นิกร ชี้ปัญหาเปลี่ยนวาระกระทันหัน ขอแจ้งล่วงหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการอภิปราย

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ มีนาคม ๒๕๕๙

นิกร จำงง หารือถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงวาระการประชุมอย่างกระทันหัน ซึ่งส่งผลให้ไม่มีเวลาเตรียมข้อมูลสำหรับการอภิปรายอย่างเพียงพอ จึงเรียกร้องให้มีการแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้สมาชิกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความขัดแย้งของกฎหมายการอนุรักษ์พลังงานในอาคารกับบทบัญญัติของกระทรวงมหาดไทย พร้อมเสนอให้ใช้เงินกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อแก้ปัญหาต้นทุนและข้อกังวลที่เกิดขึ้น โดยเห็นด้วยกับกิจกรรมที่เสนอแต่เน้นความจำเป็นในการสนับสนุนทางการเงินเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกที่นับถือ ผม นิกร จํานง นะครับ สมาชิกขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๙ จริง ๆ ประเด็นนี้ ผมเห็นด้วยแล้วก็เตรียมตั้งใจว่าจะเตรียมเพื่อจะอภิปราย ณ ขณะนี้ที่ออฟฟิศ (Office) ผม กําลังทําข้อมูลให้อยู่ ผมเพิ่งมาทราบเมื่อเช้าว่ามีการเปลี่ยนวาระ เตรียมว่าคงจะเป็นวาระ ๒ เพราะว่าเราก็เพิ่งทราบเมื่อไม่นานนี้เมื่อ ๓-๔ วันว่าจะมีวาระวันจันทร์ วันอังคารเป็นแบบนี้ ทีนี้พวกผมเอง อาจจะเป็นท่านกษิตด้วย ใครด้วย เราไม่ใช่ว่าเรื่องมาก พูดไปเสียทุกเรื่อง เพียงแต่ว่ามันเป็นเรื่องที่มาทํางานตรงนี้แล้วละเลยไม่ได้ ถือเป็นหน้าที่ ก็ใช้ข้อมูล ผมฝาก ท่านประธานไปว่าผมไม่ทราบว่าจะปรับปรุงได้ไหม เมื่อกี้ตอนเช้าผมก็ไปคุยกับท่านคํานูณ ว่าฝากไปช่วยบอกวิป (Whip) หน่อยว่าถ้าจะมีการเปลี่ยนนี่ แจ้งล่วงหน้าสักวันหนึ่งหรือว่า อะไรนี่มาทราบตอนเช้านี้ สมมุติว่าเราไม่ได้เตรียมการจะอภิปรายนี่เตรียมไม่ทันนะครับ ข้อมูล หมายถึงว่าไม่รู้จะพูดอะไรไม่รู้จะว่าอย่างไร คือต้องให้โอกาสเราได้ทํางานกันบ้าง ในสภานี้ครับ ผมเห็นว่าเป็นปัญหาอยู่บ้างอยากให้ปรับปรุงแก้ไข ก็ไม่เป็นไรพูดเท่าที่จะพูดได้ ข้อมูลเท่าที่มี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับการอนุรักษ์พลังงาน แต่ว่าการ เห็นด้วยในประเด็นนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่จะมีการพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์ซึ่งเป็นเรื่อง จําเป็นอยู่มาก แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่เห็นด้วยนั่นแหละผมถึงอยากจะมองว่าปัญหา ทําไมที่ท่านขอความกรุณาเอ่ยนามนะครับ ท่านกษิต ภิรมย์ ได้เสนอขึ้นมาว่า และเราต้องมา วนตรงนี้แล้วทําไมถึงคุยกันไม่รู้เรื่องมาตั้งแต่ต้น ประเด็นที่สําคัญถ้าเรามองเจาะลึกลงไป อยากให้ทางกรรมาธิการได้พิจารณาว่าการที่ทางกระทรวงมหาดไทยเองแย้งมาถึง ๒ ครั้ง มีนัยสําคัญ เพราะไม่อย่างนั้นคงจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ทําไมถึงไม่เข้าใจกันหรือว่าเราก็มีการ อนุรักษ์แล้วก็แค่ออกกฎกระทรวงตามมาตรา ๘ แล้วก็มาใช้ควบคุมอาคารเท่านั้นทําไมถึง ทําไม่ได้ ผมอยากจะเรียนว่าถ้าหากว่าเราจะผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ซึ่งผมเชื่อว่าก็ยังไม่ได้อยู่ดี นั่นแหละแม้ว่าจะมีการคุยกันแล้วก็เถอะ เพราะว่ามันมีรายละเอียดเนื้อในที่เป็นความเห็น ของทางมหาดไทยที่มีการนําเสนอมาถึง ๒ ครั้งว่าทําไมถึงไม่ได้ ปัญหาที่ได้เสนอขึ้นมาว่า เรื่องนี้เป็นการใช้กฎหมายออกไปทางกฎอาญาแล้ว หมายความว่าจะมีการบังคับใช้ตาม มาตรา ๘ แล้วถ้าใครไม่ทํามีความผิด ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะว่า ถ้าเรามองจากจุดนี้เองเรากําลังออกกฎหมายบังคับใช้ ผมอยากจะเรียนว่า พ.ร.บ. เกี่ยวกับ เรื่องการควบคุมอาคารเป็นเรื่องที่มีปัญหาในตัวเองอยู่ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว เพราะว่าเป็น พ.ร.บ. พระราชบัญญัติที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทยกรมโยธาธิการเป็นคนดูแล แต่การบังคับ ใช้ไม่ใช่กระทรวงมหาดไทย ถ้าใน กทม. ก็เป็น กทม. ถ้าเป็นท้องถิ่นก็เป็นเทศบาลเป็นคนดูแล ดังนั้นวิศวกรก็ดี คนดูแลก็ดี การทําแบบก็ดี ตรงนี้เพียงแต่เป็นกฎหมาย เพราะฉะนั้นการที่ เขาชี้มาว่ามันจะยุ่งยากในการบังคับใช้กฎหมายในข้อที่เขาสรุปมาว่าที่ไม่เห็นด้วยเจตนารมณ์ ของกฎหมาย วัตถุประสงค์ในเรื่องนี้เป็นการใช้กฎหมาย จริง ๆ แล้วของทางกระทรวง มหาดไทยเป็นความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องสําคัญไม่มีไม่ได้ เป็นการ บังคับใช้ว่าค่าแฟกเตอร์ (Factor) เรื่องความปลอดภัยต่าง ๆ จําเป็นจะต้องมี พอออกมาตรงนี้ การฝ่าฝืนถ้าออกมาแบบนี้จะต้องเป็นการปฏิบัติเป็นการลงโทษการฝ่าฝืนอย่างเคร่งครัด คือมีการจําคุกและมีการปรับซึ่งตรงนี้เองเขาเห็นว่าจุดตรงนี้ถ้าหากว่าออกมาใช้เจ้าของ อาคารจะเกิดปัญหาอยู่มากแล้วก็ปัญหาในทางอนุญาตออกแบบ เพราะว่าคนที่เข้าใจเรื่องนี้ ไม่ใช่เป็นวิศวกรระดับสูงในท้องถิ่นเองในเทศบาลเล็ก ๆ ซึ่งก็ต้องดูแบบกันนี่จะต้องมีความรู้ เรื่องนี้กันอยู่มาก ซึ่งทางท่านกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงแล้วว่าเขามีปัญหาของเขาอยู่เขาก็ เป็นกังวลเรื่องนี้ ประเด็นต่อมาก็คือว่าการบังคับใช้ลักษณะแบบนี้มันส่งผลมากไปยังมูลค่า ของอาคาร ถ้าเราจะเสนอว่าลําดับที่มีการนําเสนอขึ้นมาจํานวนจะเป็น ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นจะเป็นอาคารเอกชนแต่เป็นสาธารณะทั้งนั้น สมมุติว่าศูนย์การค้าใหม่ พอมีการบังคับขึ้นไปเขาก็ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายซึ่งเยอะมากค่าใช้จ่ายส่วนนี้นะครับ เราพูดถึง การออกแบบที่ทําลําบากการเข้าไปควบคุมคนที่จะไปดูแลติดตามดูแลก็ต้องมีความรู้มาก ตัวอาคารเองพอชาร์จ (Charge) เข้าไปเจ้าของอาคารก็ต้องเพิ่มมูลค่าเข้าไป สมมุติว่าสุดท้าย มันไปตกอยู่ที่ไหนถ้าเป็นศูนย์การค้าก็ศูนย์อาหารอาจจะต้องเพิ่มอีก ๒ บาท ค่าข้าวแกง สําหรับคนที่ไปกินข้าวแกงต่อ ๑ จาน เพราะว่าไปเพิ่มค่าอาคารมันวนกลับมาหาประชาชน