อลงกรณ์ แจงความคืบหน้าปฏิรูปประเทศ ย้ำความร่วมมือ สปท.-สนช. ขับเคลื่อนกฎหมาย 11

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ มีนาคม ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงความคืบหน้าการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผ่านกลไกคณะกรรมการและกฎหมาย 11 ด้าน เน้นย้ำความร่วมมืออย่างเป็นทีมระหว่าง สปท. กับ สนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนและเร่งรัดกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันอิสระของ สปท. ในการเสนอความเห็นแม้บางประเด็นอาจขัดกับมุมมองของส่วนราชการ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้รัฐบาลตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายต่อไป

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ก็เข้าใจความเห็นของท่านนะครับ เพียงแต่ว่าในประเด็นเรื่องการทํางาน เราผ่านมา ๔ เดือนกว่าแล้ว ระบบต่าง ๆ ได้ขับเคลื่อนไปไกลแล้วนะครับ ผลงานขณะนี้ การขับเคลื่อนลงไปถึงขั้นปฏิบัติ แม้แต่การจัดวางงบประมาณแผ่นดินเพื่อให้การปฏิรูป มีผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ทั้ง ๕ สายเดินหน้าไปไกลมากแล้วครับ อยู่ในกรอบของ ๑๑ ด้านการปฏิรูป ในขณะเดียวกันการประสานงานเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ําซ้อน การแบ่งงาน กันทํา ระบบการทํางานบางครั้งอาจจะดูประหนึ่งซึ่งก็ชี้แจงไปหลายครั้งหวังว่าจะเข้าใจ แล้วก็เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการกิจการสภานะครับ ประธานแต่ละท่านจะได้ไปอธิบาย ให้สมาชิกที่เป็นกรรมาธิการได้เข้าใจระบบการทํางาน เพราะว่าการขับเคลื่อนในส่วนของ สปท. หรือแม่น้ํา ๕ สายเรามีกรรมการประสานงานกัน เฉพาะ สปท. เอง กรรมาธิการ กิจการสภาก็ขับเคลื่อนพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอหรือว่าจะเป็น ตัวร่างกฎหมายล้วนแล้วแต่ต้องผ่านขั้นตอนของกรรมาธิการแต่ละคณะขึ้นมาแล้วก็มาสู่ กิจการสภา ขณะเดียวกันก็มีกรรมการประสานงาน ๒ ฝ่ายระหว่าง สปท. กับ สนช. นะครับ ๒ ฝ่ายนี้จะเกี่ยวข้องเพราะว่าภารกิจหน้าที่ที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของ สปท. ก็คือ การจัดทําร่างกฎหมายที่จําเป็นต่อการปฏิรูปประเทศนะครับ ดังนั้นเรื่องของการจัดทํา กฎหมาย การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือการตรากฎหมายใหม่ก็เป็นหน้าที่ของ สปท. ซึ่งก็ได้มีการประชุมระหว่างประธานคณะกรรมาธิการของ ๒ สภาไป วันพรุ่งนี้ก็จะประชุม เป็นครั้งที่ ๓ แล้วครับเพื่อแจกแจงว่า ๑๒๖ ฉบับที่ สปช. ได้ส่งพิมพ์เขียวในชุดแรกและเรา มาสานต่อนั้นจะแยกออกเป็นกลุ่มกฎหมายใน ๑๑ ด้านอะไรบ้าง ๒. สถานะของกฎหมาย บางเรื่องก็อยู่ในส่วนของราชการ บางเรื่องอยู่ในกฤษฎีกา บางเรื่องอยู่ที่นั่นที่นี่นะครับ เพราะฉะนั้นนี่คือระบบของการทํางาน จํานวนกฎหมายดังกล่าวขออนุญาตผมชี้แจง ให้ท่านเข้าใจเพราะว่าท่านมักจะให้ความเห็นในเบื้องต้น ซึ่งก็เข้าใจว่าอยากให้งานเราเดิน แต่ว่าความเห็นต่าง ๆ นี้อยากให้เกิดบนพื้นฐานความเข้าใจครับว่างานของเราเดินไป ขนาดไหนแล้ว มันไกลกว่าที่ท่านท้วงติง

