เฉลิมชัย เครืองาม สนับสนุนการพิจารณากฎหมายฉบับสำคัญที่มีบทลงโทษทางอาญารุนแรง แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความชัดเจนของกฎหมาย โดยเฉพาะในประเด็นการแชร์หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ว่าควรพิจารณาความเจตนาและผลกระทบที่แท้จริงต่อความมั่นคงและประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนบทบัญญัติที่อาจเกินสมดุล เช่น การแก้ไขมาตรา 14 และมาตรา 12/2 เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนาเดิมของกฎหมายและบริบทสังคมไทย โดยขอให้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและบันทึกความเห็นต่างไว้พิจารณาต่อไป
ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้อธิบายความตามที่สมาชิก ได้รับฟัง เห็นด้วยกับท่านประธานเต็มร้อยนะครับว่า กฎหมายหรือว่าข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ทางแม่น้ําสายอื่นเขาพิจารณานั้น ถ้าเห็นว่ามีความจําเป็นมีความสําคัญ แล้วก็ สปท. พอจะมีประโยชน์อยู่บ้าง ก็มาช่วยให้เราได้ดูได้ผ่านได้แสดงความคิดเห็น ผมได้กราบเรียน ไว้แล้วว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญเป็นอย่างมาก ผมแปลกใจที่มีการ พูดถึงกันน้อย สื่อมวลชนก็ให้ความสนใจน้อย ทั้ง ๆ ที่เป็นกฎหมายที่แทบจะกล่าวได้ว่า บางมาตรานั้นลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนไปพอสมควร แต่ก็มีเหตุผลที่จะอธิบายได้ บางมาตราหรือหลาย ๆ มาตราด้วยซ้ํา มีบทลงโทษทางอาญา จําหรือปรับ ทางกฤษฎีกา แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการเห็นคล้อยด้วย บางมาตรานี้จากจําหรือปรับ เป็นจําและปรับ มีการเพิ่มฐานความผิด มีการเพิ่มโทษ เพราะฉะนั้นจึงจําเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่ได้ศึกษาพอจะมีความรู้อยู่บ้างก็มาแลกเปลี่ยนกันเพื่อที่จะแสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้น ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่เราจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ในที่ประชุม สปท. ทั้ง ๆ ที่เห็นด้วย แต่ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นแล้วก็มีคําถาม แล้วก็ข้อเสนอแนะไปทาง กรรมาธิการ ท่านช่วยกรุณาจดไว้ แล้วก็ถ้ามีเวลาท่านช่วยกรุณาตอบจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
ท่านประธานครับ เป็นสิ่งหนึ่งที่ประชาชนสนใจเป็นอย่างมากเวลาที่เขาใช้สื่อ ออนไลน์ (Online) ก็จะมีคําถามว่า เขาได้รับข้อมูลอะไรต่าง ๆ แล้ว เขาส่งต่อหรือแชร์ (Share) ต่อ มีความผิดไหม กฎหมายฉบับเดิมเขียนไว้ไม่ครอบคลุมหรือไม่รัดกุมพอ คําอธิบายผมฟังเวลามีเรื่องนี้เกิดขึ้น สื่อมวลชนเอาไปลง ถามนักวิชาการ ถามนักกฎหมาย ตอบกันต่าง ๆ นานา ไม่เหมือนกัน แต่การแก้ไขครั้งนี้เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ ที่เขียนถ้อยคํา ที่แตกต่างกัน ระหว่างคําว่า นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ท่านฟังให้ดีนะครับ คําว่า นําเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์ เกือบทุกมาตราเลยที่มีบทลงโทษ ถ้านําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์แล้ว เป็นเท็จ หรือทําให้เกิดความเสียหายหรืออะไรต่าง ๆ จะมีบทลงโทษอย่างโน้นอย่างนี้ว่าไป แต่ที่ผมถามก็คือการส่งต่อหรือการแชร์ (Share) ต่อผิดไหม เพราะว่าหลายมาตรา ในกฎหมายเดิมที่เขียนเอาไว้นั้น นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่ได้พูดถึงคําว่า แล้วรับต่อ ผมรับต่อ หรือที่ท่านสุรินทร์ถาม รับแล้วแชร์ (Share) ต่อ เล่นไลน์ (Line) เล่นเฟซบุ๊ก (Facebook) หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ครั้งนี้นะครับทางกฤษฎีกาท่านได้ไปเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๑๔/๑ ท่านตามมาดู มาตรา ๑๔/๑ ที่ทางกฤษฎีกาเพิ่มเข้ามา ผู้ใดนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ... ว่าไป มี ๓ เวอร์ชัน (Version) นะครับ ๑. นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ๒. หรือเผยแพร่ ๓. หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ แสดงว่า ในบทบัญญัติในกฎหมายฉบับนี้มีตั้งแต่นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ล้วน ๆ นะครับ โล้น ๆ ไม่มีถ้อยคําอื่นตามมา กับมาตรา ๑๔/๑ มีคําว่า นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเผยแพร่ หรือส่งต่อ แสดงว่าความผิดมี ๒ ประเภทใช่ไหมครับ กลุ่มบุคคลที่มีความผิดมี ๒ ประเภท เรื่องสําคัญมาก ท่านช่วยอธิบาย ช่วยตอบ แล้วก็ช่วยไปดูในกฎหมายฉบับนี้ให้รัดกุม ถ้านําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ผมรับอะไรต่อ ผมส่งต่อแสดงว่าผมไม่ผิด มีกรณีเดียวเท่านั้น ที่รับแล้วส่งต่อและมีความผิด คือกรณีที่นําไปซึ่งเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ โครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ต้องระวางโทษจําคุก ... แสดงว่าความผิดอย่างอื่นไม่มีความผิดใช่ไหมครับถ้ารับหรือ ส่งต่อ ท่านช่วยตอบนะครับ
