สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๙ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

อลงกรณ์ พลบุตร แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการยุติธรรมและคอร์รัปชัน โดยเน้นการกำหนดสิทธิของประชาชนในฐานะเหยื่อและให้อำนาจหน่วยงานอิสระในการตรวจสอบและให้ความยุติธรรม นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการเปลี่ยนแนวคิดของประชาชนเกี่ยวกับนักการเมืองและห้ามส.ส. นักการเมืองรับเงินจากประชาชนหรือเอาสตางค์ให้ประชาชนในงานการกุศล

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

เกือบ ๑๕ นาทีครับ ต่อไปคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ท่านผู้อํานวยการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เชิญครับ

คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ : เรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกสภานะคะ แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สปท. หมายเลข ๑๐๔ จากการที่ได้ดูเอกสาร แล้วก็ดูจากหลักการรัฐธรรมนูญสิ่งที่ไม่ค่อยพบก็คือพูดถึงเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ที่ประชาชนเข้าถึงก็มีข้อเสนออยู่ ๓ เรื่อง และยังอยู่ในกรอบของหลักการรัฐธรรมนูญ ของปี ๒๕๕๗

ข้อแรก ก็คือน่าจะมีการกําหนดให้มีการเขียนถึงสิทธิของประชาชนในฐานะเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมหรือว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าถึงซึ่งข้อมูล เช่นเรื่องเหมืองหรือเรื่องอะไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วประชาชนจะไม่มีสิทธิที่จะรู้ในเรื่องราว เหล่านี้ ข้อนี้เป็นสิ่งที่สหประชาชาติได้กําหนดเอาไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ศาลยุติธรรม ได้เป็นคนที่เริ่มต้นเอาไว้ โดยสิทธิของเหยื่อแบ่งเป็น ๒ สิทธิ ข้อแรก ก็คือสิทธิที่จะได้รับ การเยียวยาชดเชย ส่วนใหญ่แล้วในทุกเรื่องรัฐได้แก้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในกระบวนการ ยุติธรรมหรือเรื่องอื่น แต่สิทธิอีก ๑ เรื่องจะถือเป็นการป้องกันให้ประชาชนมีส่วนร่วมก็คือ สิทธิที่จะเข้าถึงซึ่งข้อมูลก็คงไม่ลงในรายละเอียด แต่ว่าเป็นเนื้อเรื่องที่อยู่ในเรื่องของสากล แล้วก็เคยมีการพูดถึงแต่ไม่ได้มีการผลักดันให้จบ

เรื่องที่ ๒ ก็จะเป็นเรื่องที่เป็นบทบาทหน้าที่ของประชาชนที่จะสามารถเข้าไป ถึงซึ่งการตรวจสอบก็คือเรื่องของการให้อํานาจของหน่วยงานอิสระ หน่วยงานอิสระที่ผ่านมา มีอยู่ ๒ หน่วย หน่วยแรกก็จะเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตลอดระยะเวลา ที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่มีอํานาจโดยแท้จริง การเรียกหรือเชิญ หลายหน่วยงานเขาก็ไม่มาให้ข้อมูล การที่จะทําให้ประชาชนเข้าถึงซึ่งความยุติธรรม หรือเรื่องของการแก้ปัญหาบางครั้งก็เป็นเรื่องยาก เพราะฉะนั้นน่าจะถึงเวลาที่จะให้อํานาจ อีกส่วนหนึ่งที่ได้ฟังก็คือแต่เดิมทีรัฐสภาก็จะมีองค์กรของตัวเองแต่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไป จนกระทั่งกลายเป็นสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งบทบาทสําคัญ ที่สภาน่าจะมีส่วนในการช่วย แต่ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้หรือ ๒ องค์กรนี้ล้วนไม่มีอํานาจ ในการที่จะทําให้เกิดการให้ความเป็นธรรมกับประชาชน

เรื่องที่ ๓ อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย สืบเนื่องจากที่ได้มีโอกาสได้เข้าเรียน หลักสูตรสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ ๑๗ ได้ฟังวิทยากรที่พูดเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งมันเป็น ปีที่มีปัญหามากมาย ๑ ในข้อมูลที่ได้จากนักวิชาการแล้วก็คิดว่าทําไมเราไม่หาวิธีแก้ปัญหา เรื่องนี้ รัฐธรรมนูญใหม่เรามุ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาเรื่องไม่ให้นักการเมืองไปซื้อสิทธิซื้อเสียง ทั้งหลาย แต่ว่าเราไม่ค่อยมีในเส้นทางที่จะป้องปรามในลักษณะของประชาชน นักวิชาการได้เล่าให้ฟังว่าประเทศเกาหลีมีวิธีแก้ปัญหาโดยให้เปลี่ยนแนวคิดของประชาชนว่า ประชาชนควรมองนักการเมืองว่าเป็นที่พึ่งทางปัญญา หมายความว่าเป็นการแก้ปัญหา เชิงระบบ ไม่ใช่เป็นผู้อุปถัมภ์ เพราะฉะนั้นเขาจะห้าม ส.ส. นักการเมืองรับเงินจากประชาชน หรือห้าม ส.ส. หรือนักการเมืองเอาสตางค์ให้ประชาชนในมุมของการไปงานการกุศลอะไร ทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้อาจจะทําให้เรามีโอกาสได้ ส.ส. นักการเมืองน้ําดีนะคะ เพราะมันเปลี่ยน แนวคิดของประชาชน ที่ประชาชนจะต้องไม่มารอว่าเชิญมาเพื่อที่จะเอาเงินมาให้ เพราะฉะนั้นก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่เก็บมาจากสถาบันพระปกเกล้าว่าเกาหลีใต้แก้ปัญหา คอร์รัปชันของนักการเมืองได้อย่างดีเยี่ยมหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาคือการออกกฎหมายไม่ให้มี การที่ประชาชนจะรอว่าให้ ส.ส. ต้องเอาเงินไปจ่ายร่วมงานได้ งานศพก็ไปได้ แต่ไม่ต้องจ่าย ก็เชื่อว่าจะมี ส.ส. น้ําดีเข้ามาในสภาได้มากขึ้น กราบขอบพระคุณค่ะ

ขอบคุณมากครับ ความจริงเป็นประเด็นที่มีอดีต ส.ส. นะครับ ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ได้มายื่นหนังสือ เป็นอดีต ส.ส. ระยอง ประเด็นเดียวกันครับ คือต้องการให้มีโลว์คอสต์เอ็มพี (Low cost MP) ก็คือ ส.ส. ที่ต้นทุนต่ํา เพราะฉะนั้น ต้องห้ามในระบบอุปถัมภ์ เพราะการไปงานบุญ งานบวช สารพัดงาน หรือการถูกเรี่ยไรก็ดี ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร แต่ถ้ากฎหมายห้ามก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบคุณอย่างยิ่งนะครับ ต่อไปเชิญท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นะครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีและปลัด กระทรวงกลาโหมครับ