สุรินทร์ ห่วง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 12 โทษหนักเกิน กระทบผู้ไม่รู้กฎหมาย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ มีนาคม ๒๕๕๙

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ แสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะมาตรา 12 ที่มีบทลงโทษรุนแรงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่อาจไม่เข้าใจกฎหมายอย่างเต็มที่ จึงเรียกร้องให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึงก่อนบังคับใช้ และเน้นย้ำความจำเป็นในการพิจารณาเจตนาของผู้กระทำผิดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อทั้งประชาชนและพระสงฆ์ พร้อมแสดงความเห็นด้วยต่อข้อเสนอในการประชุมภายใต้เงื่อนไขที่ได้ชี้แจงไว้ และขอบคุณที่ประชุมในตอนท้าย

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หมายเลข ๑๗๓ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ร่างพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฉบับนี้ ตามที่กรรมาธิการเสนอ ผมคิดว่าทันสมัยแล้วก็ ทันสมัยมาก แต่อาจจะทันสมัยมากเกินไป กระผมเห็นด้วยนะครับว่ามันควรจะต้องมี กฎ กติกา มารยาทของสังคมเพราะสังคมเกือบทุกสังคม คิดและทํา พูด อ้างว่าเป็นสิทธิ แต่ไม่ค่อยคํานึงถึงหน้าที่สักเท่าไร มักจะล่วงล้ํากล้ํากราย ไปในสิทธิของผู้อื่นเสมอและทําให้เกิด ความเสียหายเดือดร้อนโดยภาพรวม แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยมี ประชากรบัดนี้ก็ใกล้ ๗๐ ล้านคนแล้ว ผมคิดว่าประชากรที่สามารถใช้มือถือได้หรือเล่น คอมพิวเตอร์ได้มีเกินครึ่ง แล้วก็มีตั้งแต่อยู่ในเมือง อาคารสูง ๆ ที่สุดในประเทศไทยไปจนถึงโน่น ขอบชายแดน แล้วกฎหมายก็กําหนดไว้ว่าเมื่อใดที่ทางราชการประกาศเป็นกฎหมายแล้ว หรือประกาศ หรือระเบียบกฤษฎีกาใด ๆ ก็ตาม เมื่อประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้ว ถือใช้บังคับแล้ว ทุกคนต้องรู้กฎหมายจะมาอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ สิ่งที่ผมวิตกก็คือว่า กฎหมายเดิมก็เช่นเดียวกันเมื่อประกาศไปแล้วนะครับ ผมว่าคนครึ่งประเทศไม่ได้อ่านว่า อันนี้เป็นความผิด จําคุกตั้งแต่ ๑-๗ ปี อันนี้จําคุกตั้งแต่ ๓-๑๐ ปี กฎหมายเหล่านี้ เป็นกฎหมายเชิงอาญามีผลใช้บังคับจําคุกได้ และมีโทษปรับ ทั้งจําทั้งปรับ ถามว่าผมนําเสนอ เรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่ก็สนับสนุนนะครับแต่ผมอยากกราบเรียนว่าในมาตรา ๑๒ โทษอาจจะ สูงเกินไปนะครับ จําคุกตั้งแต่ ๓-๑๐ ปี ก็สูงเกินไป ผมจําไม่แม่นสมมุติว่าลงโทษ ๓ ปีแล้ว จะรอลงอาญาได้ไหมถ้าเขาไม่มีเจตนา และสิ่งที่จะต้องวิตกมากที่สุดก็คือว่าเมื่อมีคนไลน์ (Line) มาก็ไลน์ (Line) ทันที ถ้าไลน์ (Line) ทันทีปุ๊บ จั่วหัวก็คือว่าถ้าผมไลน์ (Line) ทันทีเมื่อท่านกรรมาธิการหรือใครเสนอส่งมานะครับ แล้วผมไลน์ (Line) ทันที จ่าหัวก็คือจากสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เมื่อปรากฏปั๊บความผิดเกิดทันที นะครับ มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือเจ้าพนักงานไปพบไปเจอเมื่อไรก็ต้องดําเนินคดี มิฉะนั้น ก็จะโดนมาตรา ๑๕๗ สิ่งที่ผมจะถามก็คือว่าคนที่อยู่ขอบชายแดนหรือขอบทะเลสังคมที่เขา ไม่รู้ แม้แต่ในกรุงเทพฯ ที่ในชุมชนที่ต้องการพัฒนาผมก็เชื่อว่าเขาไม่รู้กฎหมาย มีคนส่ง มาแล้วก็ส่งไป แล้วที่จะต้องคํานึงถึงให้มากที่สุดก็คือว่าเมื่อมีกฎหมายอย่างนี้ใช้แล้ว เต็มรูปแบบแล้ว ต้องบอกว่าใครที่มีโทรศัพท์มือถือ ห้ามไม่ให้แม้แต่ภรรยาและบุตร หรือผู้อื่นใช้โดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นเราก็จะไลน์ (Line) เห็นไลน์ (Line) มาก็ไลน์ (Line) ไป หรืออาจจะก๊อปปี้ (Copy) ไปก็เสียหายกับตัวเขาเมื่อถูกจับกุม ก็ต้องระมัดระวังเรื่องเหล่านี้ ทีนี้ถามว่าแล้วมีกฎหมายฉบับนี้ผมจะเสนออย่างไร ผมคิดว่ามันจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ ไปทุกส่วนของประเทศไทย โดยเฉพาะ อบต. อบจ. ร้อยแปดจิปาถะที่อยู่ตามชายขอบ ของสังคม แม้แต่วัดวาอาราม