วิวัฒน์ ศัลยกําธร หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างคนดีมีวินัย และเสนอแนวคิดเรื่อง "ซูเปอร์บอร์ด" เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สปท. ที่เคารพครับ กระผมในฐานะอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ สปช. แล้วก็ทําหน้าที่เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ปฏิรูปกลไกการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ขออนุญาตสรุป มี ๒ ประเด็นหลัก ๆ ที่จะให้ ท่านได้ลองดูครับ มีชาร์ท (Chart) อยู่ ๒ หน้าครับ เดี๋ยวผมจะสรุปจากชาร์ท (Chart) ๒ หน้านี้ หน้า ๓ จะเป็นประเทศไทยปี ๒๕๗๕ ในหน้า ๓ พูดถึงความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อันหนึ่ง แล้วก็หน้าสุดท้าย ที่จริงอยากอธิบายประมาณ ๑๗-๑๘ นาที แต่เข้าใจว่าเวลาน่าจะไม่เหมาะ แล้วก็หน้าสุดท้ายหน้า ๗๒ พูดถึงองค์กรที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษาในสังคมใหม่
ประเด็นแรก ผมอยากให้ท่านลองช่วยวิเคราะห์ดูนะครับ เพราะว่างาน แปลงหลักคิด หรือทฤษฎี หรือผลการศึกษา ไปสู่การปฏิบัติในอีกประมาณ ๑๐ กว่าเดือน ข้างหน้าจะเป็นงานที่ค่อนข้างเชื่อว่าทําไม่ได้ทั้งหมดที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา และพัฒนาทรัพยกรมนุษย์เราได้ศึกษาเอาไว้ ท่านคงได้มีวิจารณญาณในการเลือกเอาสิ่งที่ ท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์เอาไปทําต่อ การเมืองมั่นคง ด้านขวานะครับ การเมืองมั่นคง โปร่งใส น่าเชื่อถือ อันนี้อันที่ ๑ อันที่ ๒ เศรษฐกิจมั่งคั่ง เราคุยกันเยอะมากเรื่องแข่งขันได้ เราถามกันหลายครั้งว่าระหว่างสังคมโลกซึ่งจะเร่งพัฒนาคนไปแข่งกัน กับพัฒนาคน ไปช่วยเหลือแบ่งปันกันเอาอันไหน คําตอบออกมาทุกครั้งครับ เราจะสร้างคนไปช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจจึงมีมิติความมั่นคง แล้วความมั่งคั่งพูดถึงความพอเพียง แบ่งปัน แต่ต้องแข่งขันได้ นี่เป็นมิติที่ ๒ ซึ่ง ๒ เรื่องนี้เป็นฐานสําคัญ ทําให้สังคมนี้ยั่งยืน ก็พูดถึงความเสมอภาค ปรองดอง ภายใต้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับยุคสมัยนี้ ในขณะเดียวกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ต้องเอื้อด้วย เพราะว่าโลกกําลังวิตกกังวลที่สุดเรื่องไคลเมทเชนจ์ (Climate change) ก็จะเป็นประเด็น ทั้งหมดนี้จะเกิดได้หรือเปล่าอยู่ที่คนครับ ระบบเอย กฎหมายเอย ระเบียบเอย โครงสร้างเอย ไม่ว่าเราจะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงได้ครับ แต่ถ้าคนเหมือนเดิม เมื่อวานนี้ผมฟังแล้วรู้สึก หลายท่านเห็นด้วยว่าถ้าคนไม่มีวินัย เด็กไม่เข้าแถว อย่างอื่นแทบจะไปหวังอะไรไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นภารกิจการพัฒนาคนซึ่งเป็นเรื่องของทุกภาคส่วนอย่างที่ทั้งท่านอาจารย์อมรวิชช์ ท่านอาจารย์เขมทัตได้ย้ําแล้วย้ําอีกว่าการพัฒนามนุษย์ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น อย่าปล่อยให้กระทรวงศึกษาธิการทําแต่เพียงผู้เดียวโดดเดี่ยวไม่ได้ สังคมนี้ต้องลุกขึ้นมาช่วย กระทรวงศึกษาธิการทํางานพัฒนามนุษย์ ซึ่งในราชการเรามีถึง ๑๑ กระทรวงอยู่แล้ว มี ๑๑ กระทรวงทําหน้าที่พัฒนาคน ให้การศึกษาคนอยู่แล้วทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เรามีอยู่แล้ว กระทรวงสาธารณสุข ผมเหลือบไปเห็นหน้าท่านปลัดกระทรวง ก็ทําหน้าที่พัฒนาบุคลากรทางสาธารณสุขอยู่แล้ว ทหารมีตั้งแต่พัฒนาพลทหารจนไปพัฒนา ระดับสูง ทุกหน่วยราชการ แต่ลําพังหน่วยราชการนี่ไม่พอครับ ยุคสังคมปัจจุบัน หน่วยงาน ที่พร้อมที่จะเข้ามาช่วยกันทําในสังคมปัจจุบันนี้ ใน สปช. ได้นําเสนอกฎหมายฉบับหนึ่ง คือกฎหมายโซเชียลเอนเตอร์ไพรซ์ (Social enterprise) หรือที่เรียกว่าธุรกิจเพื่อสังคมไปแล้ว แล้วรัฐบาลก็รับเรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรีอยากผลักดันเรื่องนี้ ข้อเสนอซึ่งเราได้คุยกันมาก ในการทําเวิร์กชอป (Workshop) ผมกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ผ่านท่านประธานไปว่าในตลอดระยะเวลา ๕ ปีมานี่เราจัดเวิร์กชอป (Workshop) โครงการ เราจะส่งมอบประเทศไทยอย่างไรให้ลูกหลาน ๕ ปีมานี้มี ๔๒ เวิร์กชอป (Workshop) ๓๒ เวิร์กชอป (Workshop) พูดถึงการศึกษาและพัฒนาคน อีก ๒๐ ปีข้างหน้า ๑๐๐ ปี ประชาธิปไตยเราจะส่งมอบประเทศไทยอย่างไรให้ลูกหลาน การศึกษาเป็นเรื่องสําคัญ และทุกเวิร์กชอป (Workshop) พูดตรงกันว่าการศึกษาปล่อยให้ ระบบราชการกระทรวงเดียวทําอยู่ขณะนี้ไม่ได้ครับเพราะฉะนั้นการปฏิรูปโครงสร้าง ๓ ระบบ ๓ วาระ ซึ่งทั้ง ๒ ท่านได้เรียนให้ที่ประชุมย่อ ๆไปแล้ว ในขณะเดียวกัน หลาย ๆ เรื่องใช้ธุรกิจเพื่อสังคมมาทําไม่ได้ จึงต้องมีองค์กรในลักษณะองค์กรผสม หรือที่เรียกว่า ไฮบริดออร์กะไนเซชัน (Hybrid organization) คือองค์กรที่จะร่วมมือกันทํา จะต้องมีทั้งรัฐร่วมกับเอกชนก็มี เอกชนร่วมกับภาคประชาชนก็จําเป็น มีอยู่แล้วนะครับที่พูดถึง แม้แต่ภาคเอกชนร่วมกับภาคประชาชนเองแล้วก็มาจดทะเบียนเป็นโซเชียลเอนเตอร์ไพรซ์ (Social enterprise) เป็นธุรกิจเพื่อสังคม แต่ทั้งหมดนี้ทําหน้าที่ให้การศึกษาและพัฒนาคน ตอนเราทําเวิร์กชอป (Workshop) ที่ สปท. ท่านประธานของเราไปเยี่ยมแล้วท่านก็บอกว่า ถ้าเราพัฒนาคนสร้างคุณธรรมให้คนไม่ได้อย่างอื่นล้มเหลว ท่านว่าอย่างนั้น ผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเคยมีโอกาสได้ไปพูดให้กับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา รอบ ๒ เมื่อสักเกือบ ๑๐ ปีที่แล้วจําปีไม่ได้ ก็ตั้งคําถามเดียวกันว่าระหว่างลูกของท่านให้เป็น คนเก่งกับเป็นคนดีเอาอันไหนก่อน ยกมือพร้อมกันครับ ต้องการให้ลูกทุกคนเป็นคนดีก่อนเก่ง ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะฉะนั้นกลไกสําคัญในกระบวนการเรียนรู้ซึ่งเป็น ๑ ในวาระปฏิรูป ไม่ว่า จะเป็นหลักสูตรเอย ไม่ว่าจะเป็นครูเอย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารเอย ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมเอย ต้องสร้างให้คนเป็นคนดีมีวินัยเสียก่อน เรื่องอื่น ๆ เป็นเรื่องต้องทําไม่ใช่ไม่ต้องทํา แต่ต้องทําให้คนดีมีวินัยเสียก่อนนี่เป็นเรื่องสําคัญ
อันที่ ๒ ต้องมีระบบตรวจสอบ ถ้าบอกว่าการเป็นคนดีจะวัดได้อย่างไร ต้องวัดได้สิครับ อันนี้เป็นภารกิจต้องช่วยกัน ต้องมีมาตรการวัดให้ได้ว่าเราจะวัดได้อย่างไร การเป็นคนดี ซึ่งผมเชื่อว่ามีความสามารถในการวัดได้ แม้แต่ความสุขก็ยังวัดได้ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นเป้าหมายสําคัญของการจัดการศึกษาซึ่งเรา สปช. อดีตวันนี้ก็ยังทํางานร่วมกันอยู่ ในช่วงบ่ายก็จะมีกรรมาธิการด้านสื่อมาคุยให้ฟัง เราตั้งคณะกรรมการร่วมเรียกว่า ครอสคัตติง (Cross cutting) ๓ คณะกรรมาธิการ มีคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วก็ร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส เพราะสื่อเป็นโรงเรียนที่มีพลังยิ่งกว่าพ่อแม่และครู พ่อแม่สอน ครูสอน เขาฟังสื่อแป๊บเดียวเขาไปตามสื่อเลย เพราะฉะนั้นสื่อจึงมีอิทธิพล ต่อการพัฒนามนุษย์และเปลี่ยนวัฒนธรรมเปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ได้ดีกว่าพ่อแม่และครู วันนี้ครูกูหรืออาจารย์กู๋ อาจารย์กู้เป็นที่พึ่งของเด็กได้ทุกระดับเลย เพราะฉะนั้นสื่อจึงมี บทบาทมากในสังคมยุคปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการปฏิรูปการศึกษาไม่พูดถึงการปฏิรูปสื่อไม่ได้ครับ มันมีความสัมพันธ์กันไป อันนี้ก็ขออนุญาตสรุปโดยย่อว่าการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ ทําลําพังกระทรวงเดียวอีกต่อไปภายใต้คนเพียง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ภายใต้งบประมาณ ก้อนที่โตที่สุดในประเทศไทยไม่ได้จะต้องทํางานร่วมกัน ซึ่งข้อเสนอของเราประเด็นสําคัญ คือให้มีซูเปอร์บอร์ด (Super board) ท่านนายกรัฐมนตรีรับเรื่องนี้แล้วแล้วก็กําลัง ดําเนินการอยู่ ส่วนซูเปอร์บอร์ด (Super board) จะทํางานแล้วออกมาอย่างไร ผมเชื่อว่า จากการประชุมแม่น้ํา ๕ สายเที่ยวที่แล้วชัดเจน ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเราควรจะทํางาน ร่วมกัน ๕ สาย เพราะฉะนั้นก็ยังมีความเชื่อมั่นว่าทิศทางการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งผมใช้คําว่าต้องระดม สรรพกําลังของทุกภาคส่วนในประเทศไทยมาช่วยกันพัฒนาคนไทยตั้งแต่อยู่ในท้องไปจนถึง หลังเกษียณ เรากําลังเป็นสังคมผู้สูงวัยนะครับ เพราะฉะนั้นความจําเป็นที่จะต้องให้ผู้ที่ เกษียณอายุแล้วมามีบทบาทในการพัฒนาประเทศ ไม่ได้ปล่อยให้เหงาแล้วก็ตายไป ก็จึงมี ความสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นบทบาทสําคัญของการปฏิรูปการศึกษาคือการปฏิรูปเพื่อคนทั้ง ๗๐ ล้านคนตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน อันนี้คือภาพงานใหม่ ดูเสมือนว่า เป้าหมายใหญ่กว่าเดิมเยอะ แต่ต้องไม่ใช้งบประมาณเพิ่มจะทําอย่างไร ลักษณะของ การระดมสรรพกําลังความร่วมมือทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันพวกเราเชื่อมั่นว่าอยู่ในวิสัย ที่ทําได้ และเราในฐานะคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ สปช. เราก็ฝากไว้กับพวกท่าน ผมเป็นส่วนหนึ่งที่จะเสนอตัวเข้าไปร่วมในการปฏิรูป การศึกษาด้วย สุดแท้แต่ว่าประธานท่านจะเลือกไปอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดไหน แต่เราก็ได้ ยื่นข้อเสนอว่าจะเข้าไปร่วมในการปฏิรูปการศึกษาต่อ ขอบพระคุณท่านประธานครับ