วรรณธรรม ชี้ประเด็นเตรียมความพร้อมสังคมสูงวัย เน้นคุณค่าแทนสงเคราะห์

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ หารือการพัฒนากฎระเบียบเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ พร้อมเสนอให้ปรับมุมมองจากความช่วยเหลือเชิงสงเคราะห์ไปสู่การใช้ศักยภาพผู้สูงอายุเป็นพลังขับเคลื่อนชุมชนอย่างสร้างสรรค์

นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ กระผม วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ หมายเลข ๑๒๙ ดีใจครับที่มี การรายงานเรื่องการพัฒนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เอื้อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถดําเนินการพัฒนาคุณภาพดูแลผู้สูงอายุ จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรามองโดยรวม เป็นเรื่องที่บอกว่าเกี่ยวข้องกับทุกคน สิ่งสําคัญคือว่าวันนี้เราพูดถึงผู้สูงอายุนะครับ ในการที่ท่านได้นําเสนอปัญหาเป็นแผนภาพเมื่อสักครู่นี้ครับ ดีมากเลย ทําให้เห็นครับว่า ในปี ๒๕๖๐ เป็นต้นไปเราหนีไม่พ้นแน่นอน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือว่าการที่เราจะเตรียม ความพร้อมให้คนจากนี้ไปได้ระลึกครับว่าจะต้องเป็นผู้สูงอายุแน่ ๆ สักวันหนึ่ง กับการที่ ไปเป็นผู้สูงอายุเร็ววันนั้นโดยที่ไม่เตรียมความพร้อมเลยผมคิดว่าแตกต่างกัน ความหมาย ของกระผมคืออย่างนี้ครับว่าเรามีการพัฒนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ แต่ อปท. เองจะไปเอา ปลายน้ําทําให้กับผู้สูงอายุทันทีเลยโดยไม่เตรียมคนใน อปท. เองว่าวันหนึ่งไปสู่ผู้สูงอายุหรือ ประเทศชาติของเราวันหนึ่งจะต้องมีผู้สูงอายุระหว่างที่กําลังมีชีวิตไปสู่ผู้สูงอายุนั้นจะมีโอกาส พัฒนากฎ ระเบียบในการที่ให้เตรียมความพร้อมได้อย่างไร อันนี้ผมคิดว่าเรื่องใหญ่นะครับ เพราะเรามองปลายน้ําเราไปเอาที่ผู้สูงอายุทันทีเลย แต่ถ้าเราลองดูครับ ผมเห็นตัวเลขที่ท่าน นําเสนอนี่น่าสนใจครับ ว่า ๒ ใน ๑๐ ของประชากรหรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้สูงอายุ เราดูในเชิงปริมาณครับ แต่วันนั้นถ้าเรากลับไปดูเชิงคุณภาพ ถ้าวันนี้ผมอีก ๒๐ ปีข้างหน้า ผม ๖๐ กว่าจะ ๗๐ ผมจะแตกต่างกับผู้สูงอายุวันนี้ที่ ๗๐ ไหม ผมคิดว่าตรงนี้คือความสําคัญ เพราะมันจะไปกระทบข้อบังคับ ข้อระเบียบที่ได้วางไว้ แน่นอนครับว่าข้อบังคับ ข้อระเบียบนั้นในอนาคตก็ปรับเปลี่ยนไปตามสภาวะ แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมคิดว่าสิ่งที่น่าสนใจก็คือว่าการที่เรามุ่งเน้นไปเชิงสังคมสงเคราะห์ในสัดส่วนที่ค่อนข้างเยอะ อปท. ต้องหันกลับมาดูเหมือนกันครับว่าเราปรับเปลี่ยนวิธีคิดที่ทําให้เขาเป็นผู้มีคุณค่า ในสังคมต่อได้อย่างไร อย่างเช่นวันนี้เรานั่งใน