ถวิลวดี บุรีกุล หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวเข้ากับกระแสโลก ความเท่าเทียมทางเพศ การจัดสรรงบประมาณที่เป็นธรรม และการมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสิทธิเสรีภาพที่ควรคงไว้และขยายออกไป รวมถึงการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม การปฏิรูปเศรษฐกิจ และสื่อสารมวลชน
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิก หมายเลข ๖๑ นะคะ ดิฉันมีประเด็นที่อยากจะให้พิจารณาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่กําลังจะ ทําขึ้นในหลายประเด็นมากนะคะ ดิฉันบอกว่ามาก เพราะเวลา ๑๐ นาทีน้อยมาก แต่ดิฉันมีเรื่องเยอะดิฉันก็จะพยายามพูดให้ ครบถ้วนนะคะ สิ่งแรกคือรัฐธรรมนูญจะต้องสอดคล้องกับบริบทของประเทศ เราจะไปเอา แนวคิดของต่างประเทศมาใช้ทั้งหมดแต่ว่าอาจจะไม่เหมาะสมกับประเทศไทยก็ได้ แล้วสิ่งที่ สําคัญคือเราจะต้องมองไปในอนาคต เพราะเป็นสัญญาประชาคมที่พวกเราจะต้องใช้ร่วมกัน และนําไปสู่การอยู่ของลูกหลานของเราในอนาคตด้วย เป้าหมายที่สําคัญคือทําอย่างไร รัฐธรรมนูญจะทําให้ประเทศนั้นไปสู่จุดหมายคือสันติสุข สถาพร แล้วก็สร้างสังคมที่เป็นธรรม ให้เกิดขึ้น แล้วประเทศของเราสามารถที่จะปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของ กระแสโลกได้ เพราะรัฐธรรมนูญจะต้องมีความยืดหยุ่นในตัวเองแล้วก็ดูเป้าหมายในอนาคต ดิฉันกําลังจะพูดถึงเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นไป เมื่อเดือนก่อนนะคะ มีสิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยยังไม่บรรลุก็คือเรื่องของการมีส่วนร่วม ของผู้หญิงในทางการเมืองโดยเฉพาะในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คราวนี้ก็จะมีเรื่องใหม่ ที่เข้ามาแล้วประเทศไทยก็ไปตกลงไว้เรียบร้อยแล้ว ก็คือเรื่องของซัสเทเนเบิล ดีเวลอปเมนท์ โกลส์ (Sustainable Development Goals) เป็นเรื่องของความต่อเนื่อง การพัฒนาที่องค์การสหประชาชาติได้กําหนดเป็นเป้าหมายไว้ แล้วประเทศไทยก็เอามา เป็นเป้าหมายด้วย แล้วเป้าหมายที่ ๕ ในทั้งหมด ๑๐ กว่าเป้าหมายก็คือเป้าหมายที่จะต้อง บรรลุความเท่าเทียมทางเพศ และการเสริมสร้างพลังให้แก่สตรีและเด็กผู้หญิงทุกคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องเอามาพิจารณาแล้วก็เขียนรัฐธรรมนูญที่จะให้สอดคล้องกับ การพัฒนาของโลกเขา ซึ่งในหลายประเทศก็มีการกําหนดโอกาสที่จะให้ผู้หญิงเข้าสู่การเมือง ได้มากขึ้น ถึงแม้เราบอกว่ามีความเท่าเทียมกันอยู่แล้ว แต่ช่องทางนั้นไม่เท่าเทียม แล้วโอกาสก็ไม่เท่าเทียม ทําอย่างไรถึงจะให้เข้าถึงโอกาสเพื่อที่จะได้เข้าถึงโอกาสนั้น มีวิธีที่หลายประเทศเขาทํากันอยู่ ซึ่งสิ่งที่ทําได้ง่ายก็คือการกําหนดโควตา คราวที่แล้วเราเคย กําหนดไว้ว่าในกรณีที่มีเพศตรงข้ามเพศใดเพศหนึ่งมากกว่าอีกเพศหนึ่งในบัญชีรายชื่อของ ผู้สมัครรับเลือกตั้งในพรรคการเมือง ก็ให้มีเพศตรงข้ามไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ นะคะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการขั้นต่ําชั่วคราว เป็นมาตรการพิเศษชั่วคราว ซึ่งจะเป็นการเปิด ช่องว่างให้กับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้มีโอกาส เพราะว่าถ้าไม่ใช่ลูกเศรษฐี ไม่ใช่ลูกเจ้าของพรรค ก็คงจะไม่มีโอกาสอยู่ในบัญชีรายชื่อแน่นอนนะคะ นั่นเป็นส่วนหนึ่ง แล้วนอกจากนี้เพื่อที่จะ ช่วยเหลือสร้างพลังให้กับผู้หญิงโดยทั่วไป การจัดสรรงบประมาณที่เป็นธรรมมีความหมายมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเรื่องของการจัดสรรงบประมาณนั้น ถ้ามีการเขียนว่าให้มีการคํานึงถึงความเสมอภาคทางเพศและความเสมอภาคด้านอื่น ๆ แล้ว จะทําให้งบประมาณนั้นถูกจัดสรรไปยังกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกัน และเป็นไป อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพราะว่าจะไม่มีใครคิดแทนใคร แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของ แต่ละกลุ่ม ตรงนี้ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเจนเดอร์ เรสพอนซีฟ บัดเจตติง (Gender responsive budgeting) ซึ่งในสากลเขาก็มีเรื่องนี้กันแล้ว แต่ประเทศไทยยังห่างชั้น มากนะคะ เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่เราจะใช้รัฐธรรมนูญคราวนี้เป็นเรื่องของการพาประเทศ ของเราก้าวสู่สากลได้ นอกจากนี้มีประเด็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องที่สําคัญ ที่สุดในเรื่องนี้ที่ประเทศไทยจะต้องพยายามทําให้ไปถึงก็คือการมียุทธศาสตร์ชาติ เพราะยุทธศาสตร์ชาติเป็นเจตจํานงของประชาชนทั้งประเทศ ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม ในการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ชาตินี้สามารถที่จะปรับปรุงได้ คณะรัฐมนตรี ที่เข้ามาจะต้องดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน รวมทั้งจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะทําให้ยุทธศาสตร์ชาตินั้นเป็นจริงได้ ถ้าเรา ไม่มียุทธศาสตร์ชาติเราจะไม่รู้ว่าประเทศไทยของเราจะก้าวไปสู่อะไร ในอนาคตจะเป็น อย่างไร ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เขามียุทธศาสตร์ชาติแล้วเขาพัฒนาไปได้ไกลมาก
นอกจากนี้ประเด็นต่อไปคือการสร้างพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในหลายประเทศก็มีเจตจํานงที่ชัดเจนในการสร้างพลเมือง ให้ประชาชนรู้ว่าพลเมืองนั้น คืออะไร จะต้องทําหน้าที่อะไรบ้าง เช่นรัฐธรรมนูญของประเทศอินโดนีเซียที่มีหลักปัญจศีล และทุกคนก็ได้เรียนรู้เรื่องนั้น แต่ว่าของประเทศไทยเราค่านิยมของความเป็นพลเมืองไทย ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน ยังหาไม่เจอนะคะ เราสามารถใช้รัฐธรรมนูญนี้สะท้อนสิ่งที่เราต้องการได้
อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน การมีส่วนร่วม ในนโยบายสาธารณะเป็นสิ่งสําคัญมาก ตั้งแต่ร่วมริเริ่ม รับรู้ แสดงความคิดเห็น รับผลประโยชน์ ตัดสินใจ ตรวจสอบได้ รวมถึงการให้อํานาจในการลงประชามติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่าประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในเรื่อง เหล่านั้นนะคะ รวมทั้งเรื่องของการมีส่วนร่วมในทางการเมือง ที่ดิฉันจะเน้นคือเรื่องของ การเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยภาคประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ผ่าน ๆ มาก็เขียนไว้ชัดเจน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐-๒๕๕๐ ปี ๒๕๔๐ ก็ ๕๐,๐๐๐ คน พอปี ๒๕๕๐ ก็เหลือ ๑๐,๐๐๐ คน
- ๔๑/๑ แล้วก็ยังให้โอกาสผู้แทนของภาคประชาชนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายเข้าไปเป็นกรรมาธิการ วิสามัญ ๑ ใน ๓ ของกรรมาธิการทั้งหมดในชั้น ส.ส. และ ส.ว. แต่ยังขาดในชั้นกรรมาธิการร่วม ซึ่งคราวนี้ดิฉันเห็นว่าจะต้องใส่ไว้ให้ครบถ้วนโดยผู้แทนของประชาชนจะต้องเข้าไปอยู่ในชั้น กรรมาธิการร่วมด้วยอย่างน้อย ๑ ใน ๓ เช่นเดียวกัน เพราะมิฉะนั้นจะต้องไปใช้โควตาของ ไม่ ส.ส. ก็ ส.ว. เพื่อที่จะเข้าไปมีสิทธิมีเสียงในการแสดงความคิดเห็น
นอกจากนี้ในเรื่องของสิทธิ เสรีภาพ สิทธิ เสรีภาพเป็นเรื่องที่สําคัญที่ควรจะ คงไว้แล้วก็ทําให้กว้างขวางมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิเด็ก สิทธิเยาวชน สิทธิสตรี ผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพต่าง ๆ คงจะต้องไปพิจารณาในรัฐธรรมนูญอื่น ๆ ที่ผ่านมาแล้วก็คงไว้ นอกจากนี้สิทธิจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐหรือเรื่องสิทธิของผู้บริโภค ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สําคัญที่จะละเลยมิได้ รวมทั้งเรื่องของการจัดสรรทรัพยากร การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งคลื่นความถี่ แล้วก็ทรัพยากรเรื่องพลังงาน ปิโตรเลียม ทั้งหลายเหล่านี้จะต้องเขียนไว้ให้ชัดว่าเป็นสมบัติของชาติ
