จินดา วงศ์สวัสดิ์ เสนอแนวคิดในการส่งเสริมการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและการกระจายอำนาจการศึกษา พร้อมเสนอแนวคิดในการผลิตซีดี (CD) ที่มีข้อมูลความรู้จากครูเก่ง ๆ เพื่อส่งไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ
ขอบคุณท่านประธาน ผม จินดา วงศ์สวัสดิ์ สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๒๖ ครับ อยากจะเรียนเสนอท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องสําคัญอันดับ ๒ รองจากกรรมการทุจริตและคอร์รัปชัน ผมมีประเด็นเล็กน้อยสัก ๒ ประเด็นที่จะนําเสนอต่อคณะกรรมาธิการด้านการศึกษา
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของการกระจายโอกาสทางการศึกษา ซึ่งผมได้ฟัง ท่าน สปช. พูดจะเน้นไปเรื่องของการกระจายอํานาจการจัดการศึกษาซึ่งเป็นวาระที่สอง ที่ผมจะเสนอ ผมมี ๒ ประเด็น คือ กระจายโอกาสทางการศึกษา กับกระจายอํานาจ ทางการศึกษา เรื่องของการกระจายโอกาสทางการศึกษา ผมอยากยกตัวอย่างกรณี ของการศึกษาทางไกลขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งผมฟังรายงานของ สปช. แล้วไม่ได้พูดถึงเรื่องการกระจายโอกาส เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ ณ ปัจจุบัน เราทราบว่าการศึกษาเรามีปัญหา โอกาสเด็กชายขอบที่จะมาเรียนรู้การศึกษาเหมือนเด็ก กรุงเทพฯ ไม่มี เพราะเด็กกรุงเทพฯ มีการศึกษามากมาย มีโรงเรียนกวดวิชามากมาย แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธานให้ทราบว่าการแก้ปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมา กลายเป็นแทนที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนมากขึ้น กลับไปปิดโอกาสของคนกรุงเทพฯ แทนที่จะไปเปิดโอกาสให้คนต่างจังหวัดได้เรียนมากขึ้น กลายเป็นแก้ปัญหากลับด้าน ก็คือไปปิดโอกาสคนในกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้พูดถึงการกระจายโอกาสให้คนต่างจังหวัด โดยการออกมาตรการกระทรวงศึกษาธิการ ออกมาตรการหลายอย่างที่ออกมาเพื่อจะกีดกัน เรื่องของการเรียนการสอนของเอกชนเรื่องการสอนพิเศษ ผมถือว่าเขาไม่ได้ทําผิด แต่เขาสร้างโอกาสให้กับประเทศเราด้วยซ้ําไป ผมคิดว่าเป็นการผิดทิศทาง สิ่งที่ผม อยากเสนอให้กระจายโอกาสให้การศึกษากับต่างจังหวัดก็คือใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นก็คือกระทรวงศึกษาธิการ ณ ปัจจุบันนี้ผมเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้น มีศักยภาพมาก มีครู มีอาจารย์ มีอะไรเก่งมากมายมหาศาลแต่ไม่ได้ใช้ตัวนี้ออกมา ให้เกิดประโยชน์โดยใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ใช้ ผมมองเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการมีครูเก่ง ๆ ยกตัวอย่างนะครับ มีครูเก่ง ๆ เยอะเลย แต่ละสาขาวิชาที่จะสามารถทําระยะเร่งด่วนระยะแรกได้เพื่อจะให้โอกาสกับเด็กต่างจังหวัด ได้เรียนเหมือนกับเด็กในกรุงเทพฯ นั่นก็คือกระทรวงศึกษาธิการสามารถหาคนเก่งในแต่ละ วิชาสาขาของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ทุก ๆ สาขา แล้วผลิตครูเก่ง ๆ พวกนี้สอนแล้วทําซีดี (CD) ต้นทุนไม่มากทําซีดี (CD) แต่ละวิชาแต่ละสาขา ทําเป็นเล่ม ทําเป็นชุด ๆ แล้วส่งไปให้เด็กต่างจังหวัดได้เรียน เด็กต่างจังหวัดก็จะมีโอกาส เรียนกับครูเก่ง ๆ ได้เพราะครูเก่ง ๆ มีจํากัด มันไม่สามารถจะไปสอนเด็กตามชายขอบ ตามต่างจังหวัดได้ แต่ใช้วิธีการกระจายโอกาสก็คือเอาความรู้ของครูเก่ง ๆ ซึ่งมีจํานวนจํากัด ที่กระทรวงศึกษาธิการมีอยู่แล้วเอามาทําออกซีดี (CD) แล้วทําส่งไปให้ทุกโรงเรียนทั่วประเทศ เด็กก็จะได้เรียนเหมือนกับเด็กกรุงเทพฯ หมดเลยครับ ไม่จําเป็นจะต้องผลิตครู เพราะว่า ผมเห็นกระทรวงศึกษาธิการกําลังประกาศรับครูมากมายมหาศาล