สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

นิกร จํานง หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบอบการเมืองของประเทศ และเสนอแนะว่าควรแก้ปัญหาการเมืองตั้งแต่เด็ก ๆ ผ่านการเทรนและการพัฒนาคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเมืองท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเมืองท้องถิ่นในการพัฒนาประชาธิปไตย และเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาการเมืองท้องถิ่นอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการซื้อขายเสียงและทุจริตในอนาคต

นายนิกร จํานง

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๙ อาจจะต้องขอเกิน ๕ นาที ไปสักเล็กน้อย คงไม่เล็กน้อย ผมเตรียมมา ๒๐ นาที ก็จะบีบให้เหลือสักครึ่งหนึ่งนะครับ คงเป็นประเด็นที่ด้วยความเคารพผู้ที่เสนอนะครับ คงจะพูดถึงประเด็นที่เป็นประเด็นปฏิรูป ที่ทาง สปช. ได้เสนอไปยังรัฐบาลแล้วนะครับ ท่านได้เสนอเป็นทั้งหมดจากที่ได้อ่าน โดยละเอียดนะครับ เป็น ๔ ส่วน

ส่วนแรก เป็นแผนปฏิรูปพรรคการเมืองไม่ให้เป็นของนายทุน ส่วนนี้ผมคิดว่า เรายังพอมีเวลาเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นที่เร่งด่วนที่เราจะเสนอตอนนี้นะครับ เรื่องนี้จะไปอยู่ ในกฎหมายลูกว่าด้วยเรื่องพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้พอไปถึงตรงนั้น เราก็คงจะต้องไปลุยกันตรงนั้นในฐานะกรรมาธิการ หรือว่าในฐานะของสภาปฏิรูปแห่งนี้นะครับว่า เราจะดําเนินการอย่างไร เข้าใจว่าต่อจากนี้อีกสักระยะหนึ่งจะมี พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยเรื่องพรรคการเมืองนะครับ

ส่วนที่ ๒ ที่ท่านเสนอมานี่นะครับ เป็นเรื่องการเลือกคนดีเข้าสู่สภา ตรงนี้ ก็เหมือนกันจะอยู่ใน พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องการได้มาซึ่ง ส.ส. และถ้าหากว่า ส.ว. มีการเลือกตั้งด้วยก็จะอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนั้น ซึ่งก็ยังมีเวลาอยู่บ้างนะครับ ส่วนนี้ ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

ประเด็นต่อมา ก็คือที่ผมเห็นว่าผิดฝาผิดตัว ที่ทางคณะกรรมาธิการด้วยความเคารพ เป็นอย่างยิ่งที่ได้สรุปไว้ก็คือว่าเรื่องเกี่ยวกับองค์กรอิสระ คือท่านได้ศึกษาเรื่อง กกต. ไว้แล้ว ก็เลยไป ป.ป.ช. สตง. กรรมการฟอกเงิน ป.ป.ง. แล้วก็ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชน คือเลยไปไกลเลย ซึ่งจริง ๆ ตรงนี้เองเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งก็แค่ กกต. เท่านั้นเอง ในส่วนนั้น อาจจะเป็นว่าทางการเมืองมีการทุจริตคอร์รัปชันกันมากก็เลย ป.ป.ช. ด้วย ตรงนี้เลยทําให้รัฐบาลที่ท่านส่งเรื่องนี้ไปเขาตอบกลับมาเขาบอกว่าส่งให้กระทรวงยุติธรรม ไปดูแล้วไม่ได้คืบหน้าอะไร ส่วนนี้ผมเห็นว่าเป็นส่วนที่ถ้าจะเกี่ยวก็คือเกี่ยวกับเฉพาะ กกต. เท่านั้นเอง ทุกสื่อไม่เกี่ยว

