สมพงษ์ สระกวี เสนอความเห็นว่ารัฐธรรมนูญของไทยมีความยาวเกินไปและเสียศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีนโยบายและรายละเอียดที่ไม่จำเป็น ทำให้การแก้ไขไม่ค่อยได้
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมพงษ์ สระกวี ๑๖๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จริงเรื่องการเสนอแนะจาก สปท. เพื่อไปสู่คณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งกําลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้นั้นนะครับ
- ๖๕/๑ กระผมคงจะไม่เสนอข้อเสนอการปฏิรูปอะไรมากมายนักเพราะเหตุดังนี้ครับ ท่านประธานครับ กระผมไม่เห็นด้วยเลยที่รัฐธรรมนูญของประเทศเรานั้นนับวันจะยาวยืดขึ้นทุกวัน ท่านประธานทราบดีว่ารัฐธรรมนูญของประเทศไทยนั้นยาวเป็นอันดับ ๒ ของโลก แล้วในปัจจุบัน มีความยาว มีมาตรา ซึ่งกดลงไปในกูเกิล (Google) เพื่อจะเช็ก (Check) ดูว่ารัฐธรรมนูญ ที่ยาวที่สุดในโลกนั้นเป็นของประเทศใด เป็นของประเทศอินเดียครับ ยาว ๔๔๔ มาตรา แต่กระนั้นก็ตามเขาก็ใช้มาตั้งแต่ปี ๑๙๕๐ ซึ่งก็ ๖๔-๖๕ ปีแล้ว รัฐธรรมนูญของเราบัดนี้ ก็ยาวเกือบจะ ๓๐๐ มาตราเข้าไปแล้ว จึงได้กลายเป็นอันดับ ๒ ของโลกต่อจากประเทศอินเดีย ทําไมถึงเป็นเช่นนั้นครับท่านประธาน ต้องตั้งคําถามนะครับ ทําไมถึงเป็นเช่นนั้น ผมคงไม่ยก เอารัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาซึ่งยาวเพียงแค่ ๗ มาตราใช้มา ๒๐๐ กว่าปี เพิ่มขึ้น เพียงแค่อีก ๒๗ มาตรา เพิ่มขึ้นแค่ ๒๗ มาตรานะครับ ๒๐๐ กว่าปี นั่นประเทศเมืองแม่ ของระบอบประชาธิปไตย เอาละประเทศไทยก็คือประเทศไทยเราจะมีรัฐธรรมนูญ ที่ยาวเป็นอันดับ ๒ ของโลกก็เรื่องของเรา แต่ท่านประธานครับ ฉุกคิดกันสักนิดไหมละครับ ว่าทําไมรัฐธรรมนูญของเราถึงได้ยาวเอา ๆ ก็เพราะว่าเราได้เอานโยบายบ้าง เอาวิธีปฏิบัติบ้าง ไปยัดใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่อเช้าท่านประธานเสรีพูดเรื่องวิธีการเลือกตั้ง ซึ่งท่านประธานครับ เอาวิธีการเลือกตั้งใส่ลงไปในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นรายละเอียดมากมายโดยไม่จําเป็น แล้วเป็น อย่างไรครับ ปรากฏว่าพอเวลาจะแก้แก้ลําบากมาก เพราะเป็นการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เป็น การแก้กฎหมายเลือกตั้ง ท่านประธานคงจําได้นี่ครับว่าเลือกตั้งเมื่อก่อนนั้นสมาชิกสัดส่วน แบ่งเป็นเขต ๘ เขต ปั่นป่วนหมด ตอนหลังก็มาเปลี่ยนจาก ๘๐ คน ขอเพิ่มเป็น ๑๒๕ คน เมื่อก่อนเลือกเป็นพวงก็มาเลือกเป็นแบ่งเขต คือพูดง่าย ๆ ว่ารัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลัก กลับมาลงรายละเอียดให้เป็นกฎหมายรอง ให้เป็นกฎหมายปฏิบัติ แก้ไขแต่ละทีก็แสนยาก แล้วก็เห็นอยู่แล้วว่าแก้กันไม่ได้หยุด ผมจําได้ตอนท่านประธานนั่งอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยเขตการเลือกตั้งนี่ละครับ ว่าด้วยวิธีการเลือกตั้งนี่ละครับ แล้ววันนี้ ที่ผมได้ยินเถียง ๆ กันอยู่ทั้งในที่ประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็นอกสภาก็เถียงกัน เรื่องวิธีการเลือกตั้งนี่ครับ มันเรื่องอะไรละครับ นอกจากจะทําให้รัฐธรรมนูญของเรายาว เป็นอันดับ ๒ ของโลกแล้วยังทําให้รัฐธรรมนูญเราเสียความศักดิ์สิทธิ์เพราะลงรายละเอียดมาก ลงไปสู่ข้อถกเถียงมาก ทําให้รัฐธรรมนูญไม่กลายเป็นรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลัก หรือเป็นกฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ฟุ่มเฟือย ถือโอกาสจะแก้ทั้งทีทําไมไม่แก้เสียตอนนี้ละครับ แต่นี่คิดจะแก้อย่างไรครับท่านประธาน ใส่นโยบายของรัฐลงไป ๑๐๐ มาตราแล้ว สภาปฏิรูป เราก็คิดเรื่องปฏิรูปอีก นี่กะว่าจะใส่อีกกี่สิบมาตราครับท่านประธานถึงจะพอใจในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะลงเรื่องรัฐธรรมนูญอีกกี่เรื่องครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญถึงยาวเอา ๆ หนักไปกว่านั้น ท่านประธานผมไม่นึกว่าจะเกิดขึ้น คือบางพวกใส่นโยบายลงไปในรัฐธรรมนูญ นโยบาย ไม่ต้องใส่ในรัฐธรรมนูญครับ นโยบายเดี๋ยวก็เปลี่ยน หนักไปกว่านั้นครับท่านประธาน ใส่เรื่อง ข้อห้ามว่าอย่ามีนโยบายเข้าไปอีกเกิดขึ้นแล้วใน พ.ศ. นี้ ผมได้ยินการอภิปรายบอกว่าอย่าใส่ นโยบายประชานิยม ห้ามมีนโยบายประชานิยมของพรรคการเมือง อีกหน่อยก็จะใส่รายละเอียดว่านโยบายประชานิยมที่ห้ามใส่คือจํานําข้าว ค่าแรง ๓๐๐ บาท รถยนต์คันแรก อย่างนี้จะไปไกลเลยนะครับท่านประธาน เขาไม่ทํากันนะครับ เพราะนโยบาย ดีวันหนึ่ง วันหนึ่งจะไม่ดีแล้วนะครับ นโยบายรถยนต์คันแรกอาจจะดีใน พ.ศ. นี้นะครับ พอดี ๓ ปีไม่ดีแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของนโยบายเขาจะไม่ยอมใส่ลงไปในรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะควรทําหรือไม่ควรทํา ใส่ควรทําเข้าไป ๑๐๐ ข้อ ใส่ไม่ควรทําอีก ๒๐ ข้อ กลายเป็น ๑๒๐ ข้อ ท่านประธานครับ เป็นเช่นนี้รัฐธรรมนูญก็จะหาความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ ก็จะกลายเป็น รัฐธรรมนูญที่ยาวเป็นอันดับ ๒ ของโลก และเป็นรัฐธรรมนูญซึ่งยากแก่การแก้ไข แต่นโยบายนั้น แก้ไขได้ เปลี่ยนแปลงได้ ท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่าต้องทบทวนนะครับว่าอย่าใส่อะไร ลงไปเปรอะไปหมดในรัฐธรรมนูญ เพราะหลายเรื่องไม่จําเป็นจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมพยายามนั่งอ่านนะครับ ขอบคุณที่สมัยนี้ข้อมูลข่าวสารอ่านได้ง่าย อย่างเช่น ใส่เข้าไป ดูดีนะครับท่านประธาน คือเรื่องสิทธิหรือเสรีภาพ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอิงมาจาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมอ่านดูแล้วไม่จําเป็นนี่ครับ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพตามธรรมชาติ อาทิเช่น บอกว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพที่จะประกอบกิจการอาชีพ และจะเกณฑ์แรงงาน หรือจะเอาคนมาเป็นทาสมิได้ อันนี้ผมเติมเองนะครับ อันนี้ไม่ต้องเขียนหรอกครับ นี่เป็นเสรีภาพ เลยว่าประชาชนมีสิทธิที่จะประกอบกิจการอาชีพ และเขียนไว้หน่อยบอกจะเกณฑ์แรงงานมิได้ แต่ผมก็มาเติมอีกอันหนึ่งจะเอาคนลงมาเป็นทาสไม่ได้ การเกณฑ์แรงงานหรือเป็นทาสนั้น เป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ไปแล้ว ไม่ใส่ลงไปก็ไม่เป็นไร หรือถ้าเกิดรัฐธรรมนูญเขียนบอกว่า ย่อมมีสิทธิที่จะหายใจอย่างนี้ครับท่านประธาน ไม่ต้องเขียนหรอกครับ บุคคลย่อมมีสิทธิ ที่จะออกกําลังกาย กินอาหาร ๕ หมู่ รักษาสุขภาพให้ดี ๆ จะได้มีอายุยืน ๆ อย่างนี้ไม่ต้องเขียน หรอกครับ อย่างนี้เขาเป็นสิทธิตามธรรมชาติ และเป็นเสรีภาพตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่พอ เขียนลงไป ผมยกตัวอย่าง บุคคลย่อมมีสิทธิรับค่าจ้างที่เป็นธรรม ทั้งนี้ตามกฎหมายกําหนด อ้ายอย่างนี้เขียนลงไปทําไมครับ คนทํางานก็ต้องได้ค่าจ้างที่เป็นธรรม แต่ความหมายของ ค่าจ้างที่เป็นธรรมจะต้องได้ค่าแรงขั้นต้น ๓๐๐ บาท หรือ ๔๐๐ บาท ในที่สุดก็ต้องเขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญอยู่ดี ทั้งนี้ตามกฎหมายกําหนด นี่ครับ มันเป็นสิทธิเสรีภาพตามธรรมชาติ อยู่แล้วว่าบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม ไม่เขียนผมก็จะเรียกร้อง ไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญ คนทํางานก็ต้องเรียกร้องค่าจ้างที่เป็นธรรม และในที่สุดก็ต้องอยู่ในกฎหมายลูกอยู่ดีว่า ทั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายกําหนด เหมือนกันครับ บอกว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบ ประชาธิปไตย ก็คงไม่ต้องเขียนแล้วละครับ เพราะคําว่า ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มันค้ําประกันสิทธิ เสรีภาพ อย่างเช่นในรัฐธรรมนูญที่เขียนมานะครับ บอกว่ามีเสรีภาพ ในการชุมนุมโดยสงบ จะจํากัดเสรีภาพข้อนี้จะกระทํามิได้ ก็ไม่ต้องเขียนหรอกครับ สิทธิ เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบนี้เป็นสิทธิ เสรีภาพโดยพื้นฐานอยู่แล้ว ไม่เขียนไว้ใน รัฐธรรมนูญ ประเทศอื่นเขาก็ไม่เขียนนะครับ ก็ถ้าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยย่อมรู้ ได้ว่าประชาชนย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธหรือความรุนแรงอะไรก็ตาม และในที่สุดก็เขียนลงไป พอเขียนลงไปก็ต้องเขียนต่ออีกว่าถึงแม้จะจํากัดเสรีภาพในข้อนี้ จะกระทํามิได้ เว้นแต่อาศัยอํานาจตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นพอเราอ่านรัฐธรรมนูญนะครับ ในหมวดว่าสิทธิ เสรีภาพ สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอะไรก็ตามซึ่งไม่ต้องเขียน ถ้าเป็น สิทธิ เสรีภาพตามธรรมชาติ แต่พอเขียนในที่สุดก็ต้องบอกว่าทั้งนี้ตามกฎหมายกําหนดอยู่ดี เพราะฉะนั้นสิทธิ เสรีภาพของผมที่จะหายใจ สิทธิ เสรีภาพของผมที่จะกินอาหาร ๕ หมู่ สิทธิ เสรีภาพของผมที่จะออกกําลังกาย หรือสิทธิ เสรีภาพของผมที่จะทํางานแล้วได้สตางค์ สิทธิ เสรีภาพของผมที่จะประกอบอาชีพอะไรก็ได้ หรือสิทธิ เสรีภาพของผมที่จะชุมนุมโดยสงบ ในที่สุดเขียนลงไปในรัฐธรรมนูญยาวเสีย ๖๐-๗๐ มาตรา และในที่สุดก็ต้องตบท้ายลงว่า ทั้งนี้แล้วแต่กฎหมายจะกําหนดอยู่ดี ก็ไปอยู่ในกฎหมายที่กําหนดเสียสิครับ อย่ามาเขียน ให้ยืดยาวในรัฐธรรมนูญเลยครับ ขอบพระคุณครับ