กษิต เสนอส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคมผ่านเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและบูรณาการกองทุนเดิม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ หารือการส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคมในบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเสนอให้ธนาคารของรัฐสนับสนุนเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และเชื่อมโยงกับโครงการในพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมเน้นการใช้กองทุนและหน่วยงานที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพผ่านการบูรณาการร่วมกัน แทนการตั้งหน่วยงานหรือกองทุนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นระบบ

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ ครับ ผมก็ขอแสดงความชื่นชนต่อคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจ คือที่ได้นําเอาเรื่องนี้เข้ามาสู่ที่ประชุมของ สปท. เพราะเป็นเรื่องที่เหมาะสม แล้วผมคิดว่า พวกเราใน สปท. ควรจะรับรู้การเปลี่ยนแปลงของวิธีการทําธุรกิจในโลกกว้าง และใน ประเทศไทย ที่เดิมการทําธุรกิจโดยทั่ว ๆ ไปนั้นก็เพื่อจะหากําไร แต่บริบทของโลก ของสังคม ก็เริ่มที่จะกําหนดว่า จะทําธุรกิจนั้นจะต้องคิดถึงสังคม ซึ่งรวมทั้งชีวิตของ ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปรอบ ๆ โรงงาน หรือการทําการเกษตรที่ไม่ไปทําลายสิ่งแวดล้อม แล้วก็ การทําธุรกิจที่จะได้แบ่งปันกําไร หรือประโยชน์กันให้ทั่วถึงให้มากที่สุด โดยเฉพาะ การทําธุรกิจที่จะร่วมมือกับชุมชนเป็นสําคัญนะครับ โดยบริษัทเอกชนกับทางชุมชน แล้วก็แบบอย่างที่ดีงามเป็นที่โด่งดังทั่วโลก ก็ขออนุญาตเอ่ยชื่อของ คุณมีชัย วีระไวทยะ ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลไทยแรก ๆ ของโลก แล้วก็ของประเทศไทยที่ได้มีการจัดทําวิสาหกิจ เพื่อสังคม แต่ในช่วงประมาณสัก ๕ ปีที่ผ่านมานั้นเยาวชนไทยคนหนุ่มสาว ก็เริ่มมีธุรกิจ ของตนเองเพื่อสังคม แล้วก็มีชุมชนอีกหลายชุมชนกระจัดกระจายทั่วประเทศที่เข้ามา ทําธุรกิจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม หาความมั่งมีให้กับชุมชนของเขานะครับ เพราะฉะนั้น มันเป็นแนวโน้มในโลกที่กําลังจะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง แล้วก็ไปสอดคล้องกับแนวคิดเรื่อง การจะลดอุณหภูมิของโลก คือเรื่องโลกร้อน ที่ได้มีข้อตกลงกันที่กรุงปารีสเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อสังคม หรือในทางปฏิบัติคือธุรกิจ เพื่อสังคมนั้นเป็นสิ่งที่ดี แล้วจะต้องให้มีการรับรู้อย่างกว้างในแวดวงของทางภาคเอกชน ผมก็ไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการได้ติดต่อกับทางสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคม ธนาคาร มาก น้อย แค่ไหน แล้วก็เรื่องนี้ได้ลงไปสู่หอการค้าในทุก ๆ จังหวัดของประเทศไทย หรือไม่ว่าจะทําอะไรต่อไปนี้แล้ว เรื่องชุมชน เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่สําคัญ หรือการที่จะประสานงานกับบรรดามหาวิทยาลัยทั้งหมด ว่าต่อไปนี้ในคณะเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ บัญชี นิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ก็ต้องมี การเรียนการสอนเยาวชนรุ่นใหม่ของเราว่าต่อไปนี้กําไรไม่ใช่เป็นตัวตั้ง แต่ความยั่งยืน ความเสมอภาค ความยุติธรรมเป็นเรื่องที่สําคัญยิ่งเพื่อให้สังคมนั้นอยู่กันได้ อีกทั้งเราก็ได้ ประกาศที่จะนําเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้เป็น แนวทางในการปฏิบัติ ซึ่งเรื่องวิสาหกิจชุมชนก็เป็นส่วนหนึ่งของการทําธุรกิจที่ยั่งยืนภายใต้ ปรัชญานี้ ในขณะเดียวกันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็มีโครงการทดลองที่เรียกว่า โครงการในพระราชดําริถึง ๔,๐๐๐ กว่าโครงการโดยประมาณ แล้วก็โครงการเหล่านี้น่าที่จะ เป็นส่วนสําคัญของการส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม คราวนี้ก็อยู่ที่ว่าเราในฐานะ สปท. จะแนะนํากับรัฐบาลอย่างไรในการที่จะก่อให้เกิดความเชื่อมโยง