เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบทางการเมืองเพื่อป้องกันการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง และเสนอแนะการปฏิรูป กกต. เพื่อให้องค์กรนี้มีบทบาทที่มีประสิทธิภาพและเครื่องมือที่ทันสมัยในการจัดการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องบทบาทของรัฐบาล การเลือกตั้ง และบทบาทของหัวคะแนน เพื่อให้มีการลดบทบาทนี้ โดยเสนอแนะว่าควรจะมีการตรวจสอบนักการเมืองก่อนที่จะเข้าเวทีการเลือกตั้ง และควรจะมีการลดทอนบุคคลเข้าสู่อํานาจทางการเมืองที่ถูกต้อง
กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน กระผม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. หมายเลข ๑๑๐ ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตของการปฏิรูปการเมืองดังนี้นะครับ เรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่มี ความสําคัญอย่างมากเพราะว่ากระทบกับวิถีชีวิตของทุกคน ในฐานะที่เป็นข้าราชการประจํา คนหนึ่งก็ได้รับรู้ถึงสภาพเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ถ้าเราดูเรื่องการเมืองแบ่งออกเป็นวงจรอยู่ สามารถแบ่งได้เป็น ๕ วงจรหลัก ๆ
อันแรก คือการเข้าสู่อํานาจทางการเมือง อันนี้เป็นอันแรก ผลการศึกษา ของคณะ สปช. ก็จะพูดถึงตรงนี้ค่อนข้างมาก
อันที่ ๒ การใช้อํานาจทางการเมืองหลังจากที่เข้าสู่อํานาจทางการเมืองแล้ว ถ้าการเข้าสู่อํานาจทางการเมืองเป็นไปอย่างไม่ถูกต้องหรือว่ามีการผิดอะไรบางอย่าง การใช้อํานาจทางการเมืองก็จะมีเพิ่มตามมา การใช้อํานาจทางการเมืองจะเป็นธรรมหรือไม่ก็อยู่
อันที่ ๓ คือการถ่วงดุลอํานาจทางการเมือง ถ้าใช้อํานาจทางการเมือง ที่เป็นธรรม มีระบบถ่วงดุลอํานาจที่ดีที่ถูกต้องก็สามารถดําเนินการต่อไปได้ แต่ถ้าเกิดว่า การถ่วงดุลอํานาจทางการเมืองสูญเสียไปไม่สามารถถ่วงดุลอํานาจได้ การใช้อํานาจ ทางการเมืองก็เป็นไปอย่างเลยขอบเขตที่ควรจะเป็น
อันที่ ๔ คือการตรวจสอบทางการเมือง มีกลไกตรวจสอบการเมืองไหม องค์กรอิสระต่าง ๆ องค์กรอิสระทํางานในหน้าที่ดีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. สตง. ต่าง ๆ ก็ดี อันนี้คือเป็นเรื่องของการใช้อํานาจทั้งหมด
และสุดท้ายอันหนึ่งซึ่งไม่ใช่เรื่องของการใช้อํานาจ แต่เป็นเรื่องจิตสํานึก คือจริยธรรมทางการเมืองนะครับ เรามีข้อสังเกตว่าจริง ๆ ในระยะที่ผ่านมานักการเมือง ในประเทศเราเองจะมีเรื่องจริยธรรมทางการเมืองอาจจะไม่ได้มากนัก อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ ถ้าเราดูต่างประเทศมีเรื่องนิดหน่อย เสียภาษีไม่ถูกต้องเขาลาออกทันที จริยธรรม ทางการเมืองคู่กับเรื่องของการตื่นตัว จิตสํานึกของประชาชน ทั้ง ๕-๖ อย่างเหล่านี้เป็นวงจร ทางการเมืองที่ผมคิดว่าคณะ สปช. เองก็พยายามจะศึกษาเนื้อหาในเรื่องเหล่านี้ว่า จะไปเปลี่ยนแปลงหรือจะพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างไร แต่สิ่งที่สําคัญมากที่สุดผมคิดว่าในส่วนนี้ เราคงต้องปฏิบัติ ปรับปรุง ปฏิรูป แก้ไขกฎหมาย ระเบียบก็ว่ากันไป แต่สิ่งที่สําคัญที่สุด จากนี้ไปจนถึง ๒๐ ปีข้างหน้าก็คือการเข้าสู่อํานาจทางการเมือง ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าเรื่องนี้ไม่สําเร็จผมว่าอีก ๔-๕ เรื่องก็เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะฉะนั้นก็ฝากในฐานะ สปท. คนหนึ่งก็คงฝากในเรื่องเหล่านี้ให้กับทางกลุ่มที่เกี่ยวข้องกลุ่มการเมืองได้ลองคิดดูว่า การเข้าสู่อํานาจทางการเมืองเราจะต้องทําอะไรบ้าง ผมมีข้อเสนออยู่ ๕-๖ ประการ เพื่อฝากให้สําหรับการศึกษาหรือการอภิปรายต่อไป
