นิกร สนับสนุนพัฒนากฎระเบียบดูแลผู้สูงอายุระดับท้องถิ่น

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๑ · ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

นิกร จํานง หารือการพัฒนากฎระเบียบที่เอื้อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ สนับสนุนการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับขีดความสามารถทางการเงินและบริหารของแต่ละพื้นที่อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนตามข้อเสนอของกรรมาธิการ

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สมาชิกลําดับที่ ๗๙ ผมขออภิปรายให้ความเห็นเรื่องการพัฒนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เอื้อให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดําเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตและดูแลผู้สูงอายุ ที่เสนอ ขึ้นมาของคณะกรรมาธิการครับ

ประเด็นแรก ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ ถือว่าเป็นข้อเสนอในการพัฒนาที่ดี มีความจําเป็นเป็นอย่างมาก เพราะว่าเราเองเป็นสังคมที่เข้าสู่สังคมสูงอายุ ในประเทศอื่น ผมไปดูงานในหลายประเทศ ทางสแกนดิเนเวีย ส่วนโน้นเขาเก็บภาษีสํารองไว้เยอะ เพราะฉะนั้นสวัสดิการสําหรับผู้สูงอายุค่อนข้างจะดีมาก คือเขาเก็บไว้ก่อน เป็นสังคมที่รวย แล้ว ของเราบังเอิญเรากําลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในขณะที่ประเทศเราจะว่ายังจนอยู่ก็ได้ เงินสํารองก็ไม่มี ภาวะปัจจุบันเศรษฐกิจมีปัญหาเป็นอย่างมาก ดังนั้นก็เป็นความจําเป็น อยู่เองที่จะต้องเข้าไปดูแล เรามีปัญหา ๒ อย่าง คือสังคมเรายังจนอยู่ ปัญหาต่อมาก็คือ ในประเทศเหล่านั้น ในประเทศที่มีการพัฒนาเรื่องนี้สูง การปกครองท้องถิ่นของเขาแข็งแรง มาก เมืองของเขา อย่างรถเมล์ของเรามีการเถียงกันอยู่ว่าทําไมรถเมล์ถึงไม่ได้กําไร รถเมล์ ในบางประเทศ ในบางเมืองเป็นเรื่องของท้องถิ่นที่จะบริการประชาชนฟรี เพราะฉะนั้น เรื่องการที่จะได้กําไรไม่มี เพราะเป็น พับบลิค เซอร์วิส ออฟ รีเลชัน (Public Service of Relation) เป็นการส่งเสริมโดยรัฐ เขาดูแลกันได้ ของเราเองท้องถิ่นมีปัญหายังมากอยู่ แล้วก็ ตามที่ท่านสมาชิกบางท่านได้อภิปรายแล้วเมื่อกี้นี้ว่าบางแห่งก็พอจะอยู่ได้ แต่บางแห่งดูแล ตัวเองยังไม่ได้เลย ภาษีก็ได้น้อย แล้วความสามารถในการกระจายภาษีลงไปจะลําบากมาก ก็ยังได้ไม่ครบ คือเขาไม่พอใช้ ฉะนั้นพอผู้สูงอายุในท้องถิ่นดูแลโดยฝ่ายปกครองที่อยู่นี้ ก็คือ อบต. ก็ดี เทศบาลก็ดี จะดูแลได้ไม่เต็มที่ แล้วปรากฏว่าช่วงหลังมีปัญหาอีก พอลงไปดูแล้ว วิธีการดูแลในการใช้จ่ายเงิน มีไม่ค่อยพออยู่แล้ว แต่พอไปจ่ายจะถูกทักท้วงว่าผิดระเบียบบ้าง อะไรบ้าง ก็เลยกลายเป็นเท่ากับว่าทําคุณบูชาโทษ กําลังจะเจอกับคุก