ส่วนที่ผมเห็นด้วยมากแต่ว่าต้องใช้เวลาที่ท่านได้เสนอนะครับ ก็คือ เรื่องการมีส่วนร่วมแล้วก็เน้นเรื่องการศึกษาในภาคประชาชนแล้วก็ในระบบการศึกษา ส่วนนี้เราจะเห็นว่าไม่ว่าท่านอํานวย ขออนุญาตที่ออกนามนะครับ ท่านวิทยาพูด ทุกคนหวังสิ่งนี้ทั้งนั้นรวมทั้งผมด้วย ดังนั้นถ้าเห็นว่าประเด็นที่มีการนําเสนอตรงนี้ อาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขต่อจากนี้เพื่อว่าเราจะได้ประเด็นในการไปทําการปฏิรูป ที่ท่านบอกเมื่อสักครู่นี้ว่าหลายคนพูดกันว่าถ้าการเมืองยังไม่ดีอย่าเข้าสู่การเลือกตั้ง ผมก็มีคําถามว่าการเมืองที่ดีแล้วคืออะไร เป็นคําถาม เพราะถ้าหากอย่างนั้นถ้าเราให้ หมดจดงดงามเสร็จก็อีกสัก ๒๐-๓๐ ปี เพราะว่าการเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ก็ ๒๐๐ ปี ในประเทศอังกฤษก็เป็นร้อย ๆ ของเรามีอายุก็ไม่มากนัก ดังนั้นถ้าเราให้สมบูรณ์ คําถามว่าปฏิรูปตรงไหน อย่างไร แค่ไหน ไม่อย่างนั้นเราจะอยู่แต่ตรงนี้ ไปต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานพูดถึงว่า แล้วการเมืองจริง ๆ มันมีปัญหาตรงไหน เราจะได้รู้ ถ้าเราไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนแล้วเราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ผมเองในฐานะที่ เกี่ยวข้องมาสัก ๓๐ ปีแล้ว ผมเรียนว่าการเมืองจริง ๆ แล้วอุปมาอุปไมยเหมือนสายน้ํา มันก็ไหลไป เราไปหยุดมันไม่ได้ แต่สายน้ําถ้าหากมันไหลคล่องเป็นน้ําที่ใสสะอาดการเมืองก็ดีไป ทําให้เกิดการพัฒนา การเคลื่อนไหวของประชาชนก็อยู่มีความสุข แต่ถ้าการเมืองไม่ดีเหมือนกับมีจอก แหน มีสวะ มีสิ่งปฏิกูล เป็นน้ําเน่าที่เราเรียกการเมือง น้ําเน่า มันก็ทําให้เกิดปัญหาว่าประชาชนก็อยู่ไม่มีความสุขมีสิ่งที่ไม่ดีมากมาย เวลาเรา แก้ปัญหาที่ผ่านมาเราแก้ด้วยวิธีไหน มีจอก แหนอยู่เต็มที่ปลายน้ํา อยู่ในแม่น้ําเจ้าพระยาก็ได้ บริเวณหน้าที่เราจะสร้างสภาใหม่นี่ละ เราใช้วิธีอะไร เราใช้วิธีเหมือนเอาของหนัก หรือหินโยนเข้าไปในสวะแห่งนั้น เกิดอะไรขึ้นครับ แรงกระเพื่อมจากแรงกระทํา หรือกองกําลัง ผมจะพูดว่าบางทีเราใช้วิธีปฏิวัติเป็นส่วนใหญ่ตลอดมา มันก็แยกตัวออก สิ่งที่ไม่ดีแยกตัวออก แต่ท่านประธานครับ มันเป็นเวลาที่สะดุดหยุดลงคือเราอยู่ลักษณะนั้น ไม่ได้ พอทุกอย่างยุติลง การใช้กําลังหยุดยุติลงสิ่งเหล่านั้นมันก็กลับมาอีก เพราะว่า