สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง และเรียกร้องการบูรณาการแผนพัฒนาต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการและแผนงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านชูชาตินะครับ หวังว่าทางท่านมีชัยและคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญคงจะบรรจุให้เป็นของขวัญ ๑๐๐ ปีนะครับ ผมก็เป็นที่ปรึกษาสันนิบาตสหกรณ์ มาหลายปี แล้วก็สหกรณ์ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจฐานรากของเรานะครับ เชิญท่านอดีตปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ท่าน พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ ท่านรองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ วลัยรัตน์ ศรีอรุณ ได้อนุญาตไว้แล้วในการใช้การนําเสนอด้วย เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) นะครับ เชิญครับ

พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ สปท. ๑๑๘ ขอเรียนสั้น ๆ เพียง ๒-๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติตามที่ท่านประธานได้แจ้งที่ประชุม ว่าทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอยากได้ความเห็น ซึ่งกระผมได้ส่งความเห็นไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน แล้ววันนี้ได้มีการส่งเอกสารเพิ่มเติมในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ และได้กล่าวถึงยุทธศาสตร์ชาติในที่ประชุมแห่งนี้หลายครั้งแล้ว และหลายท่านก็ได้มี การพูดถึงยุทธศาสตร์ชาติ กระผมจะไม่พูดถึงอีกในประเด็นนั้น ยกเว้นอยู่ประเด็นเดียว คือหลายท่านจะเป็นห่วงว่ายุทธศาสตร์ชาติที่กําหนดไว้ ๒๐ ปีนั้นผูกพันรัฐบาลอื่น ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณายุทธศาสตร์ชาตินั้น ขอเรียนว่าประการที่ ๑ การจัดทํา ยุทธศาสตร์ชาตินั้นจะต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน นั่นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ในการจัดทํานั้นนอกจากรับฟังความคิดเห็นแล้ว เรากําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ ว่าอาจปรับปรุงได้ทุก ๕ ปี และเมื่อมีเหตุการณ์ที่กระทบต่อยุทธศาสตร์ชาติมีนัยสําคัญ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นตรงนี้ที่ว่าไม่จําเป็นจะต้องรอถึง ๒๐ ปีแล้วถึงมาแก้ นอกจากนั้นแล้วยุทธศาสตร์ชาติต้องผ่านรัฐสภา ถึงแม้ในสมัยนี้จะต้องมาเป็น สนช. แต่ว่า ยังมีกฎหมายอื่นอีกมากมายที่ผ่าน สนช. แล้วสามารถบังคับใช้อยู่ตั้ง ๕๐ ปี หรือ ๑๐๐ ปี ก็เป็นได้ ฉะนั้นก็เลยอยากจะเรียนตรงนี้เพื่อความสบายใจ

ประเด็นที่ ๒ นอกจากเรื่องยุทธศาสตร์ชาติแล้วอยากจะเรียนว่า ในประเด็น ของเรื่องปฏิรูปและการสร้างความปรองดอง ในเรื่องของปฏิรูปและสร้างความปรองดองนั้น บางท่านอาจจะเห็นว่าไม่น่าจะจําเป็นจะต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้ มีความสําคัญต่อยุทธศาสตร์ชาติ เพราะการที่จะทําให้ยุทธศาสตร์ชาติบรรลุผลสําเร็จนั้น จะต้องมีการปฏิรูปซึ่งถือเป็นแรงผลัก ในขณะเดียวกันต้องลดแรงต้าน ก็คือความไม่ปรองดอง หรือความเหลื่อมล้ํา หรือการทุจริตทั้งหลายให้ลดลงเหล่านี้เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีบางท่านที่อภิปรายในวันนี้ว่าไม่น่าจะต้องมีองค์กรเหล่านี้อยู่ เพราะจะมีองค์กรเพิ่มเติมมากมาย ก็อยากจะเรียนเสนอว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าให้บทบาทในการปฏิรูปและการสร้างเสริม ความปรองดองนั้นเป็นบทบาทหนึ่งของหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ นั่นเป็น ประเด็นที่ ๒ ที่กราบเรียนนะครับ

