พลตํารวจตรี ชี้ร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ บกพร่อง ห่วงกระทบผู้ใช้ทั่วไป

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ มีนาคม ๒๕๕๙

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ หารือร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยชี้ข้อบกพร่องและเสนอข้อสังเกตเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งในประเด็นการตีความกฎหมาย การปิดกั้นข้อมูล การดำเนินคดี และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำให้คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปและประสิทธิภาพในการบังคับใช้ในยุคดิจิทัล

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๑๐๙ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตนําเสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการกระทําความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ขอเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวขณะนี้ อยู่ระหว่างการทบทวนแก้ไขเพิ่มเติมที่กระทรวงไอซีที (ICT) คณะกรรมาธิการได้ทําการ ศึกษาวิเคราะห์และพบว่าทั้งในกฎหมายเดิม พระราชบัญญัติเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ยังมีข้อบกพร่อง ควรจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในหลาย ๆ ประเด็น คณะกรรมาธิการจึงกําหนดข้อสังเกต เพื่อส่งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งไปยังกระทรวงไอซีที (ICT) ในฐานะผู้รับผิดชอบ เพื่อดําเนินการแก้ไขปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในการศึกษาร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผ่านการตรวจ พิจารณาจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น คณะกรรมาธิการเห็นชอบด้วยกับ ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาจํานวนทั้งสิ้น ๑๐ มาตรา มีข้อสังเกตเห็นด้วยและมี ข้อสังเกตเพิ่มเติม ๔ มาตรา และมีความเห็นเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่อีก ๓ มาตรา ซึ่งผม ขออนุญาตกราบเรียนรายละเอียดโดยสังเขปดังต่อไปนี้

มาตราที่เห็นชอบแต่มีข้อสังเกตจํานวน ๔ มาตรา คือ ๑. มาตรา ๑๑ ใจความสําคัญคือกรณีการใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทฟรีอีเมล (Free e-mail) เช่น ฮอตเมล (Hotmail) ยะฮู (Yahoo) หรือจีเมล (Gmail) ไม่อาจสร้างระบบเพื่อให้ผู้รับ สามารถยกเลิกการรับอีเมล (e-mail) นั้นได้ คือในกฎหมายเดิมกําหนดไว้ว่ากรณีส่งจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ไปรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเป็นความผิด ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง ระบบฟรีอีเมล (Free e-mail) ไม่สามารถตั้งระบบ เพื่อให้ผู้รับสามารถยกเลิกการรับอีเมล (e-mail) อันนั้นได้ อีกกรณีหนึ่ง คือกรณี การส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์ทางแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ เช่น ไลน์ (LINE) เอ็มเอสเอ็น (MSN) วอทส์แอปป์ (WhatsApp) ซึ่งถือว่าเป็นการส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยวิธีการสื่อสารออนไลน์ (Online) รบกวนระบบคอมพิวเตอร์ผู้อื่นก็อาจจะเป็นความผิด ตามมาตรานี้ได้ และบางโปรแกรม (Program) คอมพิวเตอร์หรือแอปพลิเคชัน (Application) ในโทรศัพท์มือถือก็ไม่มีช่องทางในการที่จะป้องกันให้ผู้ใช้เลือกเปิดโอกาสว่าจะรับข้อมูลนั้น หรือไม่ ตรงนี้เป็นปัญหา ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเห็นว่าทางกระทรวงไอซีที (ICT) ในฐานะผู้รับผิดชอบตามพระราชบัญญัตินี้สมควรที่จะต้องพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ไปพิจารณาด้วยนะครับ