มันเพียงแต่แยกตัวเป็นเพราะแรงกระเพื่อมด้วยแรงกระทําเท่านั้นเองเป็นแบบนี้เสมอ ทีนี้แล้วเราจะแก้ปัญหากันอย่างไรนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าการแก้ปัญหาผมจะเสนอ เป็นขั้นเป็นตอนนะครับ ผมยกตัวอย่างเรื่องสายน้ําแล้วผมก็จะยกตัวอย่างเดียวกัน แม่น้ํา ถ้าหากว่าเราแก้ปัญหาน้ําจากต้นน้ําไม่ได้อย่าได้หวังว่าเราจะแก้ปัญหาที่ปลายน้ําเลย ปัญหาที่ต้นน้ําก็คือน้ําที่มาจากต้นน้ําคืออะไร สิ่งที่ท่านได้เสนอแล้วก็คือว่าคนรุ่นใหม่ ของสังคม ท่านวิทยาก็พูดชัดว่าเราอาจจะต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเองได้ไปเรียน พตส. พัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง และผมทําวิจัยเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะผมสนใจ มานานแล้ว เพราะว่าทําการเมืองมา ๒๐ กว่าปีแล้วมันแก้ไม่ได้สักทีมันน้อยใจว่าเราจะมี วิธีไหนก็พบว่าเราจะแก้แต่อะไร เราจะแก้แต่ประชาธิปไตย อธิปไตยคือแก้แต่อํานาจ เปลี่ยนอํานาจ เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ แต่คําว่า ประชา ตัวหน้าเราไม่เคยแก้ ประชาตัวหน้า ก็คือคนรุ่นใหม่ของเรา ผมศึกษาบุคคลอายุ ๑๘ ปี ผมไม่เรียกเด็กนะเพราะเขามีสิทธิเลือกตั้ง เท่าเราได้ลงไปศึกษาทั่วประเทศเป็นความเชื่อแล้วก็จริงตามที่ว่า ปรากฏว่าบุคคลอายุ ๑๘ ปี ที่มาใช้สิทธิครั้งแรกใช้สิทธิในโรงเรียนมัธยมปลาย ในนั้นไม่มีครูที่รู้การเมืองเลย ในนั้นเราปล่อยเขาตามลําพังในการไปกาไปใช้สิทธิครั้งแรกของเขาในชีวิตเขานี่ไม่มีใครใส่ใจ ผมลองไปศึกษาดูปรากฏว่าเขารู้ว่ามีการซื้อเสียงกันแล้ว บางทีมาซื้อเสียงเขาด้วย บางที ที่ครอบครัวเขารับเงินมาก็ต้องโหวตตามที่แม่บอกให้โหวต ตรงนี้เราไม่ใส่ใจเลย เพราะโหวตแรกเขามีปัญหาการไปตรวจสอบ เรื่องอื่นไม่ต้องไปพูดถึง ต่อจากนั้น เขาก็กลายเป็นพลเมืองที่ขายเสียงได้ พอมีใครมาซื้อเอาอํานาจนี้ไปทําในสิ่งที่มิชอบ สร้างอํานาจขึ้นมา มันก็เกิดขึ้นได้ ตรงนี้เป็นต้นน้ําที่ผมจะพูดสั้น ๆ เร็ว ๆ ว่าเราต้องมี การพัฒนาตรงนี้ ต้นน้ํา น้ําใหม่ของเรามาต้องมีการเทรน (Train) ให้ดี แล้วก็ในอนาคต พรุ่งนี้อาจจะไม่ดี แต่วันมะรืนเราหวังได้ แต่ถ้าหากว่าน้ําใหม่ที่ออกมาแล้วเราไม่มีการไปทํา ให้สะอาด ไม่มีการประคองให้เขาไปปนกับสิ่งที่ไม่ดี สุดท้ายมาถึงปลายน้ําเขาก็กลายเป็นน้ําเน่าอีก นี่เป็นวิธีการแก้