ประเด็นที่ ๓ กระผมเห็นว่ามีความสําคัญมากแต่ยังไม่มีการพูดถึง โดยเฉพาะ ในเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในเรื่องของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทุกท่านคงทราบดีว่าประเทศในเอเชีย ยกเฉพาะประเทศในเอเชีย ๓๐ ปีที่แล้วความเจริญก้าวหน้า ยังน้อยมาก แต่ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมทําให้ประเทศเหล่านั้นมีรายได้สูง ประเทศเจริญกว่าที่เป็นอยู่เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว

กล่าวโดยสรุปก็คือว่าทั้ง ๓ ประเด็นนี้น่าจะเป็นประเด็นสําคัญที่น่าจะได้รับ การพิจารณาในกฎหมายรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นกระผมอยากเรียนเพิ่มเติมว่าในเรื่องของ กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นอาจจะมีหลายส่วนที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า อาจจะมีความเห็นแตกต่างกัน กระผมขอเสนอว่าถ้ายึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นหลัก ประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก ตรงนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่จะวินิจฉัยได้ว่า บทบัญญัติที่ควรจะกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นควรจะกําหนดไว้เพียงใด ขอบพระคุณครับ

ตกลงท่านไม่ใช้เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) นะครับ ที่จะนําเสนอ ด้วยเพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) นะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ทําการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))

พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ : ในระหว่างที่พูดไปแล้ว เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ผ่านไปแล้ว ผมว่าคงไม่ต้องนะครับ เพราะว่าได้มีการแจกไว้แล้ว รูปเครื่องบินนะครับ ไหน ๆ ท่านประธานให้โอกาสแล้วเจ้าหน้าที่ทันไหม รูปเครื่องบินนี้ ท่านอาจจะเห็นอยู่บ่อยนะครับ แล้วต่อไปท่านอาจจะเห็นบ่อยขึ้นนะครับ ที่ว่าแผนการบิน ที่เป็นยุทธศาสตร์ชาติ ที่วงเล็บตัวแดง ๆ ที่ผมเขียนเพิ่มเติมขึ้นมาหลังจากที่อยู่ในชุดกรรมาธิการของบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของนักบินหรือว่าผู้ช่วยนักบินที่ว่าจะต้องเป็นผู้นํา หรือว่าเป็นข้าราชการ ระดับสูงที่มีคุณภาพ ตรงนี้ก็คือเป็นไปตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไว้ว่าส่งเสริมคนดีให้ปกครองบ้านเมือง ฉะนั้นในกระบวนการเข้าสู่การเมืองก็ถือเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะส่งเสริมคนดีให้มีอํานาจ

ภาพที่ ๒ ครับ ทันไหมครับเจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ในการพูดถึงที่เป็นห่วงว่า การกําหนดยุทธศาสตร์ชาติที่ว่าผูกพันรัฐบาลต่อไป รัฐบาลอื่นที่ไม่ได้มีส่วนในการกําหนด นโยบายนั้น ถ้าในภาพนี้ท่านจะเห็นว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านเหล่านี้ก็จะเป็นนักการเมือง อยู่แล้ว ถัดจากนั้นลงมาคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์ชาติทางขวามือของท่าน มีภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาครัฐนั่นก็คือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งแผนงาน แผนเงิน แผนคน ซึ่งก็เป็นข้าราชการอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้ารัฐบาลใดเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินก็น่าจะ คุยกับบุคคลที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้ สิ่งที่น่าสนใจต่อไปอยากจะกราบเรียนว่าขณะนี้แผนพัฒนา ของเราผ่านมาแล้ว ๑๑ แผน แต่ว่าการบูรณาการแผนพัฒนาต่าง ๆ ยังไม่ดีพอ ฉะนั้นในรูปแบบนี้ ในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติเราจะจัดการบูรณาการแผนต่าง ๆ เข้ามาแล้วจัดลําดับความสําคัญ กําหนดตัวชี้วัดนะครับ แล้วในเรื่องใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติแล้วสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติจะมีการจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการและแผนงานนั้น ๆ นี่คือภาพที่ ๒ ที่กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ที่ประชุมเพื่อกรุณาทราบ