ประเด็นมาตราที่ ๒ คือมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๖ ในร่างเดิม กรณีที่มีภาพ ตัดต่อเป็นความผิดตามกฎหมาย ในร่างที่ผ่านกฤษฎีกากําหนดไว้ว่าให้อํานาจศาลมีคําสั่ง ให้ยึดและทําลายข้อมูลภาพ และให้โฆษณาคําพิพากษานั้นทั้งหมดหรือบางส่วนในสื่อข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือหนังสือพิมพ์ และห้ามครอบครองข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ที่ศาลสั่งให้ยึดหรือทําลายนั้น ในทางปฏิบัติอาจเกิดปัญหากับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ทั่ว ๆ ไป ซึ่งอาจไม่รับรู้หรือทราบได้ว่าศาลมีคําสั่งไว้อย่างไร เมื่อใด และหากเกิด กรณีที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network) หรือมีการรับ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์จากผู้อื่นส่งมา แล้วยังไม่ได้เปิดดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือยังไม่ได้อ่านข้อความภาพดังกล่าวอาจมีเจ้าพนักงานพบเห็นการกระทําผิดซึ่งหน้า ก็อาจจะถูกดําเนินคดีได้ ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงมีข้อสังเกตเพิ่มเติมไปว่าสมควรเพิ่มเติม ถ้อยคําในมาตรา ๑๖/๒ ว่า ในกรณีที่ศาลสั่งให้ทําลายข้อมูลดังกล่าว ผู้นั้นต้องทําลายข้อมูล ภายในระยะเวลาที่ศาลกําหนด ซึ่งหากฝ่าฝืนก็จะมีโทษ อันนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมมาว่ากําหนด ระยะเวลาซึ่งผู้รับคําสั่งศาลจะต้องทําลายภายในกําหนดเมื่อใด หรือวิเคราะห์ข้อมูลที่พบ การกระทําความผิด ซึ่งมีความจําเป็นต้องมีหน่วยงานที่รวบรวมเพื่อจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวครับ

มาตราต่อไปคือมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๗ ตามร่างพระราชบัญญัติกําหนดใน มาตรา ๑๗/๑ ว่า พนักงานเปรียบเทียบที่รัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นจํานวน ๓ คน ซึ่งคนหนึ่งจะต้อง เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น หมายความรวมถึง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ หรือเป็นพนักงานสอบสวนตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายอื่น หรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจากการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ คดีพิเศษมีอํานาจสืบสวน สอบสวนการกระทําความผิดทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย ประกอบทั้งร่างพระราชบัญญัติคดีพิเศษกําหนดให้ พ.ร.บ. ความผิดว่าด้วยการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นกฎหมายท้ายบัญชีคดีพิเศษเพิ่มเติม ใน ๒-๓ ปี ที่ผ่านมานะครับ

มาตราต่อไปคือมาตรา ๑๘ มาตรา ๑๘ หลักการก็คือการให้อํานาจพนักงาน เจ้าหน้าที่ในการที่จะเรียกข้อมูล ในการเรียกข้อมูลจากผู้ให้บริการ แต่เดิม มาตรา ๑๘ เดิม ไม่ได้กําหนดระยะเวลา เงื่อนเวลาว่า เมื่อผู้ให้บริการได้รับหนังสือแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วจะต้องส่งข้อมูลดังกล่าวนั้นให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อใด ซึ่งตรงนี้มีปัญหา ในการปฏิบัตินะครับ เพราะว่าการกระทําความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เป็นการกระทํา ความผิดซึ่งมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากการกระทําความผิดอาญาโดยทั่ว ๆ ไป เงื่อนเวลา สถานที่ ไม่เป็นอุปสรรคในการกระทําความผิด ฉะนั้นการได้ข้อมูลมาด้วยความรวดเร็ว ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ให้ดียิ่งขึ้น คณะกรรมาธิการเราจึงมี ข้อสังเกตเพิ่มเติมไปว่า เห็นควรปรับแก้ มาตรา ๑๘ เรื่องอํานาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ข้อ ๑ ข้อ ๒ และ ข้อ ๓ ในการมีหนังสือสอบถาม หรือเรียกบุคคล เรียกข้อมูลจราจร คอมพิวเตอร์หรือให้ผู้ให้บริการส่งข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ให้ผู้ได้รับการร้องขอให้ ดําเนินการโดยเร็วภายใน ๗ วัน ทําไมข้อสังเกตคณะกรรมาธิการถึงกําหนดไว้ ๗ วัน จากการศึกษาวิเคราะห์ เรียกสอบถามผู้ให้บริการที่อยู่ในประเทศไทย สามารถดําเนินการได้ ภายใน ๑ วัน เพื่อให้การประสานข้อมูลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัวก็เลย กําหนดไว้ไม่เกิน ๗ วัน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุจําเป็นอย่างอื่น ความเห็นเพิ่มเติม ตามมาตรา ๑๘ ก็คือเรื่องมาตรการกําหนดโทษสําหรับผู้ให้บริการที่ไม่ดําเนินการส่งข้อมูล จราจรให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกําหนดเวลาที่ร้องขอ ก็ควรมีกําหนดค่าปรับเป็นรายวัน การได้ข้อมูลจากผู้ให้บริการ หรือจากธนาคารมีความล่าช้า จําเป็นต้องมีการแก้ไขระเบียบ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลมาในระยะเวลาที่เหมาะสมและรวดเร็ว ประเด็น ปัญหาที่เป็นปัญหาในการสืบสวนและการบังคับใช้กฎหมายในการกระทําความผิด พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ คดีส่วนใหญ่ เป็นคดีซึ่งเป็นอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้ เป็นความผิดต่อรัฐ แต่บางกรณีเป็น ความผิดที่สามารถยอมความได้ เช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาท ทําให้เกิดปัญหา และอุปสรรคในการดําเนินคดี จึงเห็นสมควรปรับแก้ไขมาตราบางมาตราเพื่อให้เป็นความผิด ยอมความได้ กรณีที่เป็นเรื่องระหว่างบุคคลต่อบุคคล ไม่ได้กระทบต่อบุคคลอื่นหรือกระทบในวงกว้างของ สังคม ก็ลดภาระของพนักงานสอบสวนให้คดีสามารถเลิกกันเองได้ในชั้นสอบสวน นอกจากนั้นมีบางประเด็นที่คณะกรรมาธิการเห็นว่าเป็นปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของ ผู้บังคับใช้กฎหมายที่ไม่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมไว้ในร่างพระราชบัญญัติก็คือมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ มาตรา ๒๐ เป็นกรณีที่พบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อาจจะ กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งกําหนดไว้ในภาคสอง ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือเป็นข้อมูลที่มีลักษณะขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ที่ความผิดได้เกิด โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ยื่นคําร้องต่อศาลให้ศาลมีคําสั่งให้ปิดกั้น นี่คือข้อความ ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ปัจจุบันสถานการณ์การเกิด การใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่กระทําความผิดกฎหมาย ความผิดที่เกิดขึ้นในระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) มีการกระจายตัวอย่างรวดเร็ว

