วินัย ดะห์ลัน หารือเรื่องการจัดการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปรับปรุงการเรียนการสอน ในรายวิชาประวัติศาสตร์ และเรื่องของวัฒนธรรม และเสนอแนะให้นําเรื่องของประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมล้านนา ภูไท ส่วย และมลายูเข้ามาในระบบการศึกษาของประเทศไทย และเรียกร้องการศึกษาเรื่องความเป็นพหุสังคมเพื่อความปรองดองในอนาคต รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วย
วาอะลัยกุมมุสลามครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานอลงกรณ์ พลบุตร ท่านอดีตกรรมาธิการการศึกษา ท่านอาจารย์อมรวิชช์ นาครทรรพ ท่านอาจารย์เขมทัต สุคนธสิงห์ ท่านอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกําธร ท่านสมาชิก ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๔๓ ผมคิดว่าเรื่องของการศึกษานั้นเป็นเรื่องที่ สําคัญ ประเด็นที่เราจะจับนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นประเด็นใหญ่ ๆ อย่างไรก็ตามนั้นผมขอ อนุญาตมาคุยกันในเรื่องของประเด็นเล็ก ๆ จะมีอยู่หลายครั้งที่เราพบว่าประเด็น เล็ก ๆ นั้นในที่สุดแล้วกลายไปเป็นปัญหาใหญ่ เรื่องที่ผมอยากจะมาคุยกับพวกเรานั้นจะเป็น เรื่องของการจัดการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปรับปรุงการเรียนการสอน ในรายวิชาประวัติศาสตร์ แล้วก็เรื่องของวัฒนธรรม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ ถ้าเราดูนั้น ขณะนี้ขณะที่เรานั่งกันอยู่ในที่นี้มีการประชุม ๓ ประเทศ ก็คือ จีน ญี่ปุ่น แล้วก็เกาหลีใต้ สิ่งหนึ่งที่ทําให้ทั้ง ๒ ประเทศก็คือทั้งจีนแล้วก็เกาหลีใต้นั้นมีความขุ่นเคืองประเทศญี่ปุ่นอย่างยิ่ง แล้วเขาไม่ยอมเปลี่ยนก็คือเรื่องของความขัดแย้งในเชิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทุกครั้งที่คนญี่ปุ่น หรือนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นไปไหว้ศาลเจ้า ยะซุกุนินั้นทางจีนและญี่ปุ่นไม่พอใจ ต้องการให้ทางญี่ปุ่นนั้นเปลี่ยนหลักสูตรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของประวัติศาสตร์ มีทั้งเรื่องของปัญหาแรงงานทาส แล้วก็เรื่องของปัญหาการเข่นฆ่า ชาวจีนที่นานกิง อันนี้เป็นเรื่องทางประวัติศาสตร์นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามวันนี้ญี่ปุ่น จะเปลี่ยนแล้วครับ เหตุผลเลยก็คือเรื่องของทางเศรษฐกิจ สิ่งหนึ่งที่ญี่ปุ่นจําเป็นที่จะต้อง ปรับตัวให้ได้ก็คือว่าการเรียนการสอนในประวัติศาสตร์ของตนเองที่มีอยู่นั้นหากว่ากระทบกับ เรื่องของผลประโยชน์ในต่างประเทศนั้นจําเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์โลกของปัจจุบัน ผมก็คิดว่าในกรณีของประเทศไทยก็มีครับเรื่องนี้ ก็เลยอยากจะ นําเสนอเรื่องของประวัติศาสตร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงเศรษฐกิจแล้วก็เรื่องของสังคม วันนี้ เรื่องของทุนทางผลิตภัณฑ์แล้วก็บริการ เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงครับ เรื่องของทุนนั้น ขณะนี้เขาไม่ได้พิจารณากันแค่เรื่องของเงินที่จับจ่ายกันในเรื่องของทุนอย่างเดียว เรื่องของ ทุนนั้นกลายไปเป็นเรื่องของอินคลูซีฟแคพิตาลิซึม (Inclusive capitalism) หรือเรื่องของ ทุนนิยมที่มีส่วนร่วม