นคร สุขประเสริฐ หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปในระยะกลางและระยะยาว และเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชั่นในระบบการศึกษา รวมถึงการขาดแคลนบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนที่ห่างไกล
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลเอก นคร สุขประเสริฐ หมายเลข ๗๗ ขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการด้านการศึกษาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ได้มาสรุปกรอบงานปฏิรูปที่ท่านได้ทําแล้วก็นําเสนอให้ทราบในวันนี้ สําหรับกรอบที่ท่าน นําเสนอนั้นก็จะเป็นกรอบในภาพกว้างเป็นหลัก ก็อย่างที่ท่านได้เรียนไปแล้วว่าส่วนใหญ่ ก็จะเป็นระยะกลาง ระยะยาว สําหรับประเด็นที่ผมจะนําเสนอในครั้งนี้ ผมก็เคยนําเสนอ ในสภาปฏิรูปแห่งชาติในสมัยที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดร้อยเอ็ด แล้วก็ได้นําเรียน ให้คณะกรรมาธิการด้านการศึกษาที่เข้าไปพบนําเสนอในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในคราวที่ผมเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สําหรับการปฏิรูปที่อยากจะให้ข้อเสนออีกครั้งหนึ่งนั้น ก็อยากจะฝากไปยังกรรมาธิการศึกษาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่จะตั้งขึ้น ในอนาคตนี้ให้พิจารณาเป็นประเด็นการปฏิรูปเร่งด่วน ซึ่งจะต่างจากการนําเสนอ ของท่านสมาชิกท่านอื่น ๆ ซึ่งก็จะเป็นกรอบภาพกว้าง ประเด็นที่ผมนําเสนอนี้เป็นประเด็นที่เราได้พบและได้ประสบในพื้นที่ที่เราเห็นอยู่ ซึ่งก็คิดว่า เป็นเรื่องสําคัญถ้าเราไปดูในภาพกว้าง ส่วนใหญ่แล้วเราไม่คํานึงถึงพื้นฐานจริง ๆ การจะก้าว ไปสู่ความสําเร็จตรงนั้นก็คงจะเป็นเรื่องลําบาก
สําหรับในเรื่องที่ผมจะนําเสนอในวันนี้ก็เป็นเรื่องของบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งนับเป็นหัวใจหลักของการปฏิรูป โดยจะฝากไว้ในประเด็นเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ ในการย้ายบุคลากรทางการศึกษา อันนี้ผมถือว่าเป็นประเด็นสําคัญ จะเกี่ยวโยงกันทุกเรื่อง ในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันนําไปสู่ประเด็นการเมืองซึ่งเราจะพบเห็นในพื้นที่ ฉะนั้น การเรียกรับผลประโยชน์นั้นผมไม่ได้พูดเหมารวมทั้งหมด ส่วนใหญ่ก็ดี แต่ส่วนไม่น้อย ก็ยังมีอยู่ ฉะนั้นก็จะนําเสนอให้เห็นในส่วนที่ว่าเราสามารถทําได้ทันทีโดยการประสาน กับส่วนราชการของกระทรวงศึกษาธิการโดยไม่ต้องไปรอเวลาอะไรเลย การเรียกรับ ผลประโยชน์ผมจะเจาะจงลงไปในหน่วย สพฐ. สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็คงจะลงไปถึง สพป. สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา แล้วก็ สพม. สําหรับงาน เขตการพื้นที่มัธยมศึกษา สําหรับอันนี้ในพื้นที่ที่เราอยู่ ใน สปช. เกือบทุกจังหวัดที่พูด เรามีข้อมูลแล้วก็ได้รับการร้องเรียนมาว่าการย้ายต้องมีการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นกิโลเมตร