ประการแรกที่จะระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นได้คือการปิดกั้นไม่ให้ ข้อมูลเหล่านั้นกระจายไปสู่สาธารณชนอย่างรวดเร็ว กฎหมายเดิมกําหนดให้พนักงาน เจ้าหน้าที่โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรียื่นคําร้องต่อศาล คณะกรรมาธิการเราพิจารณา แล้วเห็นว่าตรงนี้คือปัญหา เพราะปัจจุบันอัตราการเกิดของความผิดทางเทคโนโลยีมีอัตรา การเกิดลักษณะของการก้าวกระโดด มีอัตราการเกิดเพิ่มขึ้นปีละ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทุกปี ซึ่งหากไม่แก้ไขปัญหาตรงนี้ก็จะเป็นอุปสรรค ผลกระทบที่ประชาชนจะได้รับ ไม่สามารถ ระงับยับยั้งได้ทันท่วงที จึงกําหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคําร้องต่อศาลในเขตอํานาจ ให้ศาลมีคําสั่งปิดกั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านรัฐมนตรี นี่คือการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ปัญหาในปัจจุบัน ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกคงทราบ เราพบว่ามีข้อความ ภาพที่ปรากฏอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ในลักษณะของการ กระทําความผิดที่มีปรากฏอยู่มากมายก็เลยมีคําถามย้อนกลับมาว่าทําไมไม่ปิดกั้น เช่น การซื้อขายอาวุธ การชักชวนการก่อการร้าย การซื้อขายยาเสพติด อันนี้คือปัญหา ข้อกฎหมาย เนื่องจากไม่เข้าลักษณะตามที่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง เนื่องจาก เป็นความผิดที่ไม่ได้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ กรรมาธิการเราจึงมี ความเห็นว่าควรจะกําหนดประเด็นนี้ไว้ว่าในกรณีที่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิด กฎหมายอื่นที่มีโทษทางอาญาและมีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน ตรงนี้กรรมาธิการเราตั้งข้อสังเกตว่าพนักงานเจ้าหน้าที่โดยความเห็นชอบของ รัฐมนตรีให้มีการกลั่นกรองเนื่องจากไม่ได้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ อาจยื่นคําร้อง พร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลภายในเขตอํานาจเพื่อให้มีคําสั่งระงับการแพร่หลาย ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ ส่วนมาตรา ๒๐ วรรคสามที่คณะกรรมาธิการเรามีความเห็นเพิ่มเติม เนื่องจากเดิมในมาตรา ๒๐ วรรคสอง กําหนดว่าเมื่อศาลมีคําสั่งให้ระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม วรรคหนึ่งแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะดําเนินการเองหรือสั่งให้ผู้ให้บริการดําเนินการตาม คําสั่งศาล ตรงนี้มีปัญหานะครับ เนื่องจากเมื่อส่งคําสั่งศาลไปแล้วการตอบสนองของ ผู้ให้บริการตอบสนองหรือไม่ อย่างไร จะใช้เวลานานเท่าไรก็ไม่ได้มีกําหนดไว้ ความเห็น ของคณะกรรมาธิการจึงเห็นเพิ่มเติมว่าเมื่อศาลมีคําสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระงับการ แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการทําให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ให้บังเกิดผลโดยเร็ว อาจจะมีข้อสงสัยว่าคําว่า บังเกิดผลโดยเร็ว มันคืออะไร เทคโนโลยี มันเปลี่ยน ท่านจะเห็นว่าปัจจุบันนี้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งมันเป็นข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีละเมิดสถาบันหลักของชาติยังปรากฏอยู่ในระบบ คอมพิวเตอร์ ท่านเปิดไปเมื่อไรก็เจอและเจอจํานวนมากด้วย เป็นเพราะเทคโนโลยี คณะกรรมาธิการเราเขียนเพื่อให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ให้บริการจะต้อง ร่วมกันปฏิบัติการตามคําสั่งศาลให้ได้ผล ส่วนการจะปฏิบัติการอย่างไรอันนั้นกรรมาธิการ ก็จะตั้งข้อสังเกตต่อไปนะครับ

ประเด็นมาตราต่อไปที่คณะกรรมาธิการเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมก็คือมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๘ เป็นเรื่องการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้อยคําเดิม ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จากผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้ชํานาญเชี่ยวชาญ ด้านคอมพิวเตอร์ และไปกําหนดคุณสมบัติ ซึ่งตรงนี้ก็จะมีปัญหาอุปสรรคในการแต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่เนื่องจากพนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตั้งจะต้องมีการใช้อํานาจ พอใช้อํานาจ เป็นผู้ไปตรวจ ไปยึด ไประงับการแพร่หลาย ดําเนินการสืบสวนสอบสวน จับกุมต้องขึ้นศาล ตรงนี้คือปัญหา เราอาจจะมีผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ตามสัดส่วนภูมิภาคเป็นอาจารย์อยู่ตาม มหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งท่านมาทํางาน มาขึ้นศาลเป็นพยานอันนี้ มีปัญหามาตลอด กรรมาธิการเราเลยกําหนดใหม่นะครับว่า การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกําหนด คือรัฐมนตรีสามารถกําหนด คุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้อ่อนตัวได้เพื่อประโยชน์ในการแต่งตั้ง และยังเพิ่มเติมว่า การแต่งตั้งให้ครอบคลุมตามเขตอํานาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ทําไมเราถึงเขียนคํานี้ เนื่องจากจากการศึกษา จากผู้ปฏิบัติ ผู้ใช้อํานาจตาม กฎหมายพบว่าการกระทําความผิดอาญาส่วนใหญ่ในปัจจุบันอาศัยเครื่องมือทางเทคโนโลยี เป็นส่วนประกอบ การใช้อํานาจที่จะเปิดเข้าไปดูข้อมูลคอมพิวเตอร์ผู้อื่น สมมุติยกตัวอย่าง จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ยึดโทรศัพท์มือถือ พนักงานสอบสวนจะสั่งให้เจ้าของ โทรศัพท์มือถือเปิดให้ดูว่ามีการสนทนากับผู้ค้าผู้ขายได้หรือไม่ นี่คือการใช้อํานาจตาม มาตรา ๑๘ อํานาจตามมาตรา ๑๘ กําหนดไว้ว่า การเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ผู้อื่น จะต้อง เป็นคําสั่งศาลครับ ผมขอเรียนว่าที่ผ่านมาการปฏิบัติงานที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรค ถ้าพูด ในที่นี้ก็จะไปชี้โพรงให้กระรอกเป็นการต่อสู้คดีในอนาคต เพื่อตัดปัญหาตรงนี้เราจึง มีความเห็นว่าควรจะแต่งตั้งพนักงานสอบสวนทุกพื้นที่ที่มีเขตการสอบสวน เพื่อใช้อํานาจ ตามมาตรา ๑๘ ในการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ผู้อื่นและการใช้อํานาจตามมาตรา ๒๐ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

