เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกันผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง และเสนอแนะเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงการยกร่างพระราชบัญญัติเพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่สมควรกลับสู่วงการเมือง
ได้ครับ ก็ขออนุญาตอภิปรายนะครับ ในส่วนที่ผมจะอภิปรายก็จะพูดถึงปัญหาในเรื่องการเข้าสู่ตําแหน่งของนักการเมืองซึ่งถือว่า เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่ง แล้วถ้าเราทําได้ให้คนดีเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมืองหรือมาบริหาร ประเทศแล้วก็คงจะแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันมา ๕ ท่านแรกนะครับ ลองไปดูรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ บัญญัติไว้ใน มาตรา ๓๕ (๔) ว่าให้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและตรวจสอบมิให้ผู้เคย ต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายกระทําการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเคยกระทําการอันทําให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรมเข้าดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองอย่างเด็ดขาด จึงเป็นข้อกําหนดที่ต้องดําเนินการให้เป็นรูปธรรมทั้ง ในการร่างรัฐธรรมนูญและในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ปัญหาอันเป็นรากเหง้าที่ผมคิดว่าสําคัญยิ่งของการเมืองไทย คือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาการโกงการเลือกตั้ง และปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง การดําเนินการดังกล่าวคงจะกระทําต่อนักการเมืองระดับชาติ เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น น่าจะยังไม่เพียงพอนะครับ มีหลายท่าน ได้พูดถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในระดับนักการเมืองท้องถิ่น ผมจึงอยากจะเสนอว่า การดําเนินการในการที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ที่กระทําการทุจริตประพฤติมิชอบเข้าสู่วงการเมือง น่าจะให้ครอบคลุมถึงนักการเมืองระดับท้องถิ่นด้วย ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมาย หรือแนวทางที่จะดําเนินการดังกล่าวนะครับ โดยในปัจจุบันมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่เราเรียกว่า อบจ. เทศบาลทั้ง ๓ ระดับ องค์การบริหาร ส่วนตําบล หรือที่เราเรียกว่า อบต. กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา รวมกันถึง ๗,๘๕๓ แห่ง มีตําแหน่งทางการเมืองอยู่กว่า ๑๕๐,๐๐๐ ตําแหน่งในองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ที่ผมได้เรียนให้ทราบแล้ว ซึ่งองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นเหล่านี้มีอิสระในการปกครอง ในการบริหารงบประมาณ และโครงการในความรับผิดชอบ บางองค์กรมีความรับผิดชอบ ในการบริหารงานเป็นร้อยเป็นพัน หรืออย่าง กทม. เป็นหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ที่เป็นงบประมาณ ในการเลือกตั้งที่ผ่านมามีผู้ที่อาสาจะมาดํารงตําแหน่งทางการเมือง ในระดับท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แม้แต่ผู้เคยเป็นนักการเมืองระดับชาติ เดี๋ยวนี้ ก็ถอยตัวลงไปเล่นการเมืองระดับท้องถิ่น เพราะว่าอาจจะมีอํานาจแล้วก็มีอิสระในการดําเนินงานในการบริหารงานมากกว่าการเป็น นักการเมืองระดับชาติ ในปัจจุบันนี้ทางคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้สั่งให้ระงับ การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นไว้ก่อนนะครับ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงจําเป็นต้องกําหนดแนวทางและกรอบการปฏิรูปให้สามารถดําเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะ กําหนดให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งการเลือกตั้งนั้นเมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมาย กกต. สําเร็จแล้วก็จะ ประกาศให้มีการเลือกตั้งภายใน ๙๐ วัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องทําให้เสร็จก่อนที่กฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับนั้นจะประกาศใช้ ซึ่งเราก็มีเวลาจากวันนี้ไปจนถึงเวลาที่กฎหมาย ๓ ฉบับ ประกาศใช้ประมาณ ๑๕-๑๖ เดือนเท่านั้น ซึ่งผมขอเสนอแนวทางในการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านการเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เคยกระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบเข้าสู่ตําแหน่ง ทางการเมืองดังนี้นะครับ ได้จ่ายเอกสารให้กับเพื่อนสมาชิกทุกท่านแล้วซึ่งจะมีอยู่ ๔ ขั้นตอน หรือ ๔ กรอบการปฏิรูป
กรอบแรกคือเสนอให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ใน ร่างรัฐธรรมนูญ เป็นคุณสมบัติต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี ก็มี ๔ เรื่องที่ควรจะกําหนดเป็นคุณสมบัติ ต้องห้าม
เรื่องแรก คือผู้ที่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือออกจากราชการ หน่วยงาน ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวงราชการ
เรื่องที่ ๒ คือเคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็น ของแผ่นดินเพราะร่ํารวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
เรื่องที่ ๓ เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทําการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือกระทําการอันทําให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม และ
เรื่องที่ ๔ คือถูกถอดถอนออกจากตําแหน่งถูกถอดถอน ซึ่งการถอดถอน ออกจากตําแหน่งโดยสภานั้นก็แล้วแต่รัฐธรรมนูญจะบัญญัติว่าจะให้สภาใดเป็นผู้ถอดถอน แต่ถ้าเป็นเหตุของการถอดถอนนั้นมาจากเหตุที่มีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริต ต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการหรือส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ ในการยุติธรรม บุคคลเหล่านี้ก็ไม่สมควรที่จะให้เข้ามาสมัครเป็นนักการเมืองได้
ข้อเสนอที่ ๒ คือเสนอให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ในร่างรัฐธรรมนูญ กรณีที่ผู้ใดถูกถอดถอนเพราะเหตุที่มีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือส่อว่ากระทําผิด ต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ให้มีผลเป็นการตัดสิทธิในการดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือสิทธิในการดํารงตําแหน่งอื่นตลอดไป
ข้อเสนอที่ ๓ คือยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้กําหนดโทษการตัดสิทธิ การดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง หรือสิทธิในการดํารงตําแหน่งอื่นสําหรับผู้กระทําการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในวงราชการจากเดิม ๕ ปี เป็นตลอดไป
ข้อเสนอที่ ๔ จะเกี่ยวกับนักการเมืองระดับท้องถิ่น ซึ่งยังไม่มีผู้เสนอแก้ไข ก็คือการยกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พุทธศักราช ๒๕๔๕ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ โดยเพิ่มลักษณะต้องห้ามในมาตรา ๔๕ ดังนี้
(๑) เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทําการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือกระทําการอันทําให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม และ
(๒) เคยถูกถอดถอนออกจากตําแหน่ง เพราะเหตุที่มีพฤติการณ์ร่ํารวย ผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือส่อว่า กระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๕ นั้นได้บัญญัติไว้แล้วในประเด็นอื่น ๆ เช่นประเด็นการถูกไล่ออก ปลดออก หรือประเด็นการต้องคําพิพากษาของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน แต่ยังไม่ได้รวม ๒ ข้อ ที่ผมได้เรียนเสนอ จึงใคร่ขอเสนอต่อท่านประธานสภาว่าข้อเสนอ ๔ ประเด็นนี้ถ้าหากมีการดําเนินการให้ทัน ภายใน ๑๕-๑๖ เดือนนี้ ก็จะเป็นการป้องกันบุคคลซึ่งเราคิดว่าเป็นผู้ที่ไม่สมควรที่จะกลับสู่ วงการเมืองให้ไม่สามารถกลับมาเล่นการเมืองได้ กราบขอบพระคุณครับ