กษิต ชี้ปัญหาประสานงานอนุรักษ์พลังงาน หนุนแผนแม่บทชาติ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๑๐ · ๑ มีนาคม ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ หารือถึงความบกพร่องในการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน เน้นย้ำความสำคัญของการประหยัดพลังงานที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อลดต้นทุนและภาระพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้จัดทำแผนแม่บทในระดับชาติและผลักดันให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบและจริงจัง ไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเป็นรายกรณี

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. เบอร์ ๗ นะครับ ผมไม่มีปัญหาในการที่จะลงคะแนนสนับสนุนข้อเสนอที่จะให้ทาง สปท. ส่งเรื่องไปที่ ครม. เพราะเรื่องของการประหยัด แล้วก็อนุรักษ์พลังงานก็เป็นเรื่องที่สําคัญ แต่ว่าที่ผมค่อนข้างจะแปลกใจก็คือว่า คณะกรรมการอาคารที่กระทรวงมหาดไทยไม่ทํางาน แล้วก็เป็นที่แปลกใจว่าทําไมท่านอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน กับท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองไม่พูดคุยกัน แล้วก็ ๒ ปีที่ผ่านมาทําไม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่พูดคุยกัน แล้วก็มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แล้วก็มีการประชุมของท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีกับทางฝ่ายสถาบัน เอกชน แล้วก็เอกชนหลายท่านที่มีตําแหน่งในสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ก็เป็น ที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจของท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ แล้วก็เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญยิ่ง มันไม่ใช่ เส้นผมบังภูเขาครับ มันเป็นความอ่อนแอในการที่ไม่ได้ทํางานกันให้เป็นเรื่องเป็นราว โดยเฉพาะในระดับอธิบดีระดับกรม กับเรื่องที่มีความสําคัญยิ่ง ได้มีการประชุมเกี่ยวกับ โลกร้อนระหว่างประเทศของสหประชาชาติ ที่เรียกว่าคอป (COP) นี้ก็ตั้ง ๒๐ ครั้งแล้ว ล่าสุดก็ที่กรุงปารีสเมื่อเดือนธันวาคมศกที่แล้ว ที่ผ่านมา มันเป็นพันธะกรณีของประเทศไทย มา ๒๐ ปีแล้ว ว่าต้องประหยัด แล้วก็อนุรักษ์พลังงาน แล้วเราเป็นประเทศที่นําเข้าพลังงาน แล้วก็เสมือนกันว่าทุกหน่วยราชการ แล้วก็ภาคเอกชนที่สําคัญ ๆ จะเป็นสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้าง สมาคมอิเล็กทรอนิกส์ สมาคมหมู่บ้าน จัดสรรแรงงาน แล้วก็บริษัทผลิตปูน ผลิตเหล็กใหญ่ ๆ ทั้งหมดนี้มีภาระหน้าที่ทั้งนั้นที่จะต้อง ช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยการผลิตวัสดุที่จะประหยัดพลังงาน ไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่โต อะไรครับ มันเป็นหน้าที่พลเมืองอันสําคัญ แต่ว่าก็ได้มีการปล่อยปละละเลยกันมาตลอดเวลา จนกระทั่งเรื่องต้องมาอยู่ที่นี่เพื่อจะให้มีการขับเคลื่อน อันนี้ก็ต้องขอชมท่านกรรมาธิการ แล้วก็คณะเป็นการเฉพาะว่าเอาเส้นผมบังภูเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้มันมีการขับเคลื่อน แต่ผม อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานว่า เราจะบริหารประเทศกันแบบนี้ไม่ได้ ถ้าเพื่อระบบ ราชการ แล้วก็สถาบันเอกชนขาดความรับผิดชอบต่อตนเอง เพราะว่าการประหยัดพลังงาน ไม่ใช่เป็นเรื่องประโยชน์ของชาติ แต่เป็นประโยชน์ของทุกคน เพราะยิ่งประหยัดพลังงาน เท่าไรต้นทุนมันก็ลดน้อยลง ค่าใช้จ่ายมันก็ลดน้อยลงนะครับ แล้วเราก็ได้พูดกันมากว่าเราจะ เปลี่ยนหลอดไฟฟ้า ไม่ใช้หลอดกลม ๆ ที่มาใช้อยู่ ตอนนี้มันก็มีเรื่องของการพัฒนาหลอดเล็ก แอลอีดี (LED) แล้วก็มีกองทุนที่จะให้ช่วยเปลี่ยนหลอดจากธรรมดาทั่วไปมาเป็นหลอดนีออน (Neon) สั้น ๆ หรือจะเป็นหลอดแอลอีดี (LED) มันก็เป็นเรื่องที่จะต้องส่งเสริม แล้วก็ ขับเคลื่อน อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญยิ่ง