มาตราสุดท้ายคือมาตรา ๒๙ ที่คณะกรรมาธิการเห็นว่าควรมีการแก้ไขเพิ่มเติม ของเดิมกําหนดไว้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ หรือเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจชั้นผู้ใหญ่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญามีอํานาจรับคําร้องทุกข์กล่าวโทษ มีอํานาจสืบสวนสอบสวนการกระทําความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้เท่านั้น พูดง่าย ๆ คือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น พนักงานสอบสวน มีอํานาจสอบสวนคดีอาญาเฉพาะความผิดที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงในปัจจุบันคดีอาญาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนอกจาก ผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์แล้วยังมีความผิดอาญาตามกฎหมายอื่น ซึ่งเป็น ส่วนเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันทําให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่เป็นพนักงานสอบสวนในคดีนั้น ๆ คณะกรรมาธิการจึงมีความเห็นว่าควรจะเพิ่มเติมถ้อยคําในมาตรา ๒๙ นี้ว่า ในการปฏิบัติ หน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตํารวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอํานาจรับคําร้องทุกข์ รับคํากล่าวโทษและมีอํานาจสืบสวนสอบสวนการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และกฎหมายอื่นที่มีโทษทางอาญาและมีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี ของประชาชนที่เผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์ตรงนี้ก็จะเป็นการตัดปัญหาในเรื่องอํานาจของ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติให้มีอํานาจสอบสวนคดีอาญาอื่น ที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ผลประโยชน์ที่จะได้รับ จากการแก้ไขกฎหมายตามข้อเสนอของกรรมาธิการ ประเด็นปฏิรูปสื่อออนไลน์ (Online) ในด้านกลไกการบังคับใช้กฎหมาย ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองตามกฎหมาย ในกรณีแก้ไขร่างมาตรา ๑๑ กรณีส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แก่บุคคลอื่นอันเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้รับ และนําข้อสังเกตไปปรับปรุง เพื่อแก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติได้ในการกําหนดโดยรัฐมนตรี เพื่อเป็นแนวทางเกี่ยวกับ ลักษณะและวิธีการส่ง และลักษณะและปริมาณของข้อมูล ในกรณีหน่วยงานของรัฐ หรืออีเมล (e-mail) บริษัทก็จะสามารถสร้างระบบบอกเลิกอีเมล (e-mail) ขยะหรือจังก์เมล (Junk mail) ได้ครับ

ประการที่ ๒ ในกรณีร่างกฎหมายตามมาตรา ๑๖/๑ และมาตรา ๑๖/๒ ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการตัดต่อภาพหรือถูกตัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใดโดยประการที่น่าจะทําให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย จะได้รับการแก้ไขหรือยับยั้งการแพร่กระจายภาพที่ไม่เหมาะสมนั้น ได้ทันท่วงทีภายในระยะเวลาที่ศาลสั่งให้ยึดและทําลายข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น

ประการที่ ๓ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถยื่นคําร้องต่อศาล ที่มีเขตอํานาจในกรณีที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งเป็นมาตรการ การป้องกันแก้ไข ระงับยับยั้ง บังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ

ประการที่ ๔ มีการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมเพื่อให้รองรับกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประการที่ ๕ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถขอข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ จากผู้ให้บริการเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนได้อย่างรวดเร็ว คณะกรรมาธิการ จึงเสนอรายงานเรื่องข้อสังเกตในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อพิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบและข้อสังเกตดังกล่าว เพื่อส่งรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปใช้ในการขับเคลื่อนและเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาการบังคับใช้ กฎหมายให้ทันเทคโนโลยีและทันกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ต่อไป ขอบพระคุณครับ