คุรุจิต นาครทรรพ หารือการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยสนับสนุนร่างระเบียบแต่เตือนถึงปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณและการขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน จึงเสนอให้มีการรวมบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขในคณะกรรมการและจัดสรรงบประมาณผ่านองค์กรท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เพื่อความยั่งยืนของโครงการ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ครับ ก่อนอื่นอยากจะเรียนว่าผมก็เห็นด้วย ในหลักการกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ในหัวข้อ เรื่อง การพัฒนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เอื้อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถ ดําเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตและดูแลผู้สูงอายุ โดยที่ทําออกมาเป็นร่างระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พ.ศ. .... นี้นะครับ อย่างไรก็ตามก็อยากจะขอมีความเห็นเพิ่มเติมหรือข้อสังเกตฝากไปยังท่านกรรมาธิการ สักเล็กน้อยนะครับ ก็จากการที่กระผมได้ศึกษามาก็พบว่าจริง ๆ อปท. กว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศที่มีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่า อปท. ก็มีแผนหรือโครงการด้านผู้สูงอายุอยู่บ้างแล้วนะครับ แต่จะเป็นแผนตามประเพณีหรือแผนตามเทศกาล อย่างเรื่องสงกรานต์ รดน้ําผู้สูงอายุ ซึ่งมัน เป็นคนละเรื่องกับการดูแลผู้สูงอายุตามเจตนารมณ์ที่ท่านกรรมาธิการอยากจะเสนอ แล้วก็ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ดูจะเป็นเพราะว่ามันติดขัดในเรื่องกฎหมาย ระเบียบต่าง ๆ ทําให้เขาไม่กล้าที่จะ ใช้เงินงบประมาณก็เป็นไปตามที่ท่านกรรมาธิการได้ไอเดนติไฟด์ (Identify) ถึงปัญหา เช่น พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ พ.ร.บ. ประกันสุขภาพ เขียนไว้อย่างกว้าง ๆ เลยทําให้เกิดความลังเล ไม่แน่ใจว่าจะใช้เงินงบประมาณและจะผิดระเบียบหรือเปล่าถ้าจะไปพัฒนาหรือทํากิจกรรม เกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุตามแนวทางนี้นะครับ ฉะนั้นการที่กรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสังคมได้เสนอแก้ไขกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยออกมาเป็น ร่างระเบียบนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีและควรจะสนับสนุนให้ อปท. เขาสามารถเบิกค่าใช้จ่ายบางอย่าง ในกิจกรรมเพื่อส่งเสริมผู้สูงอายุได้ เช่น ค่าบุคลากร จ้างนักกายภาพบําบัด องค์การทหาร ผ่านศึก จ่ายค่าตอบแทน การจัดทําทะเบียนผู้สูงอายุ การกําหนดแนวทางพัฒนาผู้สูงอายุ ๙ ประการ เช่น ในเรื่องสุขภาพ บริการสังคม สิ่งอํานวยความสะดวก สาธารณะ ราวบันได หรือที่จะเข็นรถขึ้นโดยไม่ต้องขึ้นบันไดอะไรอย่างนี้นะครับ หรือฝึกอาชีพ พัฒนาที่อยู่อาศัย ต่าง ๆ เป็นต้น ผมก็อยากจะมีข้อสังเกตฝากท่านกรรมาธิการดังนี้นะครับว่า ร่างระเบียบของ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พ.