วิวัฒน์ ศัลยกําธร หารือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในแต่ละจังหวัดให้สามารถจัดการศึกษาและพัฒนาประชากรในพื้นที่ของตนเองให้เหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละจังหวัด และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสอดคล้องกับพหุวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ โดยแนะนำแนวคิดในการปฏิรูปการศึกษาที่มี 6 ระบบหลัก
ขอบคุณท่านประธานครับ ที่จริงนั่งฟังแล้วก็ หนักใจจริง ๆ เพราะว่ามันเป็นงานยาก ที่จริงมีงานที่จะต้องทํา ๒ เรื่องหลัก ๆ อยากจะพูด แต่ว่าคงมีเวลาไม่มากเท่าไร ก็อยากจะสรุปสั้น ๆ ว่า
เรื่องที่ ๑ เป้าหมายของการให้การศึกษาหรือพัฒนาคนมันคงหลากหลายมาก แค่เราจะพาคนเก่งไปแข่งกับเขา ภาษาอังกฤษดี วิทยาศาสตร์ดี คณิตศาสตร์ดี ทุกอย่างดี แล้วไปแข่งกับเขาเป็นที่ ๑ หรือ ๑ ใน ๕ ของโลกให้ได้ภายใน ๓๐ ปีเราจะหลุดพ้นจาก ประเทศรายได้ปานกลางให้ได้ อันนั้นผมว่าเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ เท่านั้นเองสําหรับคนกลุ่ม เล็ก ๆ ถ้าประมาณก็ไม่ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ของตัวเลขของเด็กซึ่งก็อยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ก่อนจะสรุปเราไปฟังความเห็นของหลาย ๆ จังหวัดพบว่าจังหวัดอํานาจเจริญมีเด็กทั้งปี มีโอกาสเข้ามาเรียนระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพฯ เพียง ๓ คนเท่านั้นเอง แล้วที่เหลือก็วน กันอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏแถบนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะใช้มาตรฐานเดียวกัน ดูแลแบบเดียวกัน ตัดเสื้อโหลแบบเดียวกัน แล้วก็จัดการศึกษาให้ทั้งประเทศ ผิด ยืนยันว่าผิด เราฟังความเห็นคนมาทั้งประเทศตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี เพราะฉะนั้นมันต้องจัดให้สอดคล้อง แต่ละจังหวัดเขามีความพิเศษ ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน และอีก ๒๐๐ กว่ามหาวิทยาลัย เลขาธิการ สพฐ. ท่านเดียวดูแล ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน เป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะไปรู้เรื่องแทน ทั้ง ๓๐,๐๐๐ กว่าแห่ง เพราะฉะนั้นจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไปพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ทุกระดับที่อยู่ในจังหวัดนั้น ๆ ให้ลุกขึ้นมาเติบโตและรับผิดชอบการจัดการศึกษาและพัฒนา คนของเขาให้เหมาะสมกับเป้าหมายของเขา ๓ จังหวัดภาคใต้อย่างหนึ่ง ล้านนาอย่างหนึ่ง อย่างที่หลายท่านได้พูดถึงเรื่องพหุวัฒนธรรม มีศัพท์อยู่ ๒ คําที่เราใช้กัน ๑. พหุวัฒนธรรม คือวัฒนธรรมเราหลากหลายมาก เราจะสอนเหมือนกัน มีเป้าหมายเหมือนกัน วัดด้วยมาตรวัด ตัวเดียวกัน ผิด ยืนยันว่าเราทําผิดมาตลอด แค่พัฒนาครูอย่างเดียวเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ผมยืนยัน