ภาพที่ ๓ ครับ ภาพนี้ได้ถ่ายเอกสารไว้แล้ว ท่านประธานได้กรุณาอนุญาต ให้แจกแล้ว ก็คือว่าในส่วนซ้ายมือของท่านในเรื่องของวาระปฏิรูป ๓๗ และวาระพัฒนา บวกบวกนะครับ ทางขวาคือเรื่องของปรองดอง ทั้ง ๒ ส่วนเป็นยุทธศาสตร์ที่สําคัญ สู่ยุทธศาสตร์ชาติและไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนอยู่ข้างบน กราบเรียนเพิ่มเติมด้วยครับ ณ วันนี้ต้องขอบพระคุณท่านประธานสภา แล้วก็ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ทุกท่านที่กรุณาเห็นชอบให้กระผมเป็นประธานกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน อยากกราบเรียนว่าการบริหารราชการแผ่นดินนั้นจะปฏิรูปได้ไม่ใช่เฉพาะคณะกรรมาธิการ ที่กระผมเป็นประธานอยู่เท่านั้น ทุกคณะจะมีส่วนอย่างสําคัญในการที่จะช่วยกันขับเคลื่อน การปฏิรูป อยากขอความกรุณาว่าหากท่านใดมีความเห็นใดที่จะแจ้งให้ทราบนะครับ ท่านใส่ซอง ไว้ที่ตรงหน้าห้องเซ็นชื่อ กระผมจะดูทุกเรื่องแล้วก็จะตอบทุกเรื่องว่าเรื่องใดสามารถทําได้ และทําไม่ได้ มีเวลาเหลืออยู่นิดเดียวนะครับท่านประธาน ถ้าอนุญาตให้กล่าวต่อไปได้ ผมใช้เวลาให้คุ้มก็แล้วกันแต่เป็นประโยชน์ครับ คุยกันในระหว่างกลุ่มนะครับว่า เราจะขับเคลื่อนอย่างไรให้เร็ว ในเรื่องของคณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดินคิดอยู่ว่าจะมี คณะอนุกรรมาธิการอยู่ ๓ ส่วน ๑. คือโครงสร้าง ๒. ก็คือในเรื่องของกลไกและบริหารงานบุคคล

ขออนุญาตท่านประธานครับ เดี๋ยวค่อยพูดในวาระ

พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ : โอเค (Okay) ครับ ขอบคุณครับ

ขอบคุณมากครับสําหรับเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ ความจริงท่านยงยุทธ สาระสมบัติ ถือว่าเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ (Brand ambassador) ด้านนี้นะครับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีคําสั่งแต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ขึ้นมาทันทีนะครับ มีท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขณะนี้ก็เดินหน้าขับเคลื่อน ทํายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีเลย แล้วก็จะบูรณาการกับแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนแผนปฏิรูปแห่งชาติในการที่จะทําให้ประเทศของเรานั้น มีเป้าหมายชัดเจน วิสัยทัศน์ ๒๐ ปีข้างหน้า แล้วก็เคารพต่อสิทธิของรัฐบาลที่เข้ามาในช่วง ๔ ปี ก็ต้องเดินหน้าไปสู่เป้าหมายและทิศทางที่เห็นตรงกันนะครับ นอกจากนั้นแล้วเครื่องบิน ของท่านก็จะส่งมอบให้กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะว่าเป็นตัวสะท้อนที่ดีมาก อธิบายภาพของประเทศได้ดีมาก เราจะต้องมีเครื่องยนต์อะไรใหม่ ๆ เราจะต้องมีลีดเดอร์ชิป (Leadership) หรือภาวะผู้นําอะไรที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนความเหลื่อมล้ํา ที่ทําให้ปีกเครื่องบินเอียงซ้ายเอียงขวาที่ผ่านมาจนกระทั่งเรียกว่าเกือบตกหรือว่าตกไปแล้ว ก็ไม่ทราบ ตรงนี้จะเป็นอุทาหรณ์ของคนทั้งประเทศได้เห็นก็จะส่งมอบให้ทั้งภาพ ทั้งแผน ทั้งคําอภิปรายของท่านนะครับ ต่อไปเชิญดอกเตอร์กอบศักดิ์ ภูตระกูล ครับ