ย้ายจากอําเภอไปอําเภอ ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ย้ายจากอําเภอ ไปจังหวัด ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ย้ายข้ามเขต ๕๐๐,๐๐๐ บาทบวก อย่างนี้เป็นต้น มีหลักฐานร้องเรียนเทป (Tape) วิดีโอ (Video) นําเสนอไปยังท่าน สปช. ที่เป็นตัวแทน เข้าไปทางกระทรวงศึกษาธิการแล้วก็ขอให้ไปติดตาม แล้วก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น สําหรับหน่วยที่เกี่ยวข้องก็คือ อ.ก.ค.ศ. คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลกร ทางการศึกษาของ สพป. และ สพม. อันนี้คณะนี้มีการเลือกตั้งเข้ามา ก็ไม่ต่างจากการเมือง มีการซื้อเสียง มีการวิ่งเต้นเข้ามา ฉะนั้นเมื่อมีที่มาเข้ามาแล้วก็คงไม่ต้องคํานึงถึงว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร มีนายหน้าเรียกรับผลประโยชน์ ฉะนั้นถ้าเราจัดการตรงนี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปหวังว่าจะปฏิรูปการศึกษาได้ อันนี้ผมก็ฝากเอาไว้ ก็จะไม่ลงรายละเอียดไปเยอะ ข้อมูลผมคิดว่าท่านคงมีแล้ว ผมฝากผ่านท่าน สปช. ในสมัยที่แล้วไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ มีแจ้งความ มีเทป (Tape) บันทึกเสียง มีถอดเทป (Tape) รายละเอียดทั้งหมด ก็ฝากไปตาม ถ้าท่านอยากจะเอาใหม่อันที่เก่าหายไปก็ขอใหม่ได้ครับ ผมจะขอไป ดราฟต์ (Draft) จากในพื้นที่มาให้ อันนี้ก็เรียนเอาไว้ว่าอันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องสําคัญ และเราควรจะต้องปฏิรูป เราไปวาดวิมานไว้ข้างบนแต่ว่าข้างล่างยังไม่พร้อม เราเป็น ผู้บังคับบัญชาเราจะต้องดูแลบําบัดทุกข์บํารุงสุขครูเหล่านี้ ถ้าเขาลําบากเขายังไม่ได้รับ ความเป็นธรรมก็คงจะหวังว่าเยาวชนของชาติจะได้รับการดูแลอย่างดีและคงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะไปกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในท้องถิ่น เราจะเห็นว่าบุคลากร ทางการศึกษาโดยเฉพาะผู้อํานวยการหรือว่าผู้บริหารก็ไปเดินตามนักการเมืองเพราะว่า เขามาจากระบบการเมือง ฉะนั้นก็ฝากประเด็นเหล่านี้เอาไว้ว่าเราจะแก้ไขตรงนี้ได้อย่างไร
ขอเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งนะครับ สําหรับที่กระทบก็คือการขาดแคลนบุคลากร ทางการศึกษา ก็ฝากให้ไปดูว่าในสํานักการประถมศึกษา สํานักการมัธยมศึกษามีข้าราชการ ที่เกินกว่าความต้องการอยู่เยอะ เพราะทุกคนวิ่งเต้นมาอยู่ตรงนี้เพื่อความสบาย โรงเรียน ในจังหวัดใหญ่ ๆ ท่านไปดูอัตรา ๒๐๐ มีบางโรงเรียน ๒๕๐-๓๐๐ ในโรงเรียนที่ห่างไกล ผมเคยไปตรวจในฐานะผู้ประเมิน โรงเรียนหนึ่งมีนักเรียนอยู่ ๓๐ คน มีครู ๑ คน ดูแล้วว่า เป็นสัดส่วนที่พอได้ แต่จริง ๆ แล้วครู ๑ คน สอน ป. ๑ ถึง ป. ๖ ฉะนั้นผลสัมฤทธิ์ ทางการศึกษาก็ไม่ต้องไปคาดหวัง อันนี้ก็ฝากเอาไว้ สิ่งที่ผมพูดขึ้นมาก็อยากจะเรียนว่า เคยเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็ดํารงอยู่อย่างมั่นคง ถ้าไม่ปฏิรูปในอนาคตก็จะฝังราก บั่นทอนประเทศชาติต่อไปครับ ขอบคุณครับ