ส่วนประเด็นปัญหาเฉพาะหน้าของการที่จะให้ ครม. ขับเคลื่อนให้อาคาร ใหญ่ ๆ ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ตารางเมตร หรือ ๒,๐๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป มันก็ไปแค่จุดเดียว แต่ว่าการอนุรักษ์พลังงานมันต้องเป็นนโยบาย เป็นวาระแห่งชาติ จะบ้านเล็ก บ้านน้อย จะตึกเล็กอะไรอย่างไรมันก็ต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน สําหรับเรื่องแค่เฉพาะหน้า ณ วันนี้ก็เหมือนกับขอไปทีก็ขับเคลื่อนไปก่อน แต่ท่านประธาน ผมอยากจะฝากให้เป็นภาระของเราแล้วก็คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงาน ว่าเราต้องมีแผนแม่บทที่เสนอ ไม่อย่างนั้นเราก็จะมาทํางานกัน มาช่วย ปรับปรุงการทํางานของหน่วยราชการที่เฉื่อยชา ไม่พูดจากันเอง เช้าชามเย็นชาม กับการที่จะ มาปฏิรูปประเทศทั้งหมด โดยเฉพาะในเรื่องพลังงาน แล้วก็การอนุรักษ์พลังงาน แล้วก็ บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การปิโตรเลียมต้องเข้ามา การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ภูมิภาค ก็ต้องเข้ามานะครับ ไม่ใช่ว่าจะคิดแต่จะขายไฟฟ้าให้มาก ๆ ไม่ใช่ เป็นภาระหน้าที่เพื่อจะ ช่วยกันประหยัดพลังงาน ผมก็อยากจะฝากคณะกรรมาธิการผ่านทางท่านประธานว่าขอให้ มองในภาพรวมดีกว่า สําหรับงานใน สปท. ว่าเราจะปฏิรูป การอนุรักษ์พลังงานกันอย่างไร ในภาพรวม และใครมีบทบาทหน้าที่จริง ๆ จัง ๆ อย่างไรบ้าง ไม่อยากจะให้มาเสียเวลา ทํางานกันที่เรียกว่าทีละชิ้นนะครับ เป็นพีซมีล (Piecemeal) แล้วถ้าเผื่ออายุเรามันไม่ถึง ๑๒ เดือน ๑๖ เดือน เราก็จะได้แค่อนุรักษ์พลังงานสําหรับอาคาร ๑,๐๐๐ ตารางเมตร หรือ ๒,๐๐๐ แต่ว่าทั้งประเทศจะต้องอนุรักษ์พลังงาน ตั้งแต่วัสดุที่จะใช้ในการก่อสร้าง ระบบไฟฟ้าในตัวเรือน ในโรงงาน ในโรงหนัง ในโรงภาพยนตร์ ไปกับในเรื่องของส่งเสริม ให้ประชาชนประหยัดพลังงานตั้งแต่อนุบาล ที่อารยประเทศเขาทํากันไป มันต้องมอง ในภาพนั้นเราถึงจะบอกถ้าอย่างนั้นเราไปอยู่ที่ สปท. เราจะได้ปฏิรูปกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ เราจะได้ไม่ไปช่วยให้หน่วยงานที่เขาไม่ได้ทํางานแล้วต้องไปขอ ครม. โดยฝากให้ทาง พลเอก ประยุทธ์ บอกว่าที่กรมโยธาธิการ ต้องทํางาน ที่กรมพัฒนาพลังงานต้องทํางานท่านก็ รับเงินเดือนกันอยู่มีสายสะพายกันอยู่ แล้วทําไมถึงไม่ทํางาน ผมก็อยากจะขอฝาก ท่านประธานถามไปที่กรรมาธิการ แล้วได้สอบถามเขาว่าทําไมเขาไม่พบกัน แล้วทําไมเขา ไม่ทํางานกัน แล้วออกบัตรอนุญาตไปได้อย่างไรครับ ในการก่อสร้าง จะเป็นที่ กทม. ที่กระทรวงมหาดไทยให้กับผู้ประกอบการ ทั้ง ๆ ที่ก็รู้กันอยู่ว่าเรื่องประหยัดพลังงาน อนุรักษ์ พลังงานนี่ก็พูดกันมาในโลกนี้เป็นเวลา ๒๐ กว่าปี แล้วก็มีฝ่ายภาคประชาชน พวกเอ็นจีโอ (NGOs) โดยเฉพาะพวกกรีน (Green) เขียว ถึงมีการตั้งพรรคการเมืองกรีน (Green) กัน ทั่วโลกก็ทราบกันดีอยู่เพื่อจะประหยัดพลังงาน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าในเรื่องนี้ก็โอเค (Okay) ก็สนับสนุนกันให้ผ่านไปเพื่อจะได้ไปจี้รัฐบาล เพื่อให้ไปจี้ ข้าราชการให้ทํางาน แต่ผมคิดว่าอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการว่าเรามา ปฏิรูปพลังงานกันในภาพรวมอย่างจริง ๆ จัง ๆ เข้าไปที่แก่นสาร เราจะได้ใช้เวลาที่นี่ ซึ่งมันก็ สั้นลง ๆ นะครับ ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่ได้ไปถึงเป้าหมายอันสําคัญ แล้วเราก็มาพิจารณา ทุกอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคารว่าจะช่วยปรับปรุงหน่วยราชการ ให้ข้าราชการเข้มแข็ง อย่างไร ผมก็พูดซ้ําพูดซาก แต่ผมจะต้องขอพูดต่อไปเรื่อย ๆ ถ้าเผื่อการทํางานของเรายังเป็น ในเรื่องของการข้องแวะกับหน่วยราชการ แต่ยังไม่ได้เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ขอขอบคุณท่านประธานครับ