เรื่องแรก คือเรื่องของการปฏิรูป กกต. ผมคิดว่าไม่ว่าเราจะพูดอย่างไร ก็ตามแต่ แต่การปฏิรูป กกต. เป็นสิ่งจําเป็น เพราะการทําให้องค์กรที่มีบทบาทอํานาจ โดยตรงในการจัดการเลือกตั้งมีบทบาท มีประสิทธิภาพ มีจุดยืน มีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่ทันสมัย ตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ จากการที่เรานั่งอยู่ตรงนี้แล้วก็ช่วงที่ผ่านมา หรือว่าการอ่านสื่อ อ่านต่าง ๆ เหล่านี้ยังเห็นบทบาทในการปฏิรูปของ กกต. นี้น้อยไป และผมคิดว่าใน สปท. เราเองก็คงจะต้องเชิญมาพูดคุยหรือจะมาร่วมกันคิดอย่างไรบ้าง เพราะการปฏิรูป กกต. เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่ที่ท่านวิทยา ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามว่า ผ่านการเลือกตั้งมาเป็นจํานวนมาก แต่ยังไม่เห็นบทบาท กกต. อย่างที่ควรจะเป็น ตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่เราจําเป็นจะต้องมีการพูดถึงอย่างจริงจัง
อันที่ ๒ นี้ก็คือบทบาทของอํานาจรัฐต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป ตรงนี้ เป็นเรื่องใหญ่นะครับ อํานาจรัฐคือรัฐบาลในขณะนี้ก็คือ คสช. ส่วนหนึ่ง อํานาจรัฐ รัฐบาลหนึ่ง คงจะมีความแตกต่างไปกว่ารัฐบาลในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพราะไม่มีผลได้เสีย ต่อการเลือกตั้ง เพราะไม่ใช่เป็นรัฐบาลที่จะไปเลือกตั้งครั้งต่อไป ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดไปแล้วว่า เมื่อจบจากนี้แล้วก็จบกันไปเลย ฉะนั้นบทบาทของอํานาจรัฐในครั้งนี้ผมคิดว่าต้องแสดงจุดยืน ที่ชัดเจนในการเข้าไปส่งเสริมหรือดําเนินการอะไรก็แล้วแต่ที่ทําให้การเข้าสู่อํานาจ ทางการเมืองของนักการเมืองเป็นไปอย่างถูกต้อง จากประสบการณ์ที่ได้ดูในฐานะ เป็นข้าราชการก็ดี หรือการดูต่าง ๆ ก็ดี ผมเห็นอย่างหนึ่งว่าอํานาจรัฐทําได้หลาย ๆ เรื่อง อํานาจรัฐสามารถบล็อก (Block) หัวคะแนนได้ สามารถบล็อก (Block) การซื้อเสียงได้ สามารถบล็อก(Block) การทุจริตการเลือกตั้งได้ ถ้าอํานาจรัฐสามารถเดินได้เป็นแบบนี้ ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญ ตรงข้ามถ้าอํานาจรัฐไม่ได้เดินตามแบบนี้สามารถทําในสิ่งที่เป็น ตรงกันข้ามได้ ในระยะที่ผ่านมารัฐบาลแบบที่ท่านอํานวยได้มีการพูดถึงแล้ว รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา อาจจะมีผลต่อการเลือกตั้งก็มีบทบาทในการใช้อํานาจรัฐ แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่มีผล ต่อการเลือกตั้งโดยตรง ผมคิดว่าถ้าจะใส่บทบาทตรงนี้เข้าไปให้ชัดเจน ผมคิดว่ามันก็จะเป็น ประโยชน์อย่างมากในการเข้าสู่อํานาจทางการเมืองของนักการเมืองที่เป็นไปอย่างถูกต้อง แล้วก็ยุติธรรมนะครับ
อันที่ ๓ ผมคิดว่าที่สําคัญมาก บทบาทของหัวคะแนนกับการเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่าในการเลือกตั้ง คําว่า การเลือกตั้ง คงไม่ได้หมายถึง ส.ส. อย่างเดียว หมายถึง เลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้งระดับจังหวัด ระดับชาติก็ตามแต่ บทบาทหัวคะแนนยังเป็นเรื่องที่มี ความสําคัญ แล้วก็เป็นบทบาทสําคัญในการชี้อนาคตทางการเมืองของไทยเหมือนกันนะครับ ฉะนั้นทําอย่างไรบ้างที่เราสามารถที่จะลดบทบาทตรงนี้นะครับ ถ้าเรามีบทบาทของ กกต. ก็ดี อํานาจรัฐหรือรัฐบาลปัจจุบันก็ดีเดินอย่างเต็มที่ ผมคิดว่าเราสามารถที่จะไปลดบทบาท ของหัวคะแนนในเรื่องของการจ่ายเงินซื้อเสียงต่าง ๆ ได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ ที่เราใช้เวลา ๑๐ เดือนหรือ ๒๐ เดือนจากนี้ในการพิจารณาในการหาข้อเสนอแนะ หาวิธีการปฏิบัติใหม่ ๆ จะมีประโยชน์อย่างมากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนะครับ
อันที่ ๔ ซึ่งผมคิดว่าจะขออนุญาตเสนอนิดหนึ่งว่าเราจะมีกลไกอะไรไหม ในการตรวจสอบนักการเมืองก่อนที่จะเข้ามาสู่เวทีการเลือกตั้งไม่ว่าระดับใดก็ตามแต่ บทบาทของหน่วยงานความมั่นคงก็ดี บทบาทของหน่วยงานที่ทําหน้าที่สืบสวนปราบปรามก็ดี หรือหน่วยงานยาเสพติดก็ดี ก็มีข้อมูลเหล่านี้พอสมควร เรามักจะพูดกันว่าถ้ายังไม่มี การกระทําความผิดถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ยังสามารถดําเนินการต่อไปได้ แต่หลายเรื่อง กฎหมายยังไม่สามารถเข้าไปถึงได้ แต่ในทางพฤติกรรมก็รู้อยู่ใครเป็นเจ้ามือหวย ใครเป็นเจ้ามือ ใครเป็นคนค้ายาเสพติด ใครเป็นคนค้าอาวุธสงครามเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้หลาย ๆ พื้นที่รู้อยู่ ข่าวสารต่าง ๆ รู้อยู่ ในสภาวะที่เราต้องการให้นักการเมืองเคลียร์ (Clear) จากปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เราจะอาศัยบทบาทตรงนี้เข้ามาได้อย่างไร ตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าขอฝากให้เป็น ข้อพิจารณาในการลดทอนบุคคลเข้าสู่อํานาจทางการเมืองที่ถูกต้องนะครับ
อันที่ ๕ อีกอันหนึ่งคือเป็นเรื่องสําคัญ บทบาทของภาคพลเมืองในการเข้ามา มีส่วนร่วมในเรื่องของการรณรงค์ อาสาสมัครก็ดี แล้วก็รณรงค์ให้ประชาชนเลือกตั้งที่ถูกต้อง รวมทั้งร่วมมือกับ กกต. หรือเป็นองค์กรต่าง ๆ ที่เขาไปถ่วงดุลกลไกของภาครัฐและภาคอื่น ผมคิดว่าการตื่นตัวของประชาชนต้องแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม ถ้าการตื่นตัว ของประชาชนสามารถรวมกลุ่มรวมก้อน มีการจัดตั้งได้ มีการดําเนินการอย่างชัดเจนได้ ผมคิดว่าบทบาทของประชาชนที่ตรงนี้จะมีผลในการขจัดนักการเมืองที่ใช้วิธีการไม่ถูกต้อง ในการเข้าสู่อํานาจ ถ้าเราสามารถดําเนินการแบบนี้ตั้งแต่แรกเตรียมตัว ผมว่ามันก็จะมีผล อย่างมาก
ประการสุดท้ายที่เป็นข้อเสนอนิดหนึ่งคือบทบาทของสื่อ ทุกวันนี้สื่อมีบทบาทสูง ต่อสังคม สามารถชี้นําได้ สามารถสร้างกระแสได้ แต่ระยะที่ผ่านมาเรายังไม่เห็นสื่อชี้นํา ในเรื่องของการให้การศึกษา อบรม หรือชักชวนประชาชนให้เห็นถึงการมีนักการเมือง ที่เข้าสู่อํานาจอย่างถูกต้อง ถ้าเราสามารถจะจัดตรงนี้ได้ในช่วงของ ๒๐ เดือน รณรงค์ ให้การศึกษาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ดําเนินการควบคู่กันทั้งกลไกภาครัฐของรัฐบาล ของ กกต. และองค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้น หลาย ๆ ส่วนผนวกขึ้นมานี่ผมคิดว่าน่าจะเป็นพลังสําคัญพอ ที่จะทําให้นักการเมืองที่มีอุดมการณ์หรือสามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีเข้าสู่สภา แล้วก็สามารถจะขจัดนักการเมืองที่ไม่ถูกต้องได้ต่าง ๆ นะครับ ผมคิดว่าถ้าเราเดินได้แบบนี้ การปฏิรูปทางการเมืองสามารถจะประสบความสําเร็จไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๒๐ เดือนข้างหน้า และบทบาทของ สปท. จะเป็นเรื่องใหญ่ที่จะมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล และกลไกที่เกี่ยวข้องต่อการจัดการบริหารนี้ ขอบคุณครับ