อมรวิชช์ นาครทรรพ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาและขอให้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปที่ได้รับการเห็นชอบจาก สภาปฏิรูปแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่านครับ ผม นายอมรวิชช์ นาครทรรพ อดีตโฆษกกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูป แห่งชาติ ในนามของท่านอดีตประธานกรรมาธิการ ท่านอาจารย์พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ใคร่ขอกราบเรียนที่ประชุมนะครับว่าท่านอาจารย์พารณเดิมท่านเจตนาอย่างยิ่งที่จะมาร่วม ชี้แจงวันนี้ด้วยตนเอง แต่เนื่องจากปัญหาสุขภาพแล้วก็คําสั่งแพทย์ท่านจึงไม่สามารถมาได้ แล้วก็ได้มอบหมายให้กระผมได้ทําหน้าที่กล่าวนําเกี่ยวกับข้อเสนอการปฏิรูปของทาง สปช. ก็อยากขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าผมเองในนามของท่านอดีตประธานกรรมาธิการ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เราก็มีภารกิจตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ นี่ที่จะต้องดําเนินการพิจารณาศึกษาและให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปด้านการศึกษา และการพัฒนามนุษย์ ทางคณะกรรมาธิการเองก็ได้ดําเนินการพิจารณา ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ ข้อสนเทศ ประมวลความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนไปรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ทั่วประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้รวบรวมและเสนอเป็นรายงานแนวทางการปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนามนุษย์ ซึ่งในทัศนะของพวกเรากรรมาธิการตอนนั้นเราก็ถือว่าเป็นพิมพ์เขียว ของแผนการปฏิรูปการศึกษาในระยะยาวนะครับ ซึ่งภายใต้กรอบวาระการปฏิรูปดังกล่าว ที่ทาง สปช. กําหนดก็จะมีวาระการปฏิรูป ๓ วาระด้วยกันนะครับ มีวาระปฏิรูปที่ ๑๖ การปฏิรูประบบการจัดการศึกษา วาระปฏิรูปที่ ๑๗ การปฏิรูประบบการคลังด้านการศึกษา ด้านอุปสงค์ และวาระปฏิรูปที่ ๑๘ การปฏิรูประบบการเรียนรู้นะครับ ซึ่งในแต่ละวาระนั้น ก็มีความสอดคล้องกันนะครับ ภายใต้ระบบการเรียนรู้ใหม่ก็ต้องการการบริหารจัดการใหม่ ที่จะเป็นการศึกษาที่มันตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย เป็นการศึกษาซึ่งไม่ใช่เรื่องวิชาการอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องชีวิตและการมีงานทํา เป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ ภูมิสังคมแต่ละพื้นที่ และภายใต้ ระบบบริหารจัดการใหม่นั้นก็ต้องการการจัดสรรทรัพยากรใหม่ทางด้านการศึกษาเช่นกันนะครับ ๓ วาระก็จะมีรายละเอียดซึ่งสอดคล้องต้องกัน ซึ่งสักครู่ก็จะได้เรียนเชิญท่านอาจารย์เขมทัต สุคนธสิงห์ ท่านรองประธานกรรมาธิการได้ชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้นะครับ ทั้งนี้รายงาน แผนปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และได้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการแล้วเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ นอกจากนี้ทางคณะกรรมาธิการยังได้ส่งมอบรายงานแผนปฏิรูปการศึกษา และการพัฒนามนุษย์ดังกล่าวให้แก่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ไปแล้ว เมื่อวันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งในวันนั้นก็เป็นการนําเสนอในบรรยากาศที่ดีมาก ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้เห็นชอบ และได้กล่าวถึงหลักการหลายเรื่องที่สําคัญนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกระจายบทบาท ความรับผิดชอบในการจัดการศึกษาไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะช่วยทําให้การศึกษาจัดการเรียนรู้ ที่มีความหมายกับคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริงตั้งแต่เด็กเล็กถึงผู้สูงวัยนะครับ ไปจนถึง เรื่องการตั้งกลไกถาวรที่จะยืนระยะการปฏิรูปการศึกษาซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศให้ได้ อย่างน้อย ๑๐-๑๕ ปี นั่นก็คือตั้งซูเปอร์บอร์ด (Super board) การศึกษาถาวรขึ้นมานะครับ รับไม้ต่อจากซูเปอร์บอร์ด (Super board) ระยะสั้นที่จะหมดอายุไปในรัฐบาลนี้ รวมทั้ง ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ไปขอเรียนพบท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่าน พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เพื่อหารือแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกันในการส่งต่อแผนปฏิรูปของทางคณะกรรมาธิการให้กับทางกระทรวงพิจารณา ดําเนินการซึ่งก็เป็นบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนที่ดีเช่นกันนะครับ ยังได้มีการมอบหมาย ให้ทางอดีตสมาชิก สปช. โดยเฉพาะอดีตกรรมาธิการการศึกษาได้ไปทําการบ้านต่อหลายเรื่อง ที่ท่านรัฐมนตรีดาว์พงษ์เองก็บอกว่าเรื่องไหนที่คิดว่าสําคัญก็ให้นําเสนอท่านได้เลยนะครับ ก็คิดว่าเรื่องนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีนะครับ ผมคิดว่าเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสําคัญเรื่องใหญ่ เรื่องหนึ่งของการปฏิรูปประเทศที่มีข้อขัดแย้งกันค่อนข้างน้อย ไม่ว่าจะทาง สปช. เอง ในขณะนั้น หรือทางสภานิติบัญญัติโดยกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา หรือว่าทาง กระทรวงเองค่อนข้างเห็นตรงกัน คิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่น่าจะเป็นเรื่องที่เราน่าจะ ขับเคลื่อนได้เร็วหลายเรื่องนะครับ แล้วในขณะนี้เองก็มีอดีตคณะกรรมาธิการปฏิรูป การศึกษาของ สปช. ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศถึง ๕ ท่าน ด้วยกันนะครับ ซึ่งก็น่าจะได้มีส่วนเชื่อมต่อสิ่งที่จะกราบเรียนในวันนี้นะครับ นําไปสู่ ความเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติที่ทําให้เรื่องการศึกษากลายเป็นเครื่องมือของการยกระดับ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาวได้ สําหรับวันนี้ก็มีอดีตกรรมาธิการ ปฏิรูปศึกษาของ สปช. ๓ ท่าน ได้แก่ ท่านอาจารย์เขมทัต สุคนธสิงห์ ท่านเป็นอดีต กรรมาธิการ ตัวกระผมเองในฐานะอดีตโฆษกกรรมาธิการ แล้วก็ท่านอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกําธร ท่านเป็นอดีตรองประธานกรรมาธิการ ซึ่งปัจจุบันท่านก็เป็นสมาชิกของ สปท. ด้วย ก็จะมา นําเสนอแนวทางการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของคณะกรรมาธิการของ สปช. ตามที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้มีหนังสือเชิญมาร่วมประชุมในวันนี้ ในโอกาสนี้กระผมขออนุญาตท่านประธานให้กรรมาธิการ ๓ ท่านที่ผมเอ่ยนามไปได้นําเสนอ แนวทางการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต่อที่ประชุมของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ พร้อมทั้งขออนุญาตนําเสนอด้วยเพาเวอร์พอยนท์ (PowerPoint) และแจกเอกสารสรุปให้แก่สมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้วยครับ ขอบคุณครับ