สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

ไวกูณฑ์ ทองอร่าม หารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้มแข็งให้กับกระบวนการยุติธรรมทางเลือก และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการปฏิรูป โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีทิศทางและแนวทางชัดเจนเพื่อให้ประสบผลสำเร็จ

นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายไวกูณฑ์ ทองอร่าม สมาชิกลําดับที่ ๑๔๙ กรรมาธิการ คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ขอนําเสนอแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม เพื่อที่จะให้กระบวนการยุติธรรมนั้นบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ หรือตามหลักการของความถูกต้อง รวดเร็วและเป็นธรรม ซึ่งกระผมมีเอกสารขออนุญาต นําเสนอต่อท่านสมาชิกทุกท่าน แต่จะขอรวบรัดในประเด็นที่สําคัญเพื่อที่จะได้นําเสนอ ประเด็นหรือสาระที่จะเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ประเด็นสําคัญที่ต้องปฏิรูป แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐที่เกี่ยวกับด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ผมเห็นว่า รัฐธรรมนูญควรจะมีกลไกในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิผล เสมอภาค และเป็นธรรมทั่วถึง ๒. มีกลไกในการคุ้มครองสิทธิและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ของผู้ด้อยโอกาสและผู้ยากไร้และประชาชนโดยทั่วไป ๓. มีกลไกในการสร้างความเข้มแข็ง ให้กับกระบวนการยุติธรรมทางเลือก และ ๔. มีกลไกการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งในการดําเนินการเพื่อปฏิรูปตามหลักการดังกล่าวนั้นมีข้อเสนอ ๗ ประการดังต่อไปนี้

๑. การสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทุนต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันเพื่อสนับสนุน การดําเนินการของภาคสถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ในการสร้าง กิจกรรมและต่อต้านคอร์รัปชันทุกรูปแบบ

๒. กําหนดมาตรการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิผล และเสมอภาค รวมถึงส่วนราชการต้องสร้างกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ กล่าวโทษอย่างรวดเร็ว จริงจัง และทั่วถึง

๓. กําหนดขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมในการเร่งรัดพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยกําหนดระยะเวลาที่แล้วเสร็จเป็นมาตรฐานกลาง กําหนดตัวชี้วัดจํานวนคดีที่แล้วเสร็จ เพื่อกํากับการทํางาน และมีระบบการตรวจสอบศาลยุติธรรมจากภายนอก

๔. จัดตั้งศาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง เพื่อให้เกิดการกระจายงาน ที่เกี่ยวข้องกับการอํานวยความยุติธรรมออกไปยังศาลต่าง ๆ ที่มีความชํานาญ เพื่อลด ความซ้ําซ้อน

๕. สร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ทางเลือก กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ และกระบวนการอนุญาโตตุลาการ

๖. สร้างหลักประกันและมาตรการต่อกระบวนการคุ้มครองสิทธิ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยการผลักดันการตราพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม ซึ่งเราอาจจะเอาเงินมาจากภาษีฟุ่มเฟือยหรือที่เรียกว่าภาษีบาป ร้อยละเท่าไรก็กําหนดมา เพื่อที่จะให้กองทุนนี้มีความเข้มแข็งสามารถที่จะจับจ่ายได้อย่างเป็นธรรม

๗. มีกฎหมายรองรับหลักประกันความเป็นอิสระในการใช้ดุลยพินิจของ ผู้บังคับใช้กฎหมาย และประสิทธิภาพของกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย

๘. ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้คดีการทุจริตคอร์รัปชันไม่มีอายุความ และตัดสิทธิ ทางการเมืองของผู้ต้องคําพิพากษาที่ได้กระทําความผิดในเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งจะมีผลต่อ การกรองบุคคลที่มีความเหมาะสมหรือเป็นคนดีเข้ามาสู่กระบวนการทางการเมือง หรือการบริหาร