เจอกับตารางได้ เขามี ปัญหากันมาก ดังนั้นการที่มีการเสนอให้มีการพัฒนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับให้ชัดเจนขึ้นมา ผมถือว่าเป็นคุณูปการที่สําคัญ เพราะว่าท้องถิ่นเองซึ่งลําบากอยู่แล้วจะได้ดําเนินการ ของเขาได้ ผมเองเนื่องจากว่าอาจจะมีความเข้าใจเรื่องนี้อยู่บ้างแต่ก็ไม่แน่ใจ ผมได้โทรไป ปรึกษาเรื่องนี้เห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ผมโทรไปหารือ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านอดีตอธิบดีสมพร ใช้บางยาง เพราะว่าท่านคร่ําหวอดกับ เรื่องนี้และมีความเข้าใจ ผมก็สนิทกับท่านอยู่ ก็คุยกับท่านว่าเรื่องนี้ท่านจะมีความเห็น อย่างไร ท่านก็บอก เห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เรื่องนี้ เพราะว่าควรจะมี แล้วท่านก็เล่าให้ฟังว่า เป็นข้อจํากัดของท้องถิ่นในการใช้ แต่ท่านเตือนหรือติงมาอย่างหนึ่งว่า เราอย่าส่งไปแต่งาน ส่งเงินไปให้เขาด้วยนี่พูดจากผู้ใหญ่ที่ดูแลเรื่องการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เขาย่อมรู้ ปัญหาตรงนี้มากอยู่แล้ว คือถ้าเราส่งงานไปมาก ๆ ท้องถิ่นเขาแบกตัวเองไม่ค่อยไหวอยู่แล้ว บางแห่ง เพราะว่าไม่เหมือนกันนะครับ ท้องถิ่นที่อยู่ได้ ก็อยู่ได้ไป ซึ่งมีไม่กี่แห่ง แต่ท้องถิ่น ที่อยู่ไม่ได้มีเป็นจํานวนมากนี้ ระเบียบตรงนี้เป็นสิ่งที่ช่วยเขาได้อยู่ แต่ถ้าหากว่าจํานวนเงิน หรือเม็ดเงินงบประมาณที่ลงไป ไม่มี อย่างมากก็ได้แต่จ่าย ๖๐๐ บาท ทําอย่างอื่นไม่ได้ ส่วนอื่นที่จะมีปัญหาก็ไม่ต้องไปคิดทํานะครับ จะเป็นปัญหา ผมโทรไปคุยกับนายกเทศมนตรี ที่เป็นเพื่อน ๆ ทุกคนก็เห็นด้วย แล้วก็เทศบาลนี่เขาสงสาร อบต. เขาบอกว่า ทางของเรานี้ ยังไม่มีปัญหาเท่าไร เพราะว่าเรามีเงินสํารองอยู่บ้าง ส่วนที่ใช้มาก ๆ ก็คือ เรื่องการดูแล ส่งเสริมสุขภาพ ส่วนนี้เองเราต้องไปจ่ายเงินถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถึงจะเอาเงินจาก สปสช. มาได้ ใช่ไหม มันเป็นกฎระเบียบอย่างนั้นอยู่ สําหรับ อบต. หรือในส่วนที่ว่าเป็นท้องถิ่น ขนาดเล็กที่ไม่มีเงินตรงนี้ ไม่มีเงินไปจ่ายให้เขาส่วนหนึ่ง ก็ไม่สามารถจะเอาทุนตรงนี้มาใช้ได้ ซึ่งก็เป็นปัญหาเท่ากับว่าเรื่องนี้มีอยู่แต่ไม่สามารถจะเกิดขึ้นจริงได้ มันเป็นปัญหาตรงนั้นอยู่ นะครับ แล้วผมก็ได้โทรไปถามเพื่อน ๆ ที่เป็น เล็ก ๆ อยู่ใน อบต. เขาก็บอกว่าที่ทําได้ก็คือ เงินที่จ่ายผู้สูงอายุ เดิมมีปัญหาเยอะ เพราะว่าเราจ่ายไม่ครบต่อหัว เรามาคัดจ่ายกัน เราจ่าย ได้สักประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ การคัดในหมู่บ้าน หรือในตําบลลําบากมาก พอเลือกตรงนี้ ที่เหลือก็คือรอให้ตายก่อน แล้วก็เพื่อจะได้เข้าไปครอบเงินตรงนั้นแทน เดิม แต่ปัจจุบันนี้ เราจ่ายเขาครบ ซึ่งเงินตรงนี้ดูเหมือนว่าจะน้อย ๕๐๐-๖๐๐ บาท แต่จริง ๆ แล้วโดยรวมก็คือว่า อย่างน้อยก็สามารถเอาเงินให้หลานได้ มันเป็นความรู้สึกบางอย่างของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็น ประโยชน์อยู่ ดังนั้นผมสนับสนุนนะครับ เกี่ยวกับเรื่องระเบียบตรงนี้ แต่ผมมีความเห็นที่จะ เพิ่มเติม เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ ผมมีความเห็นว่า เรื่องนี้ที่ท่านทํามานี้เป็นการ พัฒนากฎระเบียบโดยถูกต้องแล้ว แต่ว่าถ้าเราลองมาคิดดูว่า ถ้าเราจะปฏิรูปสักนิดหนึ่งจะดีไหม ผมเสนอความเห็นนะครับ ผมมองว่าถ้าเราจะมีการปฏิรูป ซึ่งท่านกรรมาธิการได้ชี้แจงแล้ว เมื่อกี้นี้ว่าจะต้องมีการใช้ลักษณะของบูรณาการ เห็นด้วยมาก ผมขอเสนอเป็นการปฏิรูป ๒ ระดับ คือ กฎระเบียบนี้ดําเนินการเลย จําเป็นมาก เพราะเขารออยู่ แต่เขากลัว สตง. มากขณะนี้ คือไปจิ้มเขาจนเขาไม่กล้าจะทําอะไรแล้วนะครับ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ ทาง สตง. เอง ก็เป็นหน้าที่นะครับ พูดถึงตรวจเงินแผ่นดิน แต่ว่าทางโน่นเขาก็ไม่รู้ อะไรถูก อะไรผิด ตรงนี้จะช่วย แต่พอเรามาดูโครงสร้างในการเสนอ อย่างข้อ ๖ ตามประกาศนี้ ให้มีคณะกรรมการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ก.ส.ช. ประกอบด้วยนี้ ผมไม่อยากให้เป็นอินเฮ้าส์ (In house) แบบนี้ เพราะว่าเราต้องการบูรณาการมาก งานในท้องถิ่นต่อผู้สูงอายุนี้ เป็นงาน เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยราชการมาก แล้วก็เสนออะไรบ้าง เราเสนอว่าให้ดูแลเรื่องสุขภาพเขา นี่กระทรวงสาธารณสุข ให้มีการให้ความรู้ บางคนก็สามารถทํางานได้ ให้ฝึก บางทีอาจจะ ๖๐ ปีแล้ว มาเป็นข้าราชการ แต่ว่าต้องทําอย่างอื่น เขาไม่จ้างให้ทําอะไรแล้วก็อาจจะ สามารถมีอาชีพอื่นได้ ทําอย่างอื่นได้ ตรงนี้กระทรวงแรงงานต้องลงไปดูแล้วก็อาจจะ มีกิจกรรม เพราะผู้สูงอายุเอง สังคมไทยขณะนี้จากนิวเคลียร์แฟมิลี (Nuclear Family) กลายเป็นผู้สูงอายุถูกทิ้ง ดังนั้นกิจกรรมคือเขาต้องเข้าหากันเอง มีกิจกรรมกันเอง กิจกรรมกันเองที่เข้าหากันเองขณะนี้บางทีก็มีประเพณีอะไรต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี กระทรวง วัฒนธรรมควรจะมีส่วนบ้างไหมตรงนี้นะครับ ในตรงนี้จะมีสัมพันธ์กันอยู่หมด กระทรวง แรงงานก็เกี่ยว กระทรวงวัฒนธรรมก็เกี่ยว และสาธารณสุขนี้เกี่ยวมาก มากเหลือเกินนะครับ และในส่วนนี้เกี่ยวหลายกรมของกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของสํานักปลัดก็อาจจะมี โรงพยาบาล บางทีอยู่ที่นี่ในหมู่บ้านมีอนามัย รักษาไม่ได้ ต้องส่งไปโรงพยาบาลอําเภอ ข้ามฟากแล้ว พอข้ามออกไปอําเภอพออยู่ได้ ยังไม่หายอีกต้องส่งไปโรงพยาบาลประจําจังหวัด ถ้าไม่ใครไปคอยตามดูแลถามว่าตําบลที่เขาอยู่ตามดูแลเขาไปถึงจังหวัด เป็นไปไม่ได้ มันเป็น ส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นเรื่องนี้ผมเสนอในเชิงบูรณาการ ซึ่งเราจะใช้คําว่า อินติเกรชัน (Integration) ขออนุญาตใช้คําภาษาอังกฤษ ส่วนนี้ในระดับบน คือกรรมการตรงนี้อยากจะ ให้เติมผู้ที่มีอํานาจเรื่องนี้ นี่เรามีแต่ปลัดนะครับ ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน มีรองปลัดกระทรวง มหาดไทยดูแลเผื่อว่าปลัดมาประชุมไม่ได้ ผมก็ทราบอยู่วิธีการตั้งนะครับ แล้วก็อธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นอกจากนั้นเป็นผู้แทนหมดเลย ไม่ใช่ผู้มีอํานาจ และผู้แทน มักจะหมุนกันเวลามาประชุม ใครว่างก็มา แล้วก็ลืมไปแล้วคนเก่าที่มานี่ ต้องระบุให้ชัด อาจจะเป็นรองอธิบดีหรือว่าผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงหลักนะครับ ที่สําคัญก็คือกระทรวง ทางด้านสาธารณสุขต้องมี โดยเฉพาะสาธารณสุข ผมเห็นว่าควรจะเป็นระดับรองอธิบดี เป็นอย่างน้อย ถ้าเป็นอธิบดีอาจจะมาชนกับอธิบดีที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ แต่ในส่วนอื่น แรงงาน ก็จําเป็นนะครับ วัฒนธรรมก็จําเป็น ส่วนนี้อยากจะให้เข้ามาอยู่ในคณะกรรมการตรงนี้ เพราะว่าเวลาประชุมเขาจะได้รู้ปัญหา แล้วก็สั่งไปยังหน่วยงานของเขาที่อยู่ในท้องถิ่นได้ เป็นความจําเป็น ตรงนี้ต้องการบูรณาการ แต่ว่าในท้องถิ่นเองผมขอเสนอว่าให้มีการปฏิรูป ซึ่งวิธีการบริหารแบบนี้เป็นวิธีการบริหารแบบใหม่ บูรณาการอย่างเดียวใช้ไม่ได้แล้ว ที่เราบอกว่าบูรณาการ ๆ แล้วไม่ค่อยเวิร์ก (Work) เพราะว่าอยู่เฉพาะส่วนบน ปัญหา ข้างล่างเป็นปัญหามาก ถ้าเราจะดูว่า ขออนุญาตท่านประธานขอใช้เวลาอีกนิดหน่อยนะครับ ในหมวด ๓ การส่งเสริมมีอะไรบ้าง ข้อ ๑๓ การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเรื่องนี้คือเงินมา เมื่อไรก็จ่ายเท่านั้น เป็นกรอบที่รัฐบาลกลางส่งไปให้อยู่แล้วตามนโยบาย เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ข้อ ๑๔ ในการดําเนินการด้านบริการสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุขท้องถิ่น เราพูดถึง อบต. เป็นหลัก มีความรู้อะไรนักหนาเรื่องสาธารณสุข ก็ต้องพึ่งกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว นี่ข้อ ๑๔ ครับ ผมจะให้ดูว่าเกี่ยวกับใครบ้าง ข้อ ๑๕ ด้านบริการสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการดําเนินการ ตรงนี้ เป็นเงินส่งเสริม เงินส่งเสริมนี่เราได้จาก สปสช. มาที่ว่าส่งเสริม ใช้รักษาก็ไม่ได้นะครับ ไม่ได้ให้แค่ส่งเสริม ส่งเสริมนี่จริง ๆ ก็เป็นประโยชน์ เพราะว่าถ้าไม่ป่วยแล้วก็ไม่ต้องไปรักษา เวลาไปรักษานี่คนที่จะต้องจ่ายเงินก็คือกระทรวงสาธารณสุขเพราะรักษาทุกโรคฟรีอยู่แล้ว คือเงินกระเป๋าหนึ่งต้องจ่ายจากกระเป๋าหนึ่ง มันก็เป็นเงินของรัฐเหมือนกัน