และไม่ใช่ผมคนเดียวจากข้อมูลที่เราฟังผู้รู้ทางการศึกษา เราฟังมาตั้งแต่คนอายุ ๙๐ กว่าปีมาจนถึงเด็กเล็ก เป้าหมายต้องสอดคล้องกับพหุวัฒนธรรม อีกคําหนึ่งเป็นคําของ พระเจ้าอยู่หัวองค์นี้ท่านตรัสคําว่าจีโอโซเชียล (Geo-social) ซึ่งนักภาษาศาสตร์อาจจะบอกว่าผิด แต่พระองค์ท่านยืนยันว่ามันต้องขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์จีโอกราฟิก (Geographic) นั้น ๆ และสังคมวัฒนธรรมนั้น ๆ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการกําหนดเป้าหมายของการจัดการศึกษา ต้องสอดคล้องกับภูมิศาสตร์และสังคมวัฒนธรรมนั้น ๆ ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวแล้วใช้ทั้งประเทศ อันนี้ผิดยืนยัน อันนี้จึงเป็นเรื่องใหม่ซึ่งต้องจัดระบบโครงสร้างใหม่ ต้องแบ่งภาระหน้าที่ ออกไปให้จังหวัด อาจารย์อมรวิชช์ทําการศึกษาเรื่องนี้เกาะติดมานานก่อนที่จะมาเป็น สปช. ท่านทํางานกับ ๑๕ จังหวัด ชัดเจนว่าแต่ละจังหวัดมีศักยภาพจริง แต่ขณะนี้เด็กเก่งแต่ละจังหวัด ต้องตะเกียกตะกายมาเรียนกรุงเทพฯ ที่เดียว ซึ่งผิด ยืนยัน เราปฏิรูปการศึกษามา ๒ รอบ รอบนี้เป็นรอบที่ ๓ สําเร็จหรือเปล่าไม่รู้ ถ้าไม่เปลี่ยน ไม่ทําเป้าหมายให้หลากหลาย ยังทํา เป้าหมายเดียว มาตรฐานเดียวก็ไปไม่รอด อันนี้คือเรื่องใหญ่สุด
อันที่ ๒ เรื่องระบบการศึกษา ผมเป็นข้าวนอกนา ผมไม่ได้อยู่ในวงการศึกษาเลย แต่ด้วยความห่วงลูกผม ๒ คน ผมต้องเข้าไปยุ่งกับการศึกษาโรงเรียนของลูกซึ่งอยู่ในหมู่บ้านผม ผมอยู่หมู่บ้านสัมมากร บางกะปิ ผอ. มาชวนลูกไปเรียน ชวนผมไปเป็นกรรมการสถานศึกษา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกับ ขออภัย คุณหญิงพรทิพย์ คุณหญิงพรทิพย์เป็นคนยุผม ท่านวิวัฒน์ นั่นละเป็นประธานมาเลย พอภาพเป็นประธานต้องรื้อระบบโรงเรียนใหม่ เอาเลยลุย แล้วท่านก็ช่วยผมเต็มที่เพราะว่าท่านเก่ง ผมไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวอะไรเพียงแต่ว่าใจถึง ก็ทําจนเป็นโรงเรียนประหลาดขึ้นมา แต่ว่าผ่านการประเมิน ๕ เกณฑ์ เราได้คะแนนสูงสุด ในประเทศไทย ที่จริงถ้าไม่ใช่เวทีนี้ผมจะขออนุญาตปรบมือให้คุณหญิงพรทิพย์ ไม่ใช่ฝีมือผม แต่ว่าก็ไม่เป็นไรค่อยปรบมือนอกห้องก็ได้ครับ อันนั้นก็เป็น ๑ ตัวอย่าง เพราะว่าเราห่วงลูก เราก็เข้าไป เราอยากให้โรงเรียนนั้นอยากให้ลูกเราเก่งสัก ๓-๔ เรื่องโดยเฉพาะภาษาเราก็ไปขอเปิด อิงลิชโปรแกรม (English Program) ขึ้นในโรงเรียน ก็ถามผู้ปกครอง ถามครู ถามใจสู้ไหม ถ้าใจสู้เรื่องอื่นเรื่องเล็ก งบประมาณไม่ต้องไปขอรัฐบาล ระดมทุนกันเองจากผู้ปกครองก็ตั้งได้ ๒ ห้อง เปิดอิงลิชโปรแกรม (English Program) ๒ ห้อง เที่ยวได้เดินทางไปดูเขาทั่วแล้ว ก็เปิดได้จริง ๆ เปิดปั๊บลูกผม ๒ คนก็บรรลุเป้าได้ใช้โอกาส แต่ว่านั่นก็คือกลางกรุงเทพฯ ที่พูดนะครับ โอกาสที่จะเป็นแบบนี้มันนิดเดียวครับ งานที่ผมทําอยู่ส่วนใหญ่ขณะนี้คือ จับมือกับสื่อ จับมือกับท้องถิ่น จับมือกับเขตที่คนทั่วไปไปไม่ถึงแต่พระเจ้าอยู่หัวไปถึง เราก็จะอัญเชิญปรัชญาของพระองค์ท่าน ไปจับมือกับโรงเรียน ไปจับมือกับชุมชน ไปจับมือกับวัด ทั้งวัดคริสต์ วัดอิสลาม วัดพุทธ ให้การศึกษาคนซึ่งสอดคล้องกับ ภูมิวัฒนธรรมนั้น ๆ เราไปกันเกือบทุกอาทิตย์นะครับ ที่จริงอยากให้เรื่องนี้ไปเป็นเรื่องหลัก ในการปฏิรูปการศึกษาที่จะลุกขึ้น ทุกภาคส่วนมาช่วยกันไม่ใช่ปล่อยให้ใครก็ไม่รู้ ทํากันอยู่ตามลําพังชาวบ้านก็ดิ้นรนกันเองตามลําพัง อย่าไปฝันเลยครับว่าเด็กที่อยู่บนดอย จะลุกขึ้นเก่งภาษาอังกฤษเหมือนที่หลายท่านพยายามจะทําให้เป็น ภาษาไทยเขายังพูด ไม่ค่อยจะได้เลย เขียนไม่ต้องพูดถึง เรื่องนี้เป็นความเหลื่อมล้ําอย่างรุนแรงจะแก้อย่างไร อยู่ที่ระบบ อยู่ที่โครงสร้าง ผมด้วยความเป็นข้าวนอกนาแต่ลุกขึ้นมาคลุกคลีถึงขั้น ตั้งโรงเรียนขึ้นเอง ท่านอยากรู้รายละเอียดท่านพิมพ์เข้าไปในกูเกิล (Google) พิมพ์เข้าไป ในยูทูป (Youtube) ก็ได้ พิมพ์ว่าโรงเรียนปูทะเลย์มหาวิชชาลัยนั่นก็เป็นมิติใหม่ แล้วเราก็โชคดี คัดเด็กอย่างดีปีแรกรับเข้ามาคือทุกโรงเรียนคัดทิ้งหมดแล้ว พ่อแม่เขาคัดทิ้งหมดแล้วเราก็ต้อง ไปรับเข้ามาเรียนว่าปรัชญาใหม่ การศึกษาแบบใหม่จะพัฒนาคนได้ไหม ทั้ง ๆ ที่ทุกโรงเรียน ไม่เอาแล้ว พ่อแม่ก็สู้ไม่ไหวแล้ว ระบบคิดแบบใหม่ รูปแบบใหม่ ซึ่งมีอยู่ ๖ ระบบหลัก ๆ ด้วยกัน ย่อ ๆ อย่างนี้ครับ อันที่ ๑ หลักสูตรต้องออกใหม่ให้สอดคล้องกับภูมิสังคมนั้น ๆ ๒. ครูต้อง เป็นแบบใหม่ไม่ใช่เหมือนเดิมแบบเดิม ๓. วิธีสอน วิธีเรียน กระบวนการเรียนรู้ต้องเป็นแบบใหม่ ๔. เครื่องมือต้องเป็นแบบใหม่ ๕. สภาพแวดล้อมต้องเป็นแบบใหม่ และ ๖. เงื่อนเวลาต้องเป็น แบบใหม่ เอานะครับ ผมไม่มีเวลาลงในดีเทล (Detail) ผมเขียนบทความนี้มา ๑๐ ปี ๔๐๐ กว่าตอนรวมเล่มไว้เหมือนกันว่าด้วยเรื่องของระบบการศึกษาแบบใหม่ เราพยายาม จะเอาสิ่งนี้มานําเสนอให้กับวงการศึกษา วงการปฏิรูป โชคดีครับในกรรมาธิการการศึกษา เที่ยวที่แล้วท่านสนใจเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะทีมงานเรา ๕-๖ ท่านอาจารย์พารณท่านอิน (In) กับเรื่องพวกนี้มาก แล้วท่านก็ชัดเจนมากว่าถ้าปฏิรูปการศึกษาทําให้คนเป็นคนดีไม่ได้ ความหวังทั้งหมดหมดสิ้นครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่าน สปท. ทุกท่านครับ ท่านใดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม มีความสามารถสูงกว่าผม ผมไม่ได้มีความสามารถอะไร มีแต่ความตั้งใจเฉย ๆ ให้มาช่วยกันขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดสู่การปฏิบัติให้ได้ แล้วก็ให้สอดคล้องกับแต่ละวัฒนธรรม แต่ละภูมิศาสตร์ อย่าทําเป็นมาตรฐานเดียวอีกเลย หวังว่าการพัฒนาคนตามเป้าหมายนี้จะแก้ปัญหาบ้านเมืองที่กําลังวิกฤติได้จริงครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