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ๘๓ ปีแห่งการเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยนั้น เราคงรับทราบแล้วนะครับว่าล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในการประชุมแม่น้ํา ๕ สาย ผมอยากให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้ถือว่า วลีนี้เป็นวลีทอง ท่านกล่าวว่า จงสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในหัวใจของคนไทยทุกคน กระผมเห็นว่าความปรองดองที่จะเกิดขึ้นในหัวใจของคนไทยทุกคนนั้น จะเกิดขึ้นได้มีหลักสําคัญ ประการหนึ่งที่เราควรจะต้องยอมรับคือกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จะสามารถทําให้เกิดการปรองดองได้อย่างแน่นอนและยั่งยืน หากเป็นดับเบิลสแตนดาร์ด (Double standard) ก็ยากที่จะเกิดความปรองดองขึ้นในสังคมไทยตราบใดที่มีบุคคลบางกลุ่ม ถูกขังลืม มีบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งลืมขัง ยากที่จะเกิดความปรองดองขึ้น นอกจากนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียังได้ชี้ช่องทางให้กับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแห่งนี้เดินอย่างถูกต้อง ท่านกล่าวว่าวันนี้ขอให้ร่วมกันหาต้นตอปัญหาของการทุจริต เพราะฉะนั้นหากสภาแห่งนี้ ได้ดูเหตุแห่งทุกข์ตามหลักธรรมคําสอนของพระพุทธเจ้าว่าทุกข์เกิดจากสิ่งใด ปัญหา การทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาที่สภาแห่งนี้ยอมรับว่าเป็นปัญหาที่บ่อนทําลายและกัดเซาะ ประเทศชาติ เพราะฉะนั้นหากเราเจอต้นตอของปัญหาและขุดรากถอนโคนของปัญหา อย่างแท้จริง ย่อมจะทําให้ปัญหาของการทุจริตประพฤติมิชอบสลายไปกระบวนการซื้อเสียง เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยเกิดจากที่พรรคการเมืองต้องการสมาชิก ซึ่งอาจจะเป็น จํานวนเท่าไรท่านก็คงรับทราบกันอยู่ว่าหากรวบรวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ได้จํานวนหนึ่ง ๑๐ คน ก็จะได้โควตารัฐมนตรีหรืออย่างน้อยรัฐมนตรีช่วยว่าการ และเมื่อเข้าไป ในการทําหน้าที่ มีโปรเจกต์ (Project) หรือมีโครงการใหญ่ ๆ ก็จะมีผลประโยชน์ตอบแทน กลับมาซึ่งคุ้มมากกว่าเงินเดือน ส.ส. หรือมากกว่าสิ่งที่ได้ลงทุนไป ส.ส. ๑ ท่าน ในการที่จะ ใช้ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งในปัจจุบันนี้พูดกันถึง ๒๐ ล้านบาท ถึง ๕๐ ล้านบาท ท่านประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเคยบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ ๒๐ ล้านบาท ถึง ๔๐ ล้านบาท มัน ๒๐ ล้านบาท ถึง ๕๐ ล้านบาทแล้ว เงินเดือน ส.ส. ๔ ปี ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ลงทุนหาเสียงเลือกตั้ง ๕๐ ล้านบาท ท่านคิดดูว่าวิญญูชนหรือสุจริตชนคิดออกว่าทําไม ท่านถึงเข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นอดีตประธานรัฐสภา ท่านหนึ่งบอกว่าซื้อไม่ได้ ขออภัยครับ แก้ไม่ได้ แม้แต่อดีตประธาน กกต. ท่านหนึ่งก็ยัง พูดว่าแก้ไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ครับ ทุกปัญหาในโลกนี้ถ้าเรารู้ต้นตอของปัญหาย่อมแก้ไขได้ โดยแท้จริง และขณะเดียวกันถ้าเราไม่รู้ต้นตอของปัญหาก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ถูกจุด เพราะฉะนั้นในการที่จะจัดการกับการซื้อสิทธิขายเสียงนั้นกลไกของรัฐคงจะต้องเข้ามาควบคุม แต่ตราบใดที่พรรคการเมืองยังมีนายทุน หรือยังเป็นพรรคของวงศ์ตระกูลอยู่ ย่อมเกิดปัญหา เหล่านี้แน่นอน และการทุจริตนั้น เมื่อหัวขยับหางก็ส่าย อาจจะกล่าวได้ว่าทุกกระทรวง ทบวง กรม มีปัญหาเหล่านี้ทั้งสิ้น แม้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธาน ป.ป.ช. ท่านปานเทพ ขออภัยที่เอ่ยชื่อท่าน ท่านก็ได้พยายามที่จะเสนอแนวทางในการที่จะจัดการปัญหาเหล่านี้ นอกจากนี้วันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ ในการพูดรายการคืนความสุขให้กับคนไทย รวมถึง อาทิตย์ถัดมาท่านจะจําได้ว่าหัวหน้า คสช. คือท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดว่า ในฐานะหัวหน้า คสช. อยากให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยใช้สติปัญญาของคนไทย เพราะฉะนั้นก็ไม่จําเป็นนะครับ ประชาธิปไตยของไทยก็ไม่จําเป็นที่จะต้องไปตามของญี่ปุ่น ไม่ต้องไปตามของเยอรมนี ไปตามของอังกฤษ หรือไปตามของสหรัฐอเมริกา ก็ให้เหมาะสม สอดคล้องกับสติปัญญาของคนไทย และในวันที่ ๑๓ มิถุนายน ท่านก็ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า บ้านเมืองเราต้องแก้ปัญหาด้วยประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

- ๓๒/๑     เพราะฉะนั้นในการที่จะขับเคลื่อนการปฏิรูปนั้นจึงได้ควรกําหนดทิศทางหรือมีแนวทางที่ ชัดเจน เพื่อที่จะได้ให้เกิดสัมฤทธิผลในการปฏิรูปอย่างแท้จริง ขอขอบคุณครับ