สปท. หลายที่หลายคนครับ หลายท่านนั้น อายุเกิน ๖๐ ปี แต่ล้วนแล้วแต่เป็นคลังสมองที่ดีทั้งนั้นเลย เลยกลับมาทํางานให้กับบ้านเมืองได้ แล้วก็ถามดูสิครับเรื่องค่านิยมจริง ๆอยากได้เงินเบี้ยยังชีพประกันชีพอันน้อยนิดหรือไม่ หลายคนนั้นมีทั้งประกันชีวิต มีทั้งบําเหน็จบํานาญ มีทั้งสารพัดเลย บางครั้งแล้วเบี้ยยังชีพ หรืออะไรก็แล้วแต่แทบจะไม่ได้สนใจเลยก็มี ควรจะเอาเบี้ยเหล่านั้นหรือสิ่งที่มันเล็กน้อย เหล่านั้นในความหมายหนึ่งให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสอย่างแท้จริง ผมคิดว่าถ้าเราพิถีพิถันให้ชัด ฐานข้อมูลของเราในอนาคตจะเป็นประโยชน์อย่างมาก คล้าย ๆ กับว่าจริงแล้วผู้สูงอายุ ที่พึ่งตนเองไม่ได้มันเท่าไรกันแน่ แล้ว อปท. ต้องเข้าไปช่วยเป็นอันดับ ๑ หรือหน่วยงานของ ภาครัฐต้องไม่ซ้ําซ้อนในการช่วยเหลือได้อย่างไร ผมไม่เชื่อหรอกครับว่า ๒๐ ปีข้างหน้า ฐานข้อมูลจะเหมือนวันนี้ต้องดีกว่า ต้องรวดเร็วกว่า ต้องบริการและสามารถเรียกข้อมูล ได้อย่างชัดเจนกว่า ผู้สูงอายุชื่อ นาย ก มีเงินประกันชีวิตที่ชัดเจนมาก เข้าโรงพยาบาล ก็ชั้น ๑ หมด แต่ผู้สูงอายุ ข ไม่มีอะไรเลย มันเกิดความเหลื่อมล้ําในผู้สูงอายุด้วยกันอยู่แล้ว ผมคิดว่าวันนี้ดูภาพรวมของแนวคิดที่ท่านนําเสนอวันนี้ดีครับ แต่มันคลุมจริง ๆ ครับ ไม่ได้ แยกแยะว่าตกลงแล้วรายละเอียดของผู้สูงอายุที่แตกต่างกัน เพราะคนเราแข็งแรงไม่เท่ากัน ประเด็นสําคัญคือผมคิดอย่างนี้ครับว่า สิ่งหนึ่งก็คือว่าใครก็แล้วแต่ เราถูกปลูกฝังด้วยค่านิยม ทั้งนั้นว่าก่อนที่จะตายต้องทําดีให้กับสังคม ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ผมว่าผู้สูงอายุไม่มาก ก็น้อยครับ มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอว่าจะต้องเป็นผู้แก้ไขปัญหาบ้านเมือง ชุมชน ครอบครัว หนีไม่พ้นที่ต้องเอาผู้สูงอายุบางทีมาไกล่เกลี่ยให้บทบาทของเขาที่ทําให้เกิดเป็น การยอมรับ มีความเป็นอุปถัมภ์ในเชิงสร้างสรรค์ ผมคิดว่าคํานี้สําคัญนะครับ อุปถัมภ์ในเชิง สร้างสรรค์ มันทําให้เราเป็นไทยอยู่ได้ เราไม่ได้ทิ้งให้เขาลดด้อยคุณค่าลงไป ที่ไม่สามารถ ทําให้เห็นว่าเท่ากันทุกคน เพราะสังคมไทยเรายังมีวันผู้สูงอายุ เดี๋ยวไม่กี่วันก็รดน้ําดําหัว วันสงกรานต์ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่งดงามทั้งนั้นนะครับ แต่ตรงนี้ อปท. จะต้องดึงขึ้นมาเป็น เนื้องานสําคัญของ อปท. ครับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมอยากเห็นครับว่าผู้สูงอายุนั้น มีบทบาทสําคัญในการกําหนดวางแผน อปท. ไม่ใช่เฉพาะส่งเสริมให้รวมกลุ่มกันออกกําลัง กายเท่านั้น ผมกําลังบอกว่าวันนี้การส่งเสริมผู้สูงอายุนั้น ที่ท่านนําเสนอนั้นมันเป็น พื้นฐานทั้งสิ้นครับ พื้นฐานของการที่มีชีวิตที่จะให้อยู่ยาวนาน เน้นไปด้านสุขภาพ แต่พอมา ในมิติของการปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าถ้าใช้ผู้สูงอายุเป็น มีคุณูปการมาก มีคลังสมอง ของ อปท. ได้ไหม เหมือนวันนี้หลายท่านเห็นไหมครับว่าถอดเครื่องแบบจากข้าราชการ ถอดเครื่องแบบจากทหาร ตํารวจ ครู อาจารย์ทั้งหลายไปเป็นคลังสมองของหลายหน่วยงาน เป็นที่ปรึกษาของหลายหน่วยงาน แต่แปลกครับว่าพอที่มันใกล้ตัวแล้วมีบทบาทสําคัญ ในการที่จะกําหนดวิถีชีวิตในชุมชนท้องถิ่น ผมอยากจะหยิบครับว่าทําอย่างไรถึงจะให้ อปท. นั้น มีความชัดเจนครับ หยิบผู้สูงอายุเป็นปราชญ์ชาวบ้านหรือเป็นที่ยอมรับมานั่งโดยตําแหน่ง มาสามารถถ่วงดุลกับความคิดบางสิ่งบางอย่างที่ไปเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมได้ สามารถ ที่จะไปกําหนดแผนพัฒนาบูรณาการ หรือแม้กระทั่งยุทธศาสตร์ชาติด้วยซ้ําไปนะครับ อันนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญในฐานะที่บทบาทผู้สูงอายุไม่ใช่แค่เป็นได้รับแค่สังคมสงเคราะห์เท่านั้น แต่อยากจะเห็นบทบาทของผู้สูงอายุนั้นขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาของชุมชน ของปกครอง ส่วนท้องถิ่น แน่นอนครับสิ่งอย่างหนึ่งที่อยากจะเห็นมากเลยว่าในทศวรรษจากนี้ไป เราหนี ในเรื่องของการประเมินผลการปฏิบัติงานไม่พ้นครับ ไม่ว่าจะมีแผนชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ หรือหน่วยงานไหนก็แล้วแต่ เราหนีผู้ประเมินไม่พ้นครับ ถ้าเราไม่สร้างจิตสํานึก คนรุ่นผม หรือหลังผมขึ้นไปวันหนึ่งเป็นผู้สูงอายุว่าเมื่อหมดหน้าที่ประจําแล้วอย่างหนึ่ง เรามักใช้ บริการผู้สูงอายุเป็นผู้ประเมินครับ ไม่มากก็น้อยครับไปเกี่ยวข้องกันเยอะมากเลยกับเรื่องทางการศึกษา เราพบว่าครูหลายคน เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วไปเป็นผู้ประเมินสถานศึกษา มีคุณค่าครับ ไปเป็นที่ปรึกษา โรงเรียน ไปเป็นโน่นเป็นนี่เยอะมากมายแต่ตรงนี้ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจ อปท. เลยครับ อยากให้ อปท. ได้มีบทบาทส่งเสริมเหมือนกันครับว่าถ้าวันหนึ่งจําเป็นต้องใช้ผู้มี ประสบการณ์ มากประสบการณ์ในการที่ต้องประเมินผลการทํางานในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ตรงนี้คงเป็นภาระหนึ่งที่ อปท. ต้องไปสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้สูงอายุนั้นมีความรู้เรื่องประเมิน มีความเข้าใจในสิ่งที่เขามีประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมายาวนานนําไปใช้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งระดับชุมชนและใน อปท. ต่าง ๆ ในจังหวัดนั้นได้เป็นอย่างดี ผมคิดว่าผมคงจะขอนําเสนอ เป็นข้อสังเกตในเบื้องต้นเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