อิศรา ศานติศาสน์ หารือเรื่องการศึกษาและความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ศาสนา และภาษาถิ่น โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้ และเสนอแนะให้เปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาเพื่อส่งเสริมคุณค่าทางสังคมและศีลธรรม
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม อิศรา ศานติศาสน์ สปท. หมายเลข ๑๙๑ ในส่วนตัวผมเองก็รู้จักกับคณะกรรมาธิการของ สปช. หลายท่านที่ทําเรื่องของการศึกษา ผมเชื่อมั่นว่าทุกท่านได้ทําการบ้านเป็นอย่างดี ครอบคลุม ปรัชญา วิสัยทัศน์ องค์กร ระบบการศึกษา ระบบอนุมาน ตรงนี้ขออนุญาตใช้มุมมอง จากนักวิจัยที่ทํางานเกี่ยวกับพื้นที่ เช่น พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็ใช้มุมมอง ของผู้ปกครองคนหนึ่งที่เคยพาลูกไปเรียนต่างประเทศ ชั้นประถมต่างประเทศ แล้วกลับมา เรียนที่เมืองไทย
ในพาร์ท (Part) แรก ขออนุญาตพูดถึงเรื่องความแตกต่างในด้านชาติพันธุ์ ศาสนา ภาษาถิ่น ผมเข้าใจว่าไม่ว่าเราจะออกแบบระบบทั้งหมดมาดีอย่างไร ถ้าเราไม่มอง ถึงตัวนี้ก็ยากจะประสบความสําเร็จได้ตามที่เราวางแผนเอาไว้ เพราะว่าคนไทยนั้น มีความหลากหลายในชาติพันธุ์ ในด้านศาสนา และภาษาถิ่น ภาษาพื้น ภาษาบ้าน มีงานวิจัย ที่สนับสนุนโดยสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว. แล้วก็ สสส. ก็คือสํานักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพจํานวนหนึ่งที่ชี้ว่าปัจจัยทางด้านชาติพันธุ์ ศาสนา และภาษาถิ่นนั้นเป็นเรื่องที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เต็มศักยภาพ งานวิจัยที่สนับสนุนโดย สกว. ชี้ว่าถ้าให้โอกาสเยาวชนได้ปรับตัวทางด้านภาษา คือเยาวชน บางพื้นที่เขาเกิดขึ้นมาเขาโตในบ้านซึ่งไม่ได้พูดภาษาไทยเหมือนพวกเรา หรือถ้าพูด ภาษาไทยก็ไม่ภาษาไทยสําเนียงกลางเหมือนเราในห้องนี้ ถ้าเรามีโอกาสให้เขาได้ปรับตัว เสียก่อน เขาจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน แล้วก็เมื่อแยกเป็นชายและหญิง ก็ดีขึ้นเหมือนกันเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่น อันนี้เป็นประเด็นที่ดีมาก ผมเข้าใจว่าตรงนี้ ยังหลุดอยู่
อีกอันหนึ่ง คืองานวิจัยที่สนับสนุนโดย สสส. คิดว่าการบูรณาการศาสนา ในตําราเรียนซึ่งจะนํามาเรียนในตอนหลักสูตรแกนกลาง จะช่วยให้การเสริมสร้างสุขภาวะดีขึ้น เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นภัยต่อสุขภาพได้ดีขึ้น ซึ่งเมื่อนําไปใช้แล้วได้รับ การตอบรับจากโรงเรียนและผู้ปกครองในท้องที่ได้ค่อนข้างมาก ก็ขออนุญาตฝากตรงนี้ไว้นะครับ