ถามว่าถ้าพระสักองค์หนึ่งโดยไม่มีเจตนา แล้วไลน์ (Line) ไป ผิดมาตรา ๑๒ ถามว่าท่านจะไปจับพระไหม จับแล้วต้องสึกนะครับทันทีที่จับ แล้วถ้าเกิด พระนั้นเป็นพระที่มีบุญมาวาสนาศักดิ์ใหญ่ หรือมีประชาชนที่รักเคารพมาก และเป็นพระที่ดี ก็เกิดโกลาหลได้ ที่ผมพูดทั้งหมดพูดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุที่ว่านี้ จึงเป็นหน้าที่ของ ผู้ออกกฎหมาย คือพวกเรา รวมทั้ง สนช. หรือรัฐบาล ที่จะต้องทําให้ประชาชนรู้เรื่อง กฎหมายฉบับนี้เพราะเป็นกฎหมายที่เป็นมนุษย์สร้างสรรค์ ไม่ใช่กฎหมายธรรมชาติ ถ้ากฎหมายธรรมชาติก็รู้ว่าคุณไปเหยียบหัวแม่เท้าเขาห้อเลือด เลือดไหลคุณก็ต้องไปเยียวยา แต่โทษไม่เท่าไร แต่อ้ายนี่มันเป็นกฎหมายประดิษฐ์โดยมนุษย์ ตามบริบทของสังคม เมื่อมันมี ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ว่าอย่างไรก็ตามเรื่องของไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cyber security) เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง และสามารถที่จะทําลายชาติบ้านเมืองได้ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง เมื่อบุคคลบางคนเอาไปใช้และโจมตีอะไรต่ออะไรก็ตามใจเถอะ มันทําให้สังคมเสียหาย สําหรับคนเหล่านั้นผมยังคิดเลยว่าต้องเอาให้หนักจริง ๆ บุคคลที่มีเจตนาทําร้ายบ้านเมือง ทําร้ายบุคคลอื่นที่เขาไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือจะมีส่วนได้ส่วนเสียก็ไม่ควรที่จะไปทําร้ายเขา โดยทางไซเบอร์ (Cyber) หรือทางระบบโทรศัพท์ เพราะว่ามันไปได้เร็วมาก จริง ๆ ไปได้เร็ว เท่า ๆ กับความเร็วของแสงทีเดียว พอกดปั๊บมันไปเลยนะครับ แล้วท่านไปเอาคืนก็ไม่ได้ แล้วท่านจะไปบอกกูเกิล (Google) ไปบอกยะฮู (Yahoo) ใครต่อใคร บอกว่าขอคืนได้ไหม ไม่ได้แล้ว มันไปลอยอยู่ในอากาศ แล้วท่านไปลบก็ไม่ได้อ้ายนี่ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่า ต้องรอบคอบในการใช้กฎหมายนี้ โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน แล้วยิ่งท่านบอกว่าจะต้องมี กรรมการไปเฝ้าดู ถามว่าท่านไปเฝ้าดูกับทุกคนไหม หรือว่าไปเฝ้าเฉพาะบ้าน เฉพาะกลุ่มบุคคล ก็จะเป็นปัญหาตามมา ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการด้วยความเคารพว่า ถ้าท่านจะเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านต้องต่อท้ายข้อสังเกตไปหน่อย แล้วผมยังตกใจนะ ความเห็นของกฤษฎีกาบอกเลยว่าจะต้องเพิ่มโทษ จะต้องอ้ายนู่นอ้ายนี่ด้วยนะครับ หลายข้อ เป็น ๑๐ ข้อนะครับ ผมอ่านแล้วบางข้อก็รู้สึกจี๊ดเข้าไปในหัวใจ ถ้าลูกสาวผมหรือลูกผม หลานผม ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ไลน์ (Line) ไป อ้าว ติดคุก ติดคุกนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่า ต้องตั้งข้อสังเกตเป็นไปนิดหนึ่งพ่วงท้ายของเรื่องนี้ก็คือว่า รัฐบาล ส่วนราชการต่าง ๆ จะต้องช่วยกันรณรงค์ถึงความสําคัญของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วจะต้องบอกเลยว่าถ้าไม่จําเป็นก็อย่าไลน์ (Line) ต่อกันไป ทีนี้สิ่งที่ทําลาย เรื่องของชาติบ้านเมือง เศรษฐกิจก็ดี แต่อีกสิ่งหนึ่งผมไม่แน่ใจว่าอยู่ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไหม จะมีคนบางคนที่ชอบไลน์ (Line) สิ่งลามกจกเปรตนะครับ จะเป็นอาร์ (R) เอกซ์ (X) อะไรก็ตามใจ ก็ไลน์ (Line) กันต่อไป ถามว่าผิดไหม ไม่ผิดนะถ้าอ่านตามกฎหมาย ฉบับนี้ แต่ถามว่าทําลายชาติบ้านเมืองไหม ทําลายศีลธรรมอันดีของคนไทยไหม ผมว่าทํา บางทีอาจจะมากกว่าการทําลายเศรษฐกิจบางอย่าง ถ้าเป็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เสียด้วยซ้ํา หรือเรื่องกล้ํากรายบุคคลเสียด้วยซ้ํา นี่เป็นการแพร่ภาพอนาจารนะครับ ซึ่งก็ฝาก ท่านกรรมาธิการไว้ว่า มันจะอยู่ตรงไหนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็สุดแท้แต่ท่าน

สุดท้ายผมกราบเรียนท่านว่า ผมเห็นด้วยกับการให้ผ่านที่ประชุมแห่งนี้ สําหรับผมนะครับ แต่มีข้อแม้อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพไปแล้ว กราบขอบพระคุณมากครับ