๒. ก็คือว่าในระบบการประสานงานรวม ๓ ฝ่าย ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี สนช. แล้วก็ สปท. ประชุมกันเดี๋ยวนี้ทุกสัปดาห์เลยครับเพื่อให้งานขับเคลื่อนการปฏิรูป เดินหน้า ผมยกตัวอย่างนะครับ ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าเพื่อลดการผูกขาด ลดความเหลื่อมล้ําเป็นไปตามมติที่ สปท. เสนอแล้วก็ส่งไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ส่งให้ กรรมการประสานงานรวม ๓ ฝ่าย ก็พิจารณาโดยเร็ว แล้วก็เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา เพราะท่านก็ทราบนะครับการผูกขาดเศรษฐกิจบ้านเรา ธุรกิจบ้านเรามันเป็นปัญหาใหญ่แล้ว ขณะนี้ ดังนั้นตัวข้อเสนอของ สปท. ที่ต่อยอดมาจาก สปช. ได้ผ่านความเห็นชอบ ตอนนี้ เข้าสู่การขับเคลื่อนนะครับ ทาง สนช. เองก็ได้ประชุมด้วยเพื่อให้เห็นว่าทุกจุดของปัญหา และจะทําให้เมื่อมีการปรับปรุงแก้ไข ตรากฎหมายฉบับนี้ในชั้น สนช. ก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว นี่คือตัวอย่างการทํางานครับ เราจะได้เห็นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของเราโดยเร็ว เราไม่ได้ทําแค่งานเล็ก ๆ นะครับ งานใหญ่ก็ทํา แต่ภายใต้งานเล็ก ๆ เหล่านี้โดยแท้ที่จริง มันอยู่ในแผนแม่บทที่แต่ละคณะได้เสนอ สปท. ระหว่างวันที่ ๒๑ ถึงวันที่ ๒๓ ธันวาคม แล้ว ซึ่งถ้าท่านจะจําได้ นั่นหมายความว่าภาพรวมได้ผ่านความเห็นชอบแล้ว จากนี้ก็มาทํา แต่ละชิ้นนะครับ เช่นเดียวกับเรื่องปฏิรูปตํารวจที่ผมอยากยกตัวอย่าง การปฏิรูปตํารวจนั้น เป็นเพียง ๑ ในวาระปฏิรูปที่อยู่ในกรอบการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ข้อเสนอแผนรวมของการปฏิรูปกิจการตํารวจนั้นมีด้วยกันอยู่ ๙ วิธีปฏิรูป เพราะฉะนั้น กิจการสภาได้มีการประชุมแล้วก็ขอให้แต่ละคณะ โดยเฉพาะอย่างคณะกฎหมายก็ไปดูว่า ท่านเรียงลําดับจัดไพรออริตี (Priority) เสียนะครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นก็ดําเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนก็เสนอทุกสัปดาห์ตอนนี้นะครับ ขั้นที่ ๑ ไปแล้ว เมื่อวานนี้อนุมัติขั้นที่ ๒ ต่อไปขั้นที่ ๓ ขั้นที่ ๔ ขั้นที่ ๕ ทําจากสิ่งที่เป็นความตกลงร่วมกัน กับทางรัฐบาล ก็คือว่าเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน หรือกฎหมาย และอื่น ๆ ขอให้เน้นไปเริ่มต้นในส่วนที่ปฏิรูปได้เร็วก่อน คือการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริการประชาชนก็ดี ลดขั้นตอนหรืออะไรก็แล้วแต่ ๒. ก็คือเราทํางาน เป็นทีมเวิร์ก (Team work) ครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายอาจจะอยู่ที่ตรงนั้นตรงนี้ แต่ท่าน ก็ทราบดีในฐานะเป็นรัฐมนตรี ก็ทราบดีว่าบางครั้งกฎหมายที่อยู่ในชั้นของราชการก็ไม่ใช่ข้อยุติ แต่อันนี้เป็นยุคเปลี่ยนผ่านของการปฏิรูป ดังนั้นก็ต้องเอาแนวทางปฏิรูปเข้าไป เราเกิดการ โต้แย้งโต้เถียงเยอะครับ อย่างที่ท่านทราบว่าในจํานวนของข้อเสนอต่าง ๆ ที่เป็นแผนปฏิรูปก็ดี กฎหมายประเภทที่จําเป็นต่อการปฏิรูปนั้นหรือแม้แต่ความเห็นที่ต้องดําเนินการตามมาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญ ท่านจะเห็นชัดเจนว่ามีจํานวนมากเลยที่ส่วนราชการไม่เห็นด้วย แต่เราไม่ได้ ถือว่าอันนั้นเป็นข้อยุติ เราจึงพูดย้ําในที่ประชุม ท่านประธาน ดอกเตอร์ทินพันธุ์เองก็พูด ในที่นี้ว่าในความตกลงร่วมกันของแม่น้ํา ๕ สายนั้น ให้ถือความเห็นของส่วนราชการที่ ทยอยส่งมาทุกสัปดาห์เป็นหนึ่งในความเห็นเท่านั้น ไม่ถือเป็นข้อยุติ และให้อิสระ สปท. ในการพิจารณา เมื่อเราพิจารณามีความเห็นอาจจะตรงข้ามหรือแย้ง หรือสอดคล้องหรือไม่ สอดคล้องกับความเห็นส่วนราชการในการปฏิรูปแต่ละวาระ แต่ละเรื่องแล้ว ก็ให้ สปท. มีความเห็นแล้วก็ส่งให้ทางท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ส่งให้กรรมการประสานงาน รวม ๓ ฝ่าย ตรงนั้นมีดุลยภาพพอสมควรในการตัดสินแต่ละประเด็น ไม่อย่างนั้นตัวอย่างที่ผมยกตั้งแต่ เบื้องต้นอย่างร่าง พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ซึ่งใช้มา ๑๖-๑๗ ปี ไม่เคยบังคับได้เลย จนกระทั่งเกิดภาวการณ์ผูกขาดเกิดขึ้น มันไม่มีทางผ่านได้ วันนี้เรามีมติไปแล้ว ดังนั้นเพื่อให้ ท่านลดความกังวล ผมคิดว่าก็ขอชี้แจงพอสมควร ๒. คืออยากเชิญไปที่กรรมาธิการกิจการ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทั้งท่านกษิต ท่านนิกร จะได้ไปพูดคุยกันในที่นั้นเราจะได้ ประชุมสภาตามวาระต่อไปนะครับ เชิญท่านกษิต และท่านนิกรครับ