ปัญหาการศึกษาอีกส่วนหนึ่งผมเรียนรู้มาจากตอนที่เป็นผู้ปกครองพาลูกไป เรียนหนังสือที่โรงเรียนในต่างประเทศตอนนั้นพาลูกไปเรียนอนุบาลลูกก็ร้องไห้จะกลับบ้าน ตามผมกับภรรยา ผมเองก็อยากให้ลูกเงียบก็บอกว่าเดี๋ยวพ่อมารับ ครูบอกไม่ได้เลยยู (You) กําลังไม่พูดความจริงกับลูก บอกไปเลยว่าไม่รับหรอกเย็นมารับปล่อยให้ร้องไห้ไปจนกว่า จะเมื่อยเอง นั่นคือเขาสอนลงไปในจิตวิญญาณครูอยู่ในนั้นเลย ซึ่งผมเชื่อว่าหลายอย่าง ในเรื่องระบบหรือหลักสูตรมันทําไม่ได้ ผมอยากจะยกตัวอย่างปัญหาการศึกษาส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องของระบบหรือหลักสูตร ถึงแม้เราจะทําหลักสูตรแกนกลางตรงตามแกนกลาง ทุกอย่าง แต่ว่ามีบางอย่างเป็นสิ่งซึ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นมานอกหลักสูตร เมื่อวานนี้ผมไปดูงาน ความเรียงของเยาวชนในพื้นที่ภาคใต้เรื่องเมื่อฉันมีเงิน ๑๐ ล้านบาทจะทําอะไร เชื่อไหมครับ เด็กบอกว่าจะซื้อรถยนต์แจกคนในหมู่บ้าน ซื้อโทรศัพท์มือถือแจกคนในหมู่บ้าน ซื้อจักรยานยนต์แจกคนในหมู่บ้าน ซื้อประมาณ ๕-๖ ซื้อแจกอย่างเดียว อันนี้สะท้อนให้เห็นว่า เขาเติบโตมาในสังคมซึ่งมีการซื้อสิทธิขายเสียง บางโรงเรียนที่ผมมีประสบการณ์นั้น เวลาเลือกตั้งประธานนักเรียน กรรมการสมาคมผู้ปกครอง เด็ก ๆ ซึ่งเป็นลูกของคนที่สมัคร เป็นกรรมการนั้นเอาขนมมาแจกเพื่อนฝูงเพื่อขอซื้อเสียงให้พ่อแม่ที่สมัครเป็นกรรมการ อันนี้ ไม่อยู่ในหลักสูตร เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ความรู้สึก ความเข้าใจ การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ในโรงเรียน เช่น ปัจจุบันนี้ผมถามหลาย ๆ ท่านท่านก็มีความเห็นแบบเดียวกับผมว่า สมัยก่อนนี้เราเรียนหนังสือกันใช้รองเท้าคู่เดียว เป็นทั้งรองเท้าใส่เรียนหนังสือปกติในชั้นเรียน รองเท้าพละ รองเท้าลูกเสือ ปัจจุบันนี้เด็กใช้รองเท้า ๓-๔ คู่นะครับ ซึ่งก็ไม่อยู่ในหลักสูตร แต่ว่าเป็นเรื่องของวิธีคิด ของครูของโรงเรียนซึ่งสอนให้เด็กฟุ่มเฟือย ไม่รู้จักใช้อย่างประหยัด ใช้ไปได้ ๓-๔ คู่ตอนจบ ก็ทิ้งเพราะยังไม่ทันพังนะครับ ผมได้มีงานวิจัยอยู่ชิ้นหนึ่งจากสภาการศึกษาแห่งชาติ วิเคราะห์ตําราเรียนคณิตศาสตร์เพื่อจะดูสิว่ามีปัญหาอะไรบ้าง เราพบว่าโจทย์คณิตศาสตร์ ๑๐๐ กว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์สอนให้เด็กเอาเงินจากพ่อแม่ ขอเงินพ่อแม่ไปซื้อครับ ซื้อเสร็จ มีเงินเหลือทําอะไรซื้ออะไรได้ต่ออีกครับ ร้อยละ ๔๐ กว่านะครับ มีประมาณร้อยละ ไม่ถึง ๑ ครับที่สอนเด็กว่าซื้อเสร็จแล้วให้เอาเงินไปออมหรือไปทําบุญให้กับสถานศาสนา หรือกับคนยากคนจนนะครับ มีประมาณร้อยละ ๓๐-๔๐ ที่สอนให้เอาไปใช้ในเรื่องของ การประกอบการการค้าการขาย ดังนั้นถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่สอดแทรกไปในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่อง ในหลักสูตร เรื่องในเนื้อหาในการลงมือทํางานจริง ๆ ก็ยากที่เราจะแก้ปัญหาจริยธรรม ยากที่จะแก้ปัญหาบริโภคนิยมของเยาวชนของเราได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