สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ หารือเรื่องการปฏิรูปการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างกลไกในการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม พร้อมทั้งการปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองของผู้มีอิทธิพล ทุนสามานย์ และการจำกัดการมีนอมินี (Nominee) ฝรั่งเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้นโยบายประชานิยม การล้มล้างรัฐธรรมนูญ และการไม่มีการปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง ซึ่งจะทำให้เกิดวิกฤติการเมืองและทำให้ประเทศไทยย่อยยับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ เป็นข้อสรุป ข้อเสนอที่เป็นแนวปฏิบัติ ดิฉันนั่งฟังอยู่นี่ เป็นแนวที่จะไปปฏิบัติได้เกือบทั้งหมดทุกข้อเลยนะคะ เพียงแต่ว่าจะลงมือไปทําจริง ๆ ได้อย่างไร ต่อไปนี้ก็จะเป็นเรื่องของการอภิปรายของท่านสมาชิกทุกท่านนะคะ มีรายชื่อผู้ที่ ขออภิปรายมาในมือดิฉันขณะนี้มี ๖ รายชื่อ ดิฉันจะอ่านรายชื่อทีละ ๓ รายชื่อ ท่านแรกคือ ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ท่านที่ ๒ ท่านวิทยา แก้วภราดัย ท่านที่ ๓ ท่านนิกร จํานง ถ้าอย่างนั้นขอเชิญท่านแรกค่ะ ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน เชิญค่ะ ท่านละ ๕ นาทีนะคะ

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิกลําดับที่ ๑๙๗ ท่านประธานคงจะแปลกใจที่ผมจะ อภิปรายในเรื่องของการปฏิรูปการเมือง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมาประชุม แม่น้ํา ๕ สายในห้องประชุมแห่งนี้ พวกเราทั้งหมดคงได้ฟัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีพูด แล้วผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะเห็นใจเป็นกําลังใจให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ บอกว่า ไปต่างประเทศถูกต่างชาติเขาถามว่าการเมืองบ้านเราเป็นอย่างไร ทําไมถึงเป็นอย่างนั้น ผมเอง เข้า ๆ ออก ๆ อยู่ในสภาแห่งนี้ ๑๐ ปีที่ผ่านมาได้สัมผัสกับวิกฤติทางการเมือง ผมไม่ได้เป็น สมาชิกสภา แต่เข้ามาดูแลความเรียบร้อย เป็นคนนําสมาชิกสภาออกทางด้านหลัง บางครั้ง เจรจาได้ผลก็ออกทางด้านหน้า