า อาจจะมีความสงสัยนะครับ เพราะมันก็จะมีประเด็นอยู่เหมือนกันว่าจริง ๆ แล้ว มันมีความจําเป็นมากน้อยแค่ไหน ในเมื่อก็มีหน่วยงานภาครัฐที่ทํางานทางด้านนี้อยู่แล้ว ทีนี้จากการวิเคราะห์คิดว่ามันมีประเด็นที่ทางด้านท่านวิเชียรก็ได้ชี้แจงไปแล้ว จัดออกมาอยู่ ๔ ประเด็น อยากจะขอชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อมูลสําหรับท่านสมาชิกในการวินิจฉัยนะครับ ก็คืออันแรก ก็คือว่าด้วยเรื่องของอํานาจหน้าที่ มีการพูดกล่าวกันค่อนข้างมากว่าเป็นอํานาจ หน้าที่โดยตรงหรือเปล่า อันนี้ก็ขอชี้แจงว่าโดยกรอบที่ท่านวิเชียรได้ชี้แจงก็คือว่า โดยกรอบใหญ่ โดยหลักการในเรื่องของการกระจายอํานาจได้กําหนดหลักการในการทํางานเอาไว้แล้ว แต่สิ่งที่ ขาดก็คือตัวรูปแบบหรือระเบียบในการที่จะนําไปปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับระบบงบประมาณ ในการใช้จ่าย เพราะฉะนั้นในเรื่องของอํานาจหน้าที่ คิดว่าตัวนี้ก็จะสอดคล้องนอกเหนือจาก ตัวเรื่องของการกระจายอํานาจแล้ว แม้แต่ตัว พ.ร.บ. ของผู้สูงอายุเอง ตัว พ.ร.บ. หลักเลย ในการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุก็ได้กําหนดในเรื่องของการรูปแบบถึง ๑๓ ประการ ที่ท่านได้ นําเสนอไปแล้วว่ามันจะมีการพัฒนาคุณภาพในด้านใดบ้าง ซึ่งก็ประสบปัญหาแบบเดียวกันครับ คือตัว พ.ร.บ. หลัก ได้กล่าวถึงในเฉพาะของตัวหลักการ แล้วก็ข้อควรปฏิบัติ แต่ว่าแนวทาง ปฏิบัติไม่ได้ถูกระบุ ซึ่งก็จะเป็นหน้าที่ของตัวระเบียบหรือกฎหมายรอง ซึ่ง ณ ปัจจุบันไม่มี ก็เลยนํามาสู่ข้อเสนออันนี้ อันนั้นคือประเด็นแรกที่ทางด้านของงานวิชาการได้ทํามาในเรื่อง ของขอบเขตอํานาจหน้าที่

อันที่ ๒ มันก็จะมีประเด็นในเรื่องของความซ้ําซ้อนของงาน ทีนี้ขออนุญาต นําเสนออีกครั้งหนึ่งว่า ตัวระเบียบตัวนี้อย่างที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการได้นําเสนอมันเป็น การเปิดแพลตฟอร์ม (Platform) การทํางานมันเป็นการเปิดแพลตฟอร์ม (Platform) การบูรณาการ ในพื้นที่ ไม่ใช้งบที่ไปทํากิจกรรมโดยตรงนะครับ แต่ว่าเปิดพื้นที่แล้วก็สร้างระเบียบว่าสามารถ ที่จะได้นํางบมาสานเสริมกับกิจกรรมหลักที่แต่ละกระทรวงที่เป็นเจ้าภาพได้ดําเนินการอยู่แล้ว แต่ว่าอาจจะขาดตัวเชื่อมประสานหรือว่าความเพียงพอในพื้นที่ เพราะฉะนั้นตัวนี้จะเป็น ตัวเปิดแพลตฟอร์ม (Platform) การทํางานให้สามารถทํางานได้ตามระเบียบที่เบิกจ่ายได้ ตามจริงตามตรง เพราะฉะนั้นข้อที่ ๒ ในเรื่องของการซ้ําซ้อนก็อยากจะให้มองว่าเป็นการสานเสริม มากกว่า เป็นการสานเสริมการทํางานกับหน่วยงานหลักของกระทรวงที่ลงไปนะครับ

สําหรับข้อที่ ๓ ในเรื่องของความโปร่งใส อันนี้ท่านก็ได้ชี้แจงชัดเจนอีกเช่นกัน ว่ามันเป็นคนละเรื่อง คนละกระบวนการว่า ถ้าหากว่ามีการดําเนินการตรงนี้เปิดแพลตฟอร์ม (Platform) การทํางานตรงนี้ กระบวนการตรวจสอบ อย่างเช่น ณ ปัจจุบันจากข้อมูลที่มี เวลาที่ สตง. ไปตรวจสอบไม่ได้พบเรื่องของการทุจริตเป็นหลัก แต่พบว่ามันไม่มีระเบียบ รองรับมากกว่า เพราะฉะนั้นการออกระเบียบตัวนี้ก็จะช่วยเปิดช่องเปิดโอกาสตรงนั้นได้ สําหรับการตรวจสอบก็ยังคงมีตามขั้นตอนปกติต่อไป ซึ่งประชาชนในพื้นที่ก็จะมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบด้วยเช่นกัน เพราะว่าเวลาที่เขาจะนํางบประมาณของท้องถิ่นมาใช้มันก็ มีความจําเป็นจะต้องเข้าสู่เทศบัญญัติ มีความจําเป็นจะต้องเข้าสู่สภาของท้องถิ่นในการที่จะ กําหนดงบประมาณ ซึ่งก็จะมีขั้นตอนการตรวจสอบในท้องถิ่นอีกเช่นกัน

สําหรับสุดท้ายก็คือในเรื่องของงบประมาณว่ามันจะเป็นภาระให้กับตัวท้องถิ่น ที่มีสภาพงบประมาณที่ไม่เพียงพอหรือเปล่า อันนี้ก็อย่างที่เรียนอีกเช่นกันว่ามันคือการเปิด พื้นที่ให้กับท้องถิ่นที่มีความพร้อมในการดําเนินการ แล้วต่อไปถ้าหากว่ามันมีความจําเป็น และเราเห็นประสิทธิภาพของการทํางานจริง ๆ ผมเชื่อว่าในส่วนกลางก็คงจะมีงบประมาณ ลงไปสนับสนุนเช่นกันนะครับ เพราะฉะนั้นใน ๔ ประเด็นในเรื่องของอํานาจหน้าที่ ในเรื่อง ของความซ้ําซ้อน ในเรื่องของความโปร่งใส ในเรื่องภาระทางด้านงบประมาณ ผมคิดว่า เป็นสิ่งที่บริหารจัดการได้ แล้วก็เป็นสิ่งที่มีความจําเป็นจริง ๆ ถ้าเกิดว่าเรามีความเห็นว่า คําตอบสุดท้ายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรมันอยู่ที่ท้องถิ่น ก็มีความจําเป็น ที่จะต้องเปิดช่องว่างพื้นที่ดําเนินการให้กับท้องถิ่นด้วยเช่นกัน ขออนุญาตนําเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