นอกจากนี้ในเรื่องของสิทธิอื่น ๆ เรื่องของการเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ เรื่องของการถอดถอน การรับทราบการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะในข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ นโยบายหรือการอนุมัติอนุญาตที่เมื่อดําเนินการแล้วจะมีผลกระทบต่อประชาชนจะต้องผ่าน กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งตรงนี้ดิฉันถือว่ายังคงต้องเอาไว้โดยเฉพาะในมาตรา ๖๐ กว่า ในร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๘ รวมทั้งในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือ ปี ๒๕๔๐ ก็มีเรื่อง เหล่านี้ไว้ชัดเจน เรื่องของผู้มีส่วนได้เสียที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาโครงการ ต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของอีไอเอ (EIA) และเอสอีเอ (SEA) ต่าง ๆ ควรจะใส่ไว้ให้ชัดเจน เพราะว่าถ้าไปไว้ที่กฎหมายลูกดิฉันคิดว่าไปไม่ถึงเพราะว่าศรีธนญชัยเยอะ สุดท้ายก็จะ ทะเลาะกันด้วยการตีความที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม ซึ่งดูเหมือนว่าเราจะ ละเลย เราจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในเรื่องของการส่งเสริมศิลปะ วัฒนธรรม เพราะว่าโลก ยุคนี้เป็นยุคที่ว่าด้วยการใช้อาวุธทางวัฒนธรรมเราจะละเลยตรงนี้ไม่ได้ เราคงจะต้องสร้าง จิตสํานึกและต้องมีการสื่อสารทางวัฒนธรรม ในรัฐธรรมนูญก็ควรจะต้องเขียนว่าส่งเสริม ศิลปะและวัฒนธรรมโดยคํานึงถึงวัฒนธรรมในมิติต่าง ๆ ซึ่งจะต้องคํานึงถึงเอกลักษณ์ ของชาติ ของท้องถิ่น รวมทั้งเรื่องของการบริหารจัดการวัฒนธรรมนั้นต้องเปิดโอกาส ให้ประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการ ดูแลศิลปะ วัฒนธรรม ในเรื่องของการปกป้องศิลปะ วัฒนธรรมของพื้นที่ของประเทศ ของตัวเอง ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนแล้วก็มีความสําคัญและเรามักจะมองข้ามไป มีการพูดถึงเรื่องของกรรมาธิการต่าง ๆ ที่เราเพิ่งตั้งขึ้นก็มีกรรมาธิการที่จะดูแลเรื่องนี้ ดิฉันก็ค่อนข้างจะดีใจไปในระดับหนึ่ง แต่ว่าในรัฐธรรมนูญถ้าไม่ได้ก็คงจะลืมไป
อีก ๒ เรื่องสุดท้าย เรื่องของการปฏิรูปซึ่งดิฉันกังวลว่าจะขาดหายไป เพราะเราอยู่ในยุคของการปฏิรูปประเทศ เราคงจะต้องมีเรื่องของการปฏิรูปใส่ไว้ใน ร่างรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนโดยเฉพาะปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อลดความเหลื่อมล้ํา แล้วก็ลด การผูกขาด ลดเศรษฐกิจที่ครองตลาด มีอํานาจเหนือตลาด ดิฉันคิดว่าตรงนี้จะต้องมีการเขียนไว้ ชัดเจนในเรื่องของการปฏิรูปและถึงระยะเวลาหนึ่งก็คงจะไม่ได้บังคับใช้ คงจะบังคับใช้ในช่วง ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
แล้วนอกจากนี้ในเรื่องอื่น ๆ คือเรื่องของสื่อ สื่อสารมวลชนนี้สิ่งที่สําคัญคือ จะต้องมีความเป็นอิสระ และที่สําคัญที่สุดคือจะต้องปลอดจากการเป็นเจ้าของโดย นักการเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องเขียนไว้ให้ชัดเจน เพราะมิฉะนั้นถ้าสื่อเข้าไปใน ตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชนแล้วละก็นักการเมืองก็จะเข้าไปซื้อหุ้น แล้วสุดท้ายสื่อก็จะตก ภายใต้อุ้งมือของนักการเมืองและจะใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งสิ่งเหล่านี้น่าสนใจมาก ว่าเราจะทําอย่างไรถ้าเราไม่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ดิฉันคิดว่าไปไม่ถึงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