จนได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นจุดตรงนี้เองจะเป็นการเพิ่มที่เป็นจํานวนมาก ผมมีประสบการณ์มาก กับการควบคุมอาคาร ครั้งหนึ่งที่ผมเคยเสนอไว้ในที่นี้แล้วก็คือว่ามีอยู่ครั้งตอนนั้น เป็นกรรมาธิการสวัสดิการสังคมแล้วก็มีคุยกันเรื่องแผ่นดินไหว ท่านสมิทธ ธรรมสโรช ได้มาคุยกับผมอยู่ในกรรมาธิการเมื่อปี ๒๕๓๑ เป็นกังวลเรื่องแผ่นดินไหวและในประเทศไม่มี ใครพูดเรื่องแผ่นดินไหวเลยเป็นเรื่องแปลกมาก แล้วก็มีการนําเสนอเราศึกษาเรื่องนี้ ในกรรมาธิการ แล้วก็คิดว่าเป็นไปได้ที่จะมีแผ่นดินไหว ตอนนั้นยังไม่มีนะแล้วพอตรวจสอบดู พ.ร.บ. ตรงนี้ไม่มีแฟกเตอร์ (Factor) สําหรับแผ่นดินไหวเลย มีแต่ป้องกันลมด้านข้าง ลมพัดมาแรง ๆ ป้องกันโยก แผ่นดินไหวไม่มีสักริกเตอร์ (Richter) เดียวก็ไม่มีก็เลยมีการเชิญ กระทรวงมหาดไทยมา แล้วก็มีการคุยกันเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจังถูกโจมตีมาก แล้วก็มี กําหนดค่าแผ่นดินไหวเอาไว้ประมาณ ๖ หรือ ๗ ริกเตอร์ (Richter) ทําให้เพิ่มเหล็กก็ดี กระจก สมมุติอาคารที่มันเป็นกระจกมันจะแตกและมันจะบิ่น มีการพยายามจะเสนอ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ตอนนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เห็นด้วยก็มี การเห็นชอบแผนป้องกันแผ่นดินไหวตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ถ้าผมจําไม่ผิด หลังจากนั้นมามีไฟไหม้ การพยายามบังคับใช้ตึกสูงที่ว่าไม่มีระบบน้ําเพื่อดับไฟ เพราะน้ําที่ผมเคยพูดแล้วว่าได้ถึง ๑๑ ชั้น ก็เลยต้องมีการบังคับว่าต้องใส่น้ําเข้าไปที่ดาดฟ้าเพื่อให้ไหลมาตามท่อ เพราะว่า เราจะดับไฟไม่ได้เลยนะครับ ตอนนั้นก็พยายามกันอยู่มากกว่าจะได้และจนบัดนี้เมื่อไม่ กี่วันที่มีไฟไหม้ แล้วก็ภรรยาของท่านอดีตวุฒิสมาชิกเสียชีวิต นี่เป็นเหตุที่ว่ามีการบังคับใช้แล้ว แต่ว่าอาคารด้านข้างระยะ ๖ เมตรที่รถดับเพลิงจะเข้าได้ก็อยู่แค่ชั้น ๑๑ เองนะครับที่จะ เข้าได้ก็เข้าไม่ได้โดยรอบผิดหลักทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายตัวนี้ลําบากมาก ขนาดเป็นเรื่องของความปลอดภัย พอมาถึงเรื่องที่ว่าเป็นการส่งเสริมเขาก็เลยเหมือนกับว่า ยังมีเรื่องที่สําคัญกว่าในความคิดของกระทรวงมหาดไทยที่จําเป็นจะต้องทํา ผมเลยคิดว่า เรื่องนี้ท่านพิจารณาดี ๆ เถอะ เพราะว่าผมเกรงว่าเสนอขึ้นไป แล้วก็ส่งไปยังจะมีปัญหาอยู่ ผมเลยเสนอความเห็นว่าถ้าอยากจะให้ได้ผลขณะนี้ เราอย่าไปใช้ในเรื่องการบังคับเพิ่ม กฎหมายเพื่อลงโทษประชาชนเพิ่มขึ้นมาเลย เราน่าจะเป็นการส่งเสริมเพราะเราสามารถ ทําได้ มันเป็นอินเซนทีฟ (Incentive) น่าจะดีกว่า ประเด็นที่ผมจะนําเสนอก็คือว่า เรื่องแบบนี้เป็นการส่งเสริมถ้าใครทําคุณมาเอารางวัลไปจากรัฐดีกว่าเยอะเป็นการส่งเสริม แล้วก็ไปพิสูจน์กันว่าเอาอาคารตรงนี้มีฉนวนป้องกันความร้อน มีระบบเรื่องแอร์ (Air condition) เรื่องแสงสว่างต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็ให้รางวัลเขาไป ถามว่าเงินจะเอาจากไหน เงินเรามี กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นจํานวนตั้งเยอะอยู่ เราเก็บจากประชาชนมา ส่วนนี้และเอาไปใช้ตรงนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังกันสักขนาดไหน อย่างไร นี่เขาบอกกันว่า กองทุนนี้เป็นกองทุนแดนสนธยา ลักษณะการใช้ไม่มีการประเมินผล ไม่มีการใช้ที่อยู่ในกรอบ เป้าหมายเป็นแบบนี้ แต่ใช้อีกแบบ เพราะฉะนั้นเงินตรงนี้เอามาใช้ได้ถ้าใช้ไปผลประโยชน์ ประชาชนก็ไม่ต้องเพิ่มค่าข้าวแกงไปอีก ๒ บาทเพื่อเป็นค่ามาป้องกันลักษณะความร้อน ซึ่งตรงนี้รัฐควรจะเป็นคนจ่ายแล้วรัฐก็เก็บเงินมาจากภาษีเป็นพิเศษมาก่อนแล้ว ผมเห็นว่า ควรจะส่งเสริม หรือแม้แต่การส่งเสริมว่ากลับไปยังความเป็นไทยดั้งเดิมที่ท่านเสนอว่า ผนัง ๒ ชั้น ชั้นเดียวนี่เลวมาก ๒ ชั้นจะดีกว่า ผนัง ๒ ชั้นถ้าเราจะทําจริงเราบังคับตรงนี้ สมมุติจะผ่าน มันไปเพิ่มน้ําหนักบนคาน น้ําหนักบนคานไปไหนมันก็ไปที่เสา จากเสาไปไหน เสาก็ไปลงฐานราก ไปเพิ่มเข็ม มันเป็นการเพิ่มทั้งสิ้นนะครับ เราจะพูดถึงว่าหลังคาเมทัลชีต (Metal sheet) ที่เราเสนอขึ้นมาว่าใช้เมทัลชีต (Metal sheet) เสร็จแล้วก็ใช้อินซูลิน (Insulin) ป้องกัน ป้องกันความร้อนลงมาดี แต่ว่าชีต (Sheet) พวกนี้เมทัลชีต (Metal sheet) ประเทศไทยเราไม่มีแร่เหล็กเลย เราไม่มีสังกะสี เราต้องนําเข้าทั้งสิ้นเป็นการส่งเสริม การนําเข้าเป็นจํานวนมากจากภายนอกอีก เพราะฉะนั้นลักษณะแบบไทยที่ผมเองเรียนว่า ขออนุญาตอีก ๒ นาทีนะครับ บางทีสมาคมสถาปนิกสยามอาจจะต้องมาช่วยกับเรา เพราะว่าผมเคยตอบคําถามเพื่อนที่เป็นเยอรมันไม่ได้ เขาถามว่าอย่างนี้ครับ เขาถามว่า เขาสงสัยมากเลยว่าทําไมบ้านแบบไทย หลังคาถึงอยู่ในตัวบ้าน คือเขามองว่าหลังคาอาคาร แบบไทยมันดีอยู่แล้วในแบบไทย ก็คือว่าหลังคามันลาดไปฝนตกมันก็เลยไป แล้วก็ลักษณะ หน้าต่างก็คือว่ารับแสงลมก็เข้าไม่ต้องใช้แอร์ (Air condition) แต่ปรากฏว่าเราไปออกแบบกัน เป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean) บ้างไปออกแบบเมืองหนาว พอเป็นเมืองหนาว หลังคามันก็ปิด ปิด ฝนตกมากน้ําก็รั่วเข้าบ้าน พอไปปิดแสงไม่เข้าก็ต้องเปิดไฟ พอปิดแล้ว ร้อนก็ต้องเปิดแอร์ (Air condition) คือลักษณะแบบนี้กลับไปสู่ความเป็นไทยตรงนี้จะช่วย เซฟ (Save) ได้เยอะมากอาจจะต้องรณรงค์กันนะครับ

สุดท้ายนี้ผมก็เห็นด้วยกับกิจกรรมที่ท่านนําเสนอขึ้นมา แต่อย่างที่เรียนแล้วว่า ถ้าเราต้องการจะเอาชนะเรื่องนี้ได้ก็ต้องรู้เขารู้เราด้วยว่ากระทรวงมหาดไทยที่เขามีปัญหา ที่เขาไม่ผ่านเป็นเพราะอะไร รอยแยกระหว่างส่วนหนึ่งของกฎหมาย อีกส่วนหนึ่งเป็นตัวบังคับ ใช้เป็นอีกส่วนหนึ่ง รวมทั้งเรื่องความยากลําบาก เขาก็กลัวคอสต์ (Cost) มันจะเพิ่ม ค่าใช้จ่าย จะเพิ่ม แล้วก็กลัวว่าจะไปลงกับประชาชนอีก ผมก็เลยเสนอว่าอยากจะให้ท่านเร่งรัดว่า เอาเงินมาเถอะครับ เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่มีอยู่มากขณะนี้เอามาใช้ เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์มาก นําเรียนด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