อันนี้คือต้นทุนประจํา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการผมเคยอยู่คณะกรรมาธิการงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เป็นงบประมาณประจํา ไม่มีงบประมาณสําหรับพัฒนาการศึกษา อะไรให้เด็กเลย ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ประมาณเกือบ ๙๕ เปอร์เซ็นต์เป็นงบประจํา ถ้าบรรจุ ครูมากอีกก็เพิ่มงบประจําให้อีก ผลสุดท้ายเงินไม่ถึงเด็กเหมือนที่ทาง สปช. เสนอ เงินไม่ถึง ถึงการจัดการ ถึงแค่ระบบหมดไม่ถึงเด็ก แต่อันนี้คือระยะเร่งด่วน ผมคิดว่า ทางคณะกรรมาธิการ สปช. ด้านการศึกษาน่าจะทําได้ทันที เสนอกระทรวงศึกษาธิการ คัดครูเก่ง ๆ แล้วก็ทําซีดี (CD) แจกไปทั่วประเทศเลย เด็กไปก๊อปปี้ (Copy) กันอ่าน อยู่บ้าน ไม่ต้องเรียนหนังสือที่ครูก็ได้ อยู่บ้านก็ไปเปิดดูได้ครับ เรียนไปมีปัญหาแก้ปัญหาทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ตั้งศูนย์ตอบคําถาม เด็กถามมาอาจารย์ที่กรุงเทพฯ ตอบไป รู้หมด ใช้ครูน้อย ต้นทุนน้อย อันนี้ผมฝาก อันนี้เป็นการปฏิรูประยะเร่งด่วนที่จะแก้ปัญหาในโอกาส ระยะเร่งด่วน อันนี้ผมฝากทางคณะกรรมาธิการว่าเพราะทุกอย่างนั้นต้องมีการแข่งขัน อยากเรียนถามท่านประธานนิดหนึ่งครับ ท่านประธานเอานักกีฬาไปแข่งต่างประเทศ ก่อนที่จะไปแข่งนักกีฬาจะต้องฝึก นักกรีฑาก็ต้องวิ่ง นักมวยก็ต้องซ้อม ท่านไปต่างประเทศ ท่านประธานเอาไปถึงท่านจับสลากเอารางวัลมาหรือเปล่าครับ ไม่ใช่ ท่านต้องแข่ง ถ้าท่านจะแข่งท่านต้องฝึก เหมือนกันครับเด็กเราก็ต้องฝึก ฝึกก็คือเขาต้องเรียนในห้องเรียน แล้วเขาต้องไปหาพิเศษเรียน เขาต้องหาความสามารถ ของเขาเองเพิ่มขึ้นมา ประเทศเราก็ไม่ได้อยู่หนึ่งเดียวในโลก ประเทศเราก็ต้องแข่ง ทุกประเทศทั่วโลก ถ้าเราไม่มีคนเก่งแล้วเราจะเอาใครไปเป็นผู้นําไปแข่งขันกับเขา ฉะนั้น ผมไม่เห็นด้วยที่จะไปจํากัด ต้องให้เกิดการแข่งขัน แต่ถ้าเราสามารถกระจายโอกาสให้กับ โรงเรียนทั่วประเทศให้เด็กนักเรียน ไม่มีใครควักสตางค์ไปเรียนพิเศษครับ ถ้าโรงเรียน ทุกโรงเรียนทําได้ แต่ตอนนี้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็คือให้กระทรวงทําอย่างที่ผมเสนอนะครับ เป็นการกระจายโอกาส ให้คัดครูเก่ง ๆ ที่สอนเก่ง ๆ ให้โอกาสกับเด็กบ้านนอกก่อนนะครับ อันนี้ผมฝากเป็นประเด็นแรก คงจะใช้เวลาท่านประธานอีกสักนิดหนึ่งครับ ขอประเด็นที่ ๒ นิดเดียวครับ
ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องการกระจายอํานาจการศึกษา ผมเห็นท่านอาจารย์อมร เสนอเมื่อสักครู่นี้ผมเห็นด้วยกับทาง สปช. ที่ทําเรื่องสรุปมาเรื่องการกระจายอํานาจ ทางการศึกษา แต่ผมฝากนิดหนึ่ง ๒ ประเด็น ประเด็นแรก ท่านไม่ได้พูดถึงเรื่ององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะในอนาคตนั้นมันต้องกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่นให้ได้ เพราะว่า จะต้องแก้ปัญหาพื้นฐาน แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นแหล่งงบประมาณที่จะ ซัพพอร์ต (Support) ให้กับการกระจายอํานาจการศึกษาครับ อันนี้เป็นการกระจายอํานาจ การจัดการศึกษา อันนี้เป็นเรื่องที่ผมฝากว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปร่วมในการจัดการศึกษาท้องถิ่น
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ซึ่งเป็นประเด็นต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ประเทศไทยเราเป็นรัฐเดี่ยว ฉะนั้นองค์กรทุกองค์กรที่จัดขึ้นต้องขึ้นตรงต่อรัฐ สิ่งหนึ่งที่จะทํา ให้ประชาชนหรือให้ทุกคนรักประเทศชาติ อย่างที่ท่าน พลเอก พหลได้เสนอเมื่อสักครู่นี้ นั่นก็คือจะต้องทําอย่างไรให้คนไทยรู้ว่ากําเนิดประเทศไทยกําเนิดมาอย่างไร นั่นก็คือต้องมี ประวัติศาสตร์ของชาติเราขึ้นมาให้ได้ ผมเคยทําประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านผมเอางบ