เรื่องของการพิจารณาเรื่องของทุนนั้นมีเรื่องของคุณค่าของมนุษย์เข้าไป เกี่ยวข้องด้วย ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องของคุณค่าของมนุษย์เกี่ยวข้องกับเรื่องของแรงงาน เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของทุนก็คือเรื่องของ วัฒนธรรม สิ่งที่พบเลยก็คือในส่วนของวัฒนธรรมกลายเป็นทุนที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันนั้นเรื่องของทุนทางวัฒนธรรมเราไม่ต้องไปดูเรื่องของทุน ในเรื่องของการเงินเลย เรื่องของสินค้าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นทุนทางวัฒนธรรมได้เข้ามามีส่วนร่วม อย่างมาก แต่การที่เราจะสร้างทุนทางวัฒนธรรมได้นั้นเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสําคัญ เรื่องของการศึกษานั้นจะนําไปสู่เรื่องของการที่จะทําให้เรามีความปรองดองกัน ถ้าเรา รู้จักกันนั้นก็จะทําให้เราสามารถที่จะพูดคุยกัน สร้างความสามัคคีกันในหมู่ชน ในชาติเดียวกันได้ ผมจะยกตัวอย่างนะครับ ประเทศไทยนั้นเป็นพหุวัฒนธรรม แต่ว่า เราเสียดายครับ เรารู้จักคนที่อยู่ในสังคมของเราน้อยมากเนื่องจากว่าเราไม่ได้มี การเรียนการสอนในเรื่องของความเป็นพหุวัฒนธรรม เราไม่ค่อยรู้เรื่องของคนล้านนา เราไม่ค่อยเข้าใจเรื่องของคนภูไท เรื่องของส่วย เรื่องของมลายู วันนี้นั้นถ้าเราต้องการที่จะ มีสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศพม่า กับจีนตอนใต้ ส่วนหนึ่งที่จะมีประโยชน์กับเราอย่างยิ่งก็คือ เรื่องของวัฒนธรรมล้านนา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จําเป็นที่จะต้องนําเข้ามาสู่การศึกษาในระบบ ของเรานะครับ เรื่องของภูไทถ้าเราต้องการที่จะมีความสัมพันธ์กับลาวและเวียดนาม เรื่องของภูไทจะสําคัญ เรื่องของส่วยที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับกัมพูชา เรื่องของมลายู ในกรณี ของมลายูนั้นเวลาผมไปประชุมในต่างประเทศพบว่าเวลาเขาจะคุยกัน
- ๓๓/๑ ขออนุญาตเพิ่มเติมในเรื่องนี้นิดหนึ่งครับ เวลาเขาจะคุยกันนะครับ ปรากฏว่ากรณีของมลายู ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีคนที่เป็นมลายูอยู่ประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งมีประชากรที่เป็นมลายูน้อยมาก ประเทศบรูไน เขาประชุมร่วมกันครับ แต่ประเทศไทยถูกกันออก เนื่องจากเขามองว่าเราไม่เคยนําเสนอ ภาพของความเป็นมลายูในวัฒนธรรมของเรา เราไม่เคยมีการเรียนการสอนมากนักในเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการศึกษา เรื่องของภาษา เรื่องของวัฒนธรรมนั้นถ้าเราอยากจะ ให้มีผลประโยชน์ในส่วนตรงด้านนี้เข้ามา เราจําเป็นที่จะต้องมีการศึกษาเรื่อง ของความเป็นพหุสังคมของเราให้มากขึ้น เรื่องนี้เป็นเสน่ห์ แล้วก็อีกอันหนึ่งที่ท่านอาจารย์วิวัฒน์ ได้พูดถึงก็คือเรื่องของการกระจายอํานาจลงสู่พื้นที่การกระจายอํานาจลงสู่จังหวัด หรือในเขตพื้นที่นั้นก็สามารถที่จะนําเอาเรื่องของศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของล้านนา เรื่องของภูไท เรื่องของส่วย เรื่องของมลายูนั้นเข้าไปสู่เรื่องของระบบการเรียน การสอนได้นะครับ ผมก็คิดว่าเรื่องเหล่านี้จะนําไปสู่เรื่องของความปรองดองของเราในอนาคต รวมทั้งเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วย ขอบคุณมากครับ