สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

อิศรา ศานติศาสน์ เสนอแนะแนวคิดการเคารพสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เสียงของเขาแพ้ และเสนอแนะตัวอย่างจากประเทศต่าง ๆ เช่น อิรัก อิหร่าน มาเลเซีย และนิวซีแลนด์ เพื่อให้ประเทศไทยพิจารณาในเรื่องการเคารพสิทธิของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนา และการให้ตัวแทนของพวกเขาในรัฐสภา

นายอิศรา ศานติศาสน์

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม อิศรา ศานติศาสน์ สปท. หมายเลข ๑๙๑ นะครับ ผมเองตั้งแต่เช้าผมได้ฟังหลาย ๆ ประเด็น แล้วผมมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ สปท. ได้เสนอนั้นค่อนข้างจะในความเห็นผมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มาก ๆ กับการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แต่ว่าผมเองได้ดูข่าวเกี่ยวกับทางคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญที่พูดถึงการเลือกตั้งที่จะแบ่งเป็น ๒ บัญชี คือบัญชีที่ชนะเขตเลือกตั้ง แล้วก็ บัญชีที่คัดมา บัญชีรายชื่อที่เอาเสียงของคนที่เลือกคนที่แพ้ในเขตเลือกตั้งมารวมกันแล้วก็ คัดสรรจากสมาชิกพรรคที่แพ้นะครับ ทีนี้แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่คล้าย ๆ กับทําให้เห็นว่า เราเคารพเสียงของคนไทยทุกคนนะครับ แม้ว่าเขาจะลงคะแนนเสียงให้กับคนที่แพ้เลือกตั้ง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผมชื่นชมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ทีนี้ผมเองได้มีโอกาสพูดคุย กับรัฐสภาของหลายประเทศไปเยี่ยมเยือนเขานะครับ บางครั้งอ่านในรายงานวิจัยก็พบว่าแนวคิด ในการเคารพสิทธิของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่เสียงของเขาแพ้มันมีอยู่ในหลายรูปแบบ หลายมิตินะครับ ก็เลยจะนํามาเรียนให้ที่ประชุมนี้ได้พิจารณาสัก ๔ ตัวอย่าง ผมอยากจะ ขออนุญาตย้อนไม่ตรงกับในเอกสารที่ผมแจกนะครับ คือจะย้อนตั้งแต่ข้างล่าง คือจากประเทศอิรัก มาประเทศอิหร่าน ประเทศมาเลเซีย แล้วก็ประเทศนิวซีแลนด์นะครับ จริง ๆ มีตัวอย่างเยอะกว่านี้ครับ ประเทศอินเดีย ประเทศอินโดนีเซียอะไรอีกเยอะมาก ประเทศอิรักนี่เขาระบุไว้ในรัฐธรรมนูญว่าร้อยละ ๒๕ ของสมาชิกรัฐสภาของเขาจะต้องเป็นสตรี เป็นประเทศในกลุ่มประเทศอาหรับที่ฝรั่งว่ากันว่าไม่เคารพสิทธิสตรี แต่ตั้งเงื่อนไขว่าสมาชิกรัฐสภาของเขาต้องมี ๒๕ เปอร์เซ็นต์เป็นสตรี ในประเทศอิหร่านมีการให้ โควตาพิเศษกับตัวแทนชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนา เช่น คนยิวในประเทศอิหร่าน คนเคิร์ด (Kurdish) ในประเทศอิหร่าน รวมทั้งสตรีด้วยนะครับ มีที่นั่งพิเศษให้กับคนเหล่านี้ อันนั้นก็เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมาก ๆ ทีนี้ถ้าดูประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านใกล้เคียงเรา สมาชิกวุฒิสภาของเขามีทั้งเลือกตั้งและถูกแต่งตั้ง โดยการเลือกตั้งจะมี ๒ คนต่อรัฐ แต่จะมี แต่งตั้งโดยยังดี เปอร์ตวน อากง (Yang di-Pertuan Agong) ๒ คน สําหรับรัฐกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) ๑ คน สําหรับดินแดนที่เรียกว่าดินแดนสหพันธ์แห่งลาบวน (Labuan) อีก ๑ คน สําหรับปุตราจายา (Putrajaya) คือเมืองหลวงใหม่ และมีอีก ๔๐ คน ที่แต่งตั้ง จากผู้มีความสําเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ด้านข้าราชการพลเรือน ในสายอาชีพ การค้า การอุตสาหกรรม การเกษตร และวัฒนธรรม และที่สําคัญคือมีตัวแทนของชนกลุ่มน้อย หนึ่งในชนกลุ่มน้อยนั้นคือโอรังเซียม (Orang Siam) หรือคนไทยในประเทศมาเลเซีย แล้วก็พวกอัสลี (Orang Asli) ต่าง ๆ อันนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจครับ ถ้าโดดข้ามไปที่ ประเทศนิวซีแลนด์ ผู้นําประเทศฝรั่งนะครับ ซึ่งมีคนเมารี (Maori) อยู่ประมาณสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เขาให้คนเมารี (Maori) มีสิทธิเลือกลงคะแนนได้ ๒ ระบบ เขาเรียกระบบคู่ คือคุณจะลงคะแนนเลือกตั้งแบบทั่ว ๆ ไปก็ได้ ไปแข่งกับคนอื่นนะครับ ซึ่งคุณก็มีโอกาสแพ้แล้ว ไม่ได้รับสิทธิมีตัวแทนของคุณ หรือคุณจะไปลงคะแนนในโควตาของคนเมารี (Maori) ก็ได้ แล้วคุณก็จะได้ตัวแทนที่เป็นคนเมารีมาเป็นผู้ใช้สิทธิแทนคุณในรัฐสภา ๔ ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่าง ที่ผมคิดว่าน่าสนใจมาก ๆ ยังไม่รวมถึงการเคารพในสิทธิของชนกลุ่มน้อยทางด้านชาติพันธุ์ และศาสนาที่หลายประเทศในอาเซียน (ASEAN) เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศบรูไนมีนะครับ เช่นให้มีวันหยุดสําคัญทางศาสนาแก่กลุ่มศาสนาอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่ศาสนาหลัก เช่น ในประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศบรูไน จะมีวันวิสาขบูชาเป็นวันหยุด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมเข้าใจว่ายังอ่อนอยู่ในรัฐธรรมนูญของไทยและในประเทศไทยเอง ประเทศไทยเรามีประชากรอยู่ประมาณ ๗๐ กลุ่มชาติพันธุ์ที่ค้นมานะครับ ไม่ได้เป็น เนื้อเดียวกันหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งพูด ๕ ภาษา ในกลุ่มภาษาหลัก ซึ่งเป็นภาษาในอาเซียน (ASEAN) ในเอเชียอาคเนย์ แล้วเท่าที่ผมคํานวณดูคร่าว ๆ คนไทย ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ คน คนในประเทศไทยประชากรไทยพูดภาษาไทยไม่ได้ พูดได้แต่ภาษาพื้นเมืองของเขาหรือภาษาแม่เขา แล้วคนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะมาหรือไม่มา ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งไม่รู้สิทธิตัวเอง หรือแม้กระทั่งมาใช้สิทธิแล้วก็จะแพ้เลือกตั้ง ทําให้เขาขาดผู้แทนที่เป็นปากเสียงสะท้อนความต้องการ ความคิดเห็นของพวกเขา ในระบอบประชาธิปไตย ผมก็เลยอยากจะขอใช้เวลาสั้น ๆ นี้ขอเสนอแนะสิ่งที่ค้นคว้ามานี้ ให้แก่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แล้วขอความอนุเคราะห์จากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่าจะมีแนวทางอย่างไรบ้างที่จะช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถมีตัวแทนของพวกเขา ในรัฐสภาของประเทศไทยด้วย ขอบพระคุณครับ