ศ. .... ที่ท่าน ได้เสนอมามันก็จะช่วยทําให้เกิดความชัดเจนและคล่องตัวมากขึ้นกับ อปท. ที่จะเข้าไปดูแล ทํากิจกรรมพัฒนาผู้สูงอายุโดยเฉพาะในเรื่องพัฒนาหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่าตอบแทน และจัดจ้างบุคลากรเพื่อกิจกรรมดังกล่าว แต่ในระยะยาวก็อาจจะเกิดปัญหาแก่ อปท. เองได้ ในการทํากิจกรรมเหล่านั้น ถ้าเขาไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมจากส่วนกลาง ทั้งนี้ ก็เพราะในเรื่องของระเบียบงบประมาณ ค่าตอบแทนด้านบุคลากรโดยรวม ผมเข้าใจว่า อปท. จะถูกจํากัดไว้ว่าไม่ให้ใช้จ่ายเกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ไม่ทราบผมเข้าใจถูก หรือเปล่านะครับ เพราะฉะนั้นถ้าต่อไป อปท. ประสบความสําเร็จ หรือ อปท. ที่มีผู้สูงอายุอยู่มาก ทํากิจกรรม ได้ผลดีเลิศมากเลย ก็จะกลายเป็นว่าไม่มีสตางค์ แล้วก็หน่วยงานก็จะไม่สนับสนุน ก็จะเป็น ปัญหากับงบประมาณของ อปท. เองในอนาคต โดยเฉพาะ อปท. ซึ่งมีคนไปตั้งนิคมผู้สูงอายุ อยู่เยอะ ๆ อะไรแบบนี้นะครับ แล้วก็ค่าใช้จ่ายของ อปท. ที่คิดว่าจะมาใช้ในกิจกรรมพัฒนา ผู้สูงอายุ ก็มีการพูดถึงว่าจะเอามาจากกองทุนหลักประกันสุขภาพบ้าง จากงบประมาณ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์บ้าง ซึ่งผมก็มองว่ามันก็อาจจะเป็น ปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะว่าคนอนุมัติงบประมาณกับคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุตามระเบียบของท่านมันคนละชุดกัน คณะกรรมการก็อนุมัติโครงการ แต่เจ้าของเงินเขาบอกว่าไม่ได้อยู่ในส่วนของผม ผมไม่อนุมัติเงิน เพราะฉะนั้นท่านก็ควรจะมี การบูรณาการหรือความเชื่อมโยงในเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากขึ้นหน่อยนะครับ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยว อปท. ก็ดีใจว่าท่านออกระเบียบไปใช้เงินกันใหญ่เลยแล้วก็คิดว่าจะได้เงินมาก็ไม่ได้
อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่ากิจกรรมผู้สูงอายุคงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยหรือโรคชราทั้งหลาย เพราะฉะนั้นในคณะกรรมการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ท่านเสนออยู่ในร่างระเบียบ ผมก็เห็นว่ามันยังขาด ตัวแทนหรือบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าคิดว่าจะทําเรื่องผู้สูงอายุ จะทําแต่กระทรวง พม. กับกระทรวงมหาดไทยอย่างเดียวโดยละเลยกระทรวงสาธารณสุข ก็อาจจะไม่เหมาะสม แล้วก็อาจจะไปไม่รอดก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นโดยรวมผมก็อยากจะ ให้กรรมาธิการลองไปเพิ่มเติมรายงานเพื่อให้เกิดการบูรณาการมากขึ้น แล้วก็อาจจะมี ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดการผลักดัน งบประมาณสนับสนุนผ่านการกระจายอํานาจสู่องค์กรส่วนท้องถิ่นให้เป็นรูปธรรมในเรื่องของ กิจกรรมพัฒนาสุขภาพผู้สูงอายุ เพราะปัจจุบันระเบียบพวกนี้ก็มีอํานาจที่จะให้เงินอุดหนุน กับ อปท. ได้ แต่มักจะเอาไปใช้ในเรื่องเด่น ๆ ดัง เช่น เรื่องยาเสพติด เรื่องแหล่งน้ําประปา เรื่องกําจัดขยะมูลฝอย เพราะฉะนั้นถ้าเพิ่มเรื่องของผู้สูงอายุได้มันก็จะเป็นประโยชน์และ เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ แล้วก็ควรจะมีการประสานงานและติดตามผล ไม่ใช่เป็นการ อ้างของบประมาณไปแล้วก็ไปใช้อีลุ่ยฉุยแฉกเป็นบ่อเกิดของการทุจริต และผู้สูงอายุก็ไม่ได้ รับประโยชน์อย่างแท้จริง ขอบคุณครับ