ประเด็นที่ ๒ นี่นะครับ ของเราเป็นเจ้าพระยา ท่านประธานที่เคารพครับ เรามาจากอะไร ปิง วัง ยม น่าน น้ําสายรองมีความจําเป็นมากที่มีการเสนอว่าให้การเมือง ของที่นี่ สภานี้ ถนนอู่ทองใน รัฐสภาดี เพื่อว่าเราจะให้การเมืองท้องถิ่นดี เรากลับทางครับ น้ําตรงนี้หรือการเมืองตรงนี้องค์ประกอบเกิดจากการเมืองท้องถิ่นทั้งสิ้น ผมอยากจะนําเรียนว่า จริง ๆ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราในอดีตตั้งแต่รัชกาลที่ ๖ ท่านได้ทรงเล็งเห็น ตรงนี้แล้วก็มีการจัดตั้งนคราภิบาล คือการให้ท้องถิ่นมีการเริ่มที่จะมีการบริหารท้องถิ่น คือเป็นการเมืองพื้นฐานเพื่อนําไปสู่ประชาธิปไตยมาก่อน แต่บังเอิญเรามาเปลี่ยนแปลง การปกครองเสียก่อน ที่จริงแล้วถ้าหากว่าดุสิตธานีตอนนั้นถ้าหากว่ามาถึงบัดนี้ผมอาจจะคิดว่า การเมืองเราอาจจะดีกว่านี้ก็ได้เพราะมีต้นแบบมา แต่ตอนหลังเรามาทําจากหางจากปลายน้ํา ขึ้นไปต้นน้ํา เพราะฉะนั้นบทสรุปตรงนี้ก็คือว่าการเมืองท้องถิ่นต่อจากนี้ทางกระทรวงมหาดไทย หรือทุกส่วนที่ให้ความสนใจถ้าหากว่ามีการซื้อกันตรงนั้นเป็นจํานวนมากแล้วตรงนั้น จะไหลมาลงตรงนี้ แล้วก็กลายเป็นว่าจะทําให้การเมืองปลายน้ําเสียหายไปด้วยในอนาคต ก็คือว่าเหมือนเป็นองค์ประกอบที่มาจากตรงนั้น เราต้องย้อนกลับไปแก้ตรงนั้นการเมืองท้องถิ่นให้ดี ประชาชนก็จะได้รู้ว่าการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดอย่างไร การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นอย่างไร ถ้าแก้ตรงนั้นได้ตรงนี้ก็แก้ได้ด้วย ผมเรียง มาจากส่วนบนก่อน ทีนี้ปลายน้ําท่านประธานครับ อยากจะเรียนว่าเราอาจจะจําเป็นต้อง พิจารณาที่ปลายน้ําว่าเป็นอย่างไร อาจจะต้องมีการพูดถึงระบบการเลือกตั้งที่มีว่าเหมาะสม เป็นอย่างไร แต่ว่าจริง ๆ แล้วสิ่งสําคัญในปลายน้ําก็คือว่าระบบการเมือง ระบบการเมืองนี้ หมายความว่าเป็นปัจจัยนําเข้าและปัจจัยย้อนกลับ หมายความว่าเราคงจะต้องให้การเมือง มีการพัฒนาตัวเองไปตามสมควร ให้พรรคการเมืองมีนโยบาย แต่ผมไม่ได้หมายถึงประชานิยม เพราะระบบการเมืองที่สําคัญก็คือว่าปัญหาประชาชนมันจะเป็นอินพุต (Input) เข้าไป ในระบบ แล้วพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันการเมืองก็เรียงมาเป็นนโยบายในการเลือกตั้ง ประชาชนเองได้เลือก พอเลือกแล้วเขาก็ไปตั้งรัฐบาล พอตั้งรัฐบาลถ้าเขาแก้ปัญหาประชาชนได้ ปัจจัยย้อนกลับกลับไปหาเขาเขาจะเลือกอีก แล้วถ้าใครทําให้เขาไม่ได้ มีปัญหา เขาจะจัดการ กับพรรคการเมืองและนักการเมืองเอาเอง เราต้องให้ประชาชนมีการพัฒนาไปตามระบบด้วย ไม่ใช่เราไปขวางกันเสียหมด ถ้าเป็นอย่างนี้สักพักประชาชนจะเรียนรู้แล้วก็การเมือง โดยองค์รวมจะพัฒนา ผมก็เลยนําเรียนว่าถ้าจะให้มีความยั่งยืนในเรื่องการปฏิรูปการเมือง ต้นน้ําคือเด็ก ๆ ของเราต้องพัฒนา กลางน้ําก็คือการเมืองท้องถิ่นต้องดูแลกันเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็สุดท้ายให้การเมืองได้หมุนเวียนแล้วก็ทําไปตามระบบแล้วทุกอย่างก็จะพัฒนาขึ้นได้เอง ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