ประเด็นถัดไป ท่านประธานครับ ที่เป็นสาระที่สําคัญเป็นอย่างมากและผมขอ คําอธิบายจากทางกฤษฎีกา ในมาตรา ๑๔ เหมือนกัน วรรคหนึ่งเลยนะครับ ผู้ใดโดยทุจริต นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทําให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น ... อันนี้นะครับ นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล อันเป็นเท็จทําให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือทําให้ผู้อื่น ทํา ถอน หรือทําลายเอกสารสิทธิ์ เป็นเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ แต่ท่านประธานครับ ในข้อความเดิมของ มาตรา ๑๔ นั้นแบ่งออกเป็น ๒ อนุ อนุ ๑ กับอนุ ๒ อนุ ๑ นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ คําถัดไปสําคัญมากครับ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ทางกฤษฎีกาไปตัดออกครับ ท่านช่วยอธิบาย ในถ้อยคําเดิม นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จหรือปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ท่านตัดออก ไปเหลือเพียงแค่ว่านําเข้าไปแล้วทําให้เกิดความเสียหายที่เขาเสียเงินเสียทอง หรือความเสียหายทางเศรษฐกิจ อันนี้และความเสียหายส่วนบุคคลที่ถูกดูหมิ่น ท่านตัดออก ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมขอเสนอตั้งเป็นข้อสังเกตว่าทางกรรมาธิการท่านช่วยใส่ถ้อยคําเดิม อันนี้เอาไว้ในข้อสังเกต อย่างน้อยเป็นข้อสังเกตของผมคนหนึ่ง เพราะเจตนาของกฎหมาย ฉบับนี้ต้องการไม่ให้เกิดความเสียหายทั้งต่อประชาชนโดยส่วนบุคคล โดยส่วนตัว และความ เสียหายอันเป็นความมั่นคงของรัฐ ถ้าหากว่าตัดความเสียหายส่วนตัว ส่วนบุคคลออก เหลือความมั่นคงของรัฐอย่างเดียว กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่สมดุล
ประเด็นถัดไปท่านประธานครับ ผมพอจะมีเวลา ผมใช้เวลาหน่อย จริง ๆ แล้วผมอธิบายความได้เกือบทุกมาตราที่ไม่เห็นด้วย ประเด็นถัดไป มาตรา ๑๒/๒ ผมไม่เห็นด้วย ถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๒/๑ ผมไม่มีเวลาอธิบายว่ามาตรา ๑๒/๑ เขียนว่าอย่างไร โดยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้ บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย อยู่ดี ๆ ลงข้อมูลคอมพิวเตอร์ เราไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้ บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ ๕-๒๐ ปี อันนี้ก็อันตรายอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นถ้าการลงคอมพิวเตอร์แล้ว ลงข้อมูลไปมีความเสียหายก็ไปฟ้องร้องกัน แต่ว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้คนนั้นที่ถูกกล่าวถึง สมมุติว่าฆ่าตัวตาย ผมเข้าใจว่า กรณีนี้ทางกฤษฎีกาเอาข้อมูลมาจาก มันเคยมีกรณีตัวอย่างผมจําไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้น ในเมืองไทยหรือต่างประเทศ ที่ว่าถูกดูหมิ่นดูแคลนแล้วในที่สุดเขาฆ่าตัวตาย ก็กลายเป็นว่าคนที่ลงข้อมูลอันนี้มีความผิด จําคุก ๕-๒๐ ปีไปด้วย อันนี้ผมก็คิดว่าอันตรายและเหมาะสมหรือไม่ที่จะใช้ในสังคมบริบท ของเมืองไทย เพราะฉะนั้นมีกรณีมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและมีบทลงโทษทางอาญา หลายอย่าง ผมจึงค่อนข้างจะกังวลว่าการลงมติในกฎหมายฉบับนี้จะลงกันอย่างไร ผมเห็น คล้ายกับที่ท่านนิกร จํานง ขออภัยที่เอ่ยนามท่านว่ากฎหมายฉบับนี้มีบทลงโทษทางอาญา แล้วก็มีบทลงโทษรุนแรง หลายมาตรามีการปรับให้ทันต่อเหตุการณ์ ทันต่อยุคสมัย แต่หลาย มาตรามีการเพิ่มโทษ ถ้าอย่างไรก็แล้วแต่เข้าใจว่าทางกฤษฎีกาก็คงจะดูให้เกิดความรอบคอบ ขึ้นอีกรอบ แล้วเมื่อส่งไปที่ สนช. อย่างไรก็แล้วแต่ก็มีสิทธิที่จะแปรญัตติได้ เพราะฉะนั้น ข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ทางกรรมาธิการ เขียนเอาไว้บันทึกเอาไว้แล้วว่า เห็นด้วยกับกฤษฎีกา แต่มีประเด็นที่ทางสมาชิกเห็นต่างท่านช่วยกรุณาบันทึกไว้แนบไปด้วยก็แล้วกันว่า เป็นความเห็นต่างของสมาชิกในบางประเด็น แล้วถ้าประเด็นใดที่ท่านสามารถที่จะตอบได้ ช่วยกรุณาตอบด้วย ขอบพระคุณครับ