แล้วก็เอาผลงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปสู่ประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โครงการใน พระราชดําริควบคู่ไปกับวิสาหกิจชุมชนมันก็จะช่วยในการที่จะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ํา คราวนี้ประเด็นสุดท้ายก็คืออย่างนี้ครับท่านประธาน แล้วหน้าที่ของ รัฐ บทบาทของรัฐควรจะเป็นอย่างไร ก็น่าจะเป็นคนที่จะต้องอํานวยความสะดวก ส่งเสริม แล้วก็ให้ความรู้ มากกว่าที่จะเป็นหน่วยงานในการที่จะเข้ามาบริหารจัดการ แล้วมันก็ไม่ต้อง ทําอะไรที่จะต้องเริ่มต้นใหม่เพราะว่า ณ วันนี้เรามีธนาคารของรัฐ จะเป็นกรุงไทย ธ.ก.ส. อาคารสงเคราะห์ ออมสิน ธนาคารอิสลาม เอสเอ็มอี (SMEs) เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ต่าง ๆ อยู่มากมาย ประเด็นคือว่ามันจะเป็นแนวนโยบายของรัฐบาลโดยการเสนอของ สปท. ได้ไหมว่าทุกธนาคารของรัฐนั้นจะต้องมีส่วนหรือแผนกที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ํามาก ๆ ได้หรือไม่ เพราะว่าคนที่จะเข้ามาทํางานทางด้านนี้ก็มักจะเป็น คนหนุ่มคนสาวที่เขาไม่มีโฉนดที่ดินที่จะไปประกัน หรือจะเป็นชุมชนที่ต้องร่วมมือกัน หลาย ๆ ฝ่าย มันก็จะไม่สามารถที่จะไปกู้เงินตามวิถีทางของธนาคารทั่ว ๆ ไปได้ แต่ถ้าเผื่อ เป็นนโยบายของรัฐบาลโดยข้อเสนอแนะของ สปท. ว่าธนาคารแห่งรัฐทั้งหมดจะต้องช่วยให้ ธุรกิจเพื่อสังคมนั้นมีการเข้าถึงซึ่งเงินกู้หรือเงินทุนในราคาถูก นั่นเป็นประเด็นที่ ๑

อันที่ ๒ ผมคิดว่าไม่มีความจําเป็นที่จะต้องมาตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่ เพราะว่า ถ้าไปดูในเอกสารงบประมาณประจําปี มันมีกองทุนของประเทศไทยอยู่ตั้ง ๒๐ กว่ากองทุน กองทุนหนึ่งก็หลายพันล้านบาท แล้วก็ ณ วันนี้ผมอยากจะฝากทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจผ่านท่านประธานไว้ด้วย ช่วยไปดูสักนิดนะครับกองทุนที่มีอยู่นี้ มันไปถึงไหนแล้วได้ประโยชน์หรือไม่ ผมคิดว่าน่าจะนํากองทุนเหล่านั้นรวมมาเป็นกองทุนเดียว ก็ได้ เพื่อที่จะพัฒนาสังคม ลดความเหลื่อมล้ํา แล้วก็ส่วนหนึ่งก็จะใช้เงินเป็นหมื่น ๆ ล้าน ในการที่จะเอามาส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐในการจะใช้ประโยชน์ จากองค์กรที่มีอยู่แล้วคือธนาคารของรัฐบาล ของหลวง แล้วก็กองทุนตั้ง ๒๐ กว่ากองทุน กระจัดกระจาย โดยเฉพาะที่กระทรวงมหาดไทย ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เราจะได้ไม่ต้องไปตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่ต้องไปตั้ง กองทุนใหม่ หรือจะไปเอาเงินลอตเตอรี่หรือจะเป็นเงินอะไรมา ผมว่าไม่ได้มีความจําเป็น ประเทศไทยมีเงินต่าง ๆ อยู่มากมาย เพียงแต่ว่าจะตะล่อมเข้ามาให้มีการบูรณาการแล้วก็มี การจัดการให้มันเป็นเรื่องเป็นราวยิ่งขึ้นได้หรือไม่ ในขณะเดียวกันก็อยากจะฝากไปทาง ท่านกรรมาธิการด้วยครับ ระหว่างนี้มันมีบริษัทหรือว่าวิสาหกิจชุมชนของคนหนุ่มคนสาว ของท้องที่มากมายเลยประเทศไทย ถ้าเผื่อจะประมวลแล้วมาให้พวกเราได้เห็นก็น่าจะเป็นประโยชน์ยิ่ง และถ้าเผื่อเราจะไป ร่วมกันไปดูงานก็จะเป็นประโยชน์ยิ่ง ผมถือว่าอันนี้สามารถที่จะเป็นวาระแห่งชาติเหมือนกับ เรื่องเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วเราได้คุยกันเรื่องเศรษฐกิจชีวภาพ มันจะเป็นการหันเหทิศทางของ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นกิจจะลักษณะ แต่ผมขอ ตั้งเป็นข้อเตือนว่าจะทําอะไรไม่ทําอะไรอย่าเพียรพยายามในการที่จะตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ ขยายหน่วยงานรัฐ แล้วก็หาเงินเพื่อจะมาตั้งกองทุนใหม่ ที่มีอยู่เราสามารถที่จะกระทําได้ และเราก็มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม มีสํานักงานเศรษฐกิจการคลังที่กระทรวงการคลัง เราก็มีอะไรต่าง ๆ อยู่ มันเป็นเรื่องของการประสานงานและการบูรณาการ ใช้หน่วยงาน ที่มีอยู่ให้มันได้ผลเต็มที่โดยการอะไรครับช่วยตะล่อมขับเคลื่อนของ สปท. เป็นสําคัญ และโดยการที่จะเสนอให้รัฐบาลนั้นมีข้อตัดสินใจ เพื่อให้มีการปฏิรูปประเทศไทย โดยเฉพาะ การลดความเหลื่อมล้ําในสังคมไทยเป็นสําคัญ ขอขอบคุณครับท่านประธาน