ตรงนี้ข้อ ๑๕ ก็สาธารณสุข ข้อ ๑๖ สามารถสนับสนุนดูแลผู้สูงอายุ ป้องกัน แก้ไข ฟื้นฟูสมรรถภาพ ทางร่างกายและจิตใจ นี่ก็สาธารณสุขอีก ๓ แล้วนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อ ๑๗ ต้องมีเรื่องอํานวยความสะดวกในการป้องกันอุบัติเหตุ อาคารสถานที่อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ตรงนี้ในเขตเทศบาลคงจําเป็น ตรงนี้เป็นกรมโยธาธิการ อยู่ในกระทรวงเดียวกัน ไม่มีปัญหา ข้อ ๑๘ หน้าที่ข้อ ๑๘ หมายถึงในท้องถิ่นนะครับที่เราอนุญาตให้ไปตามระเบียบนี้ ดําเนินการเรื่องศูนย์บริการทางสังคม โดยรวมทั้งหมด แพทย์ สุขภาพอนามัย ที่พักอาศัย กรมประชาสงเคราะห์ ตรงนี้เป็นองค์รวม ตรงนี้เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นแล้วล่ะ แต่ว่าทําแบบ รอบทิศเลย ๑๐ ทิศที่ต้องทํานะครับ ต่อมาข้อ ๑๙ ให้ส่งเสริม จัดให้มีการให้ความรู้ทางการ ฝึกอบรมอาชีพแก่ผู้สูงอายุ ตรงนี้กระทรวงแรงงานแท้ ๆ ในข้อนี้ เป็นงานของท้องถิ่น แต่คนที่ จะต้องไปดูอันนี้คือกระทรวงแรงงาน ข้อ ๒๐ สามารถส่งเสริมจัดให้มีกิจกรรมด้านการศึกษา กิจกรรมสังคมสงเคราะห์ ตรงนี้เป็นรัฐ ๒ กระทรวง พม. กับกระทรวงศึกษาธิการอยู่ในข้อนี้ ข้อต่อไป ข้อ ๒๑ มีหน้าที่สอดส่องดูแลเกี่ยวกับอันตรายจากทารุณกรรมหรือถูกละทิ้ง ตรงนี้ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แท้ ๆ เลยอยู่ในข้อนี้ ข้อต่อมาก็คือว่าส่งเสริมให้มี ส่วนร่วมในการดูแลกิจกรรมสังคมหรือประเพณีท้องถิ่น ตรงนี้กระทรวงวัฒนธรรมดูแล นะครับ ข้อต่อไปก็คือส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุ สนับสนุนร่วมมือพัฒนาอาชีพ ตรงนี้ กระทรวงแรงงาน เรื่องพัฒนาอาชีพ แล้วก็สุดท้าย สามารถส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต อย่างต่อเนื่อง บริการอบรมสาธารณสุขอะไรต่าง ๆ นี้เป็นของสาธารณสุข ประเด็นของผม ก็คือว่า เราจะเห็นว่าเป็น ๗-๘ กระทรวงพุ่งลงไปท้องถิ่น ผมอยากให้กลับด้านนะครับ เราใช้คอลลาโบเรชัน (Collaboration) ก็คือว่าใช้การร่วมมือสอดประสานงาน คํานี้ไม่มี บัญญัติในภาษาไทย คอลลาโบเรชัน (Collaboration) เป็นวิธีการทํางานที่ใช้กันอยู่มาก ขณะนี้ หมายถึงลึกลงไปมากกว่าอินติเกรชัน (Integration) หรือการบูรณาการแล้ว แต่ว่า เราไม่มีคําไทยที่ใช้อยู่ขณะนี้นะครับ ส่วนนี้เองวิธีการก็คือว่าเราเข้าไปอยู่ หมายถึงว่ามองเอา ผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลาง มองมาจากตรงนั้นแล้วเราจะเห็นหมดว่าเขาต้องการอะไร ไม่ใช่มอง จากกระทรวงว่าเรามีหน้าที่ตรงนี้ โรงพยาบาล สํานักปลัดเราไปดูแลโรงพยาบาลให้เขา หรือว่ากรมอนามัยเราจะได้ไปดูแลเรื่องอนามัยให้เขาหรือเราไปสร้างงานให้เขา หรือว่า กระทรวงศึกษาธิการไปเรื่องการศึกษานอกโรงเรียน ไปเพิ่ม คือถ้าเรามองจากตรงนี้ มันไปไม่ถึง แต่ถ้าเราเป็นผู้สูงอายุเสียเองที่ท่านสุรินทร์นําเสนอเมื่อกี้นี้ท่านสมาชิก ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ถ้ามองจากจุดตรงนี้ออกมาเราจะเห็นเลยว่าผู้สูงอายุนี่ต้องการอะไร ต้องการการดูแลแล้วก็ พออายุมากขึ้นความต้องการจะมากขึ้นอาจจะต้องการช่องพิเศษต่างหากในการไปหา ถ้าไม่มี ซึ่งจุดตรงนี้พอมองจากตรงนี้ให้หน่วยราชการที่อยู่ในตําบลนั้น ๆ ทุกคนมารุมช่วยกัน นี่คือคอลลาโบเรชัน (Collaboration) หมายความว่าเอาผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลางแล้วทุกคน ไม่ใช่ทํางานตามที่กระทรวงสั่ง ตามหน้าที่ของกรมที่ตัวเองมี แต่ว่าทํางานตามความต้องการ ของผู้สูงอายุโดยเอาผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลางแล้วก็ร่วมมือกัน เป้าหมายนี่ผมเรียนนิดเดียว ท่านประธานครับ คือเหมือนกับโครงการ ตรงนี้ผมยกตัวอย่างเป็นเรื่องฟาร์มตัวอย่าง ในพระราชดําริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แห่งแรกที่เกิดคือที่ คลองหอยโข่ง คือปกติแล้วนี่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานดูแลเรื่องน้ํา กรมประมงดูแลเรื่องปลา กรมการข้าวดูแลเรื่องข้าว กรมปศุสัตว์เรื่องสัตว์ แต่เวลาไปรวมกัน ในคลองหอยโข่ง เป็นที่หนึ่งตามพระราชดําริ แล้วก็ทุกคนเป้าหมายคือไปรวมกันทําที่ตรงนั้น คนทําพื้นที่ พัฒนาพื้นที่กรมพัฒนาที่ดินก็พัฒนาที่ดินไป กรมการข้าวเอาข้าวไปลง กรมชลประทานไปขุดแหล่งน้ํา กรมประมงเอาปลาไปปล่อย คือทุกคนรวมแล้วก็เป้าหมาย ปัญหาของคอลลาโบเรชัน (Collaboration) หรือการสอดประสานก็คือว่าผลงาน ไม่รู้เป็นของใคร เพราะทุกคนต้องใช้งบประมาณ พอผลงานไม่รู้เป็นของใคร งบประมาณ เป็นของใคร ตรงนี้มันจะทําให้งานในการดูแลแตกกระจัดกระจายหมดไม่เป็นเป้า แต่ถ้าเรา เอาผลงานตรงนั้นอย่างโครงการฟาร์มตัวอย่าง ผลงานก็คือฟาร์มแห่งนั้น ผลที่ได้สัตว์ที่เลี้ยง ได้จากฟาร์มนั้นเป็นผลงานของโครงการนั้นไม่ใช่ของกรมปศุสัตว์ ข้าวที่ปลูกได้เกี่ยวได้เอาไป ขายเอาเงินมาเข้าโครงการเป็นผลงานของโครงการฟาร์มตัวอย่างไม่ใช่เป็นผลงานของ กรมการข้าว สิ่งเหล่านี้ก็คือว่าเราเพียงแต่เทิร์น (Turn) ตรงนี้มาเป็นผู้สูงอายุ ผลงานก็คือ การอยู่ดีกินดีหรือว่าการมีชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานที่ไปให้ อาชีพ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่ไปดูแลเขา คือเป็นหน้าที่รวมทั้งหมด ผลงานก็คือผู้สูงอายุที่มีชีวิตที่ดีขึ้น ตรงนี้เป็นคอลลาโบเรชัน (Collaboration) ที่ผมอยากจะ ฝากว่าถ้าเราไปเริ่มจากตรงนั้นแทนที่เริ่มจากตรงนี้หรือระเบียบตรงนี้มันจะได้ประโยชน์มาก จะเป็นการปฏิรูปการดูแลผู้สูงอายุอีกระดับหนึ่ง นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