สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๗ · ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วินัย ดะห์ลัน พูดเรื่องการปฏิรูปสื่อสารมวลชน โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพของสื่อในการสร้างภาพบวกให้กับสังคม และส่งเสริมความมั่นใจในตนเองของคนไทย

นายวินัย ดะห์ลัน

ขอบคุณมากครับท่านประธาน เรียนเพื่อน ๆ พี่ ๆ จากท่านอดีต สปช. ในคณะกรรมาธิการสื่อสารมวลชน ผมคิดว่าเวลาเราคุยกันเรื่องของ สื่อสารมวลชนนั้นก็คงจะมีความเข้าใจตรงกันนะครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ อย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามเวลาเราคุยกันในเรื่องของการปฏิรูปนั้นมีความรู้สึกว่าจะเห็นภาพลบ ค่อนข้างเยอะ ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกว่าจําเป็นที่จะต้องทําการปฏิรูปเพื่อที่จะทําให้ ทุกอย่างนั้นดีขึ้น ผมอยากจะนําเสนอภาพในเชิงบวกในเรื่องของสื่อสักเล็กน้อย แล้วก็เห็นว่า ในความหมายของการปฏิรูปนั้นหากว่าเราจะดึงเอาพลังของสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เช่นที่ท่านภูดิศท่านผู้อภิปรายได้กล่าวถึงเรื่องของศักยภาพของประเทศไทยในเรื่องของ การใช้สื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางสื่อสังคมออนไลน์ (Online) ผมเคยเรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัย โคลัมเบีย คนที่เรียนอยู่ด้วยกันนั้นจํานวนมากนั้นเป็นคนยิว โพรเฟสเซอร์ (Professor) เคยเล่าให้ผมฟังว่าในสังคมยิวนั้นเขาจะสร้างคนมา ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกนั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์ อีกกลุ่มหนึ่งเป็นนักเขียนหรือว่าเป็นสื่อสารมวลชนนั่นเอง กรณีของนักวิทยาศาสตร์นั้น เขาบอกว่าวิทยาศาสตร์นั้นครองเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าได้เรียนวิทยาศาสตร์ ก็สามารถครองเทคโนโลยีได้ กรณีของนักเขียนนั้นครองสติปัญญา หากว่าได้ครองเรื่องของ สติปัญญาแล้วก็สามารถที่จะครองโลกได้ อันนี้ก็เป็นกรอบคิดของโพรเฟสเซอร์ (Professor) ที่ได้เล่าให้ฟังในสังคมของคนยิว ก็อยากจะให้ดูภาพเป็นเชิงบวกของสื่อในที่สุดแล้วได้นําไปสู่ เรื่องของภาพเชิงบวก ผมจะยกตัวอย่างเรื่องของประธานาธิบดีคนที่ ๓๕ ของประเทศสหรัฐอเมริกา จอห์น เอฟ. เคนเนดี คนนี้เข้ามาดํารงตําแหน่งในปี ๑๙๖๑ บิดาของจอห์น เอฟ. เคนเนดี ก็คือโจเซฟ พี. เคนเนดี ซีเนียร์ ตอนแรกหวังว่าลูกคนโตนั้นจะเป็นประธานาธิบดี แต่เมื่อ ลูกคนโตนั้นเสียชีวิตไปความหวังไปอยู่ที่จอห์น เอฟ. เคนเนดี ซึ่งเป็นคนรองแล้วก็เป็นคนที่ ค่อนข้างจะขี้โรคไม่มีความมั่นใจในตัวเอง สิ่งที่จอห์น เอฟ. เคนเนดี บอกกับพ่อก็คือว่าตนเองนั้น ไม่สามารถที่จะมาเป็นประธานาธิบดีได้ พ่อบอกว่าคนอื่นมองจอห์น เอฟ. เคนเนดี อย่างไรไม่สําคัญ สําคัญอยู่ตรงที่ภาพที่ออกมาในสังคมนั้นจะเป็นอย่างไร นั่นหมายความว่า การใช้สื่อจะมีศักยภาพอย่างยิ่ง แล้วก็ได้ในที่สุดครอบครัวของจอห์น เอฟ. เคนเนดี ก็ได้ทํา ให้จอห์น เอฟ. เคนเนดี ขึ้นไปเป็นประธานาธิบดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือศักยภาพของสื่อ ภาพของสื่อที่ได้ฉายให้สังคมได้เห็นจอห์น เอฟ. เคนเนดี นั้นในที่สุดได้สร้างความมั่นใจ ให้กับจอห์น เอฟ. เคนเนดี จนกระทั่งทําให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีที่ดีที่สุดคนหนึ่งของ ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นคือศักยภาพทางด้านบวกของสื่อสารมวลชน ถ้าเราดูอีกด้านหนึ่งนั้น ก็คือเรื่องของคนยิว มีคนเข้าใจกันว่าคนยิวนั้นมีความฉลาดหลักแหลมเท่าที่ผมเคยคุยกัน ในเรื่องของงานวิจัย มีรายงานวิจัยของประเทศแคนาดาบอกว่าจริง ๆ แล้วพันธุกรรมของ คนยิวไม่ได้มีความฉลาดหลักแหลมแต่อย่างใด ในเรื่องของการสอนต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีความพิเศษ แต่สิ่งหนึ่งที่ทําให้คนยิวมีความแตกต่างแล้วก็พิเศษจากคนอื่นนั้นก็คือเรื่องของศักยภาพ การใช้สื่อไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสื่อสารมวลชนซึ่งคนยิวได้เข้าไปครอบครอง หรือแม้กระทั่ง เรื่องของฮอลลีวูดซึ่งเป็นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่คนยิวได้เข้าไปมีอิทธิพลอย่างสูง กรณีของ การใช้สื่ออย่างถูกต้องในลักษณะแบบนั้น ๆ ทําให้ในที่สุดคนยิวเป็นกลุ่มคนที่มีความมั่นใจ ในตัวเองสูงแล้วก็ทําให้คนอื่นมองคนยิวไปในลักษณะเดียวกัน ผมคิดว่าถ้าสมมุติเราสามารถ ที่จะใช้สื่อในลักษณะแบบนี้ การปฏิรูปนั้นหมายถึงการที่เราจะนําเอาศักยภาพของสื่อมาสร้าง ภาพบวกให้แก่สังคม ก็เชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้วปัญหาหลายอย่างในบ้านเรานั้นสามารถที่จะ แก้ไขไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจําเป็นที่จะต้องมองภาพใหม่ มองภาพใหม่ว่าเราจะใช้สื่อในเรื่องของ สื่อสารมวลชนอย่างไรจึงจะทําให้สื่อสารมวลชนนั้นแสดงภาพบวกออกมาให้กับสังคม ได้เห็นนะครับว่าประเทศไทยมีภาพบวกอย่างไร คนไทยมีภาพบวกอย่างไร ผมว่าในลักษณะ แบบนี้แล้วก็สามารถที่จะทําให้ประเทศไทยนั้นมีความสามารถในการแข่งขันในสังคมโลกนี้ได้ ก็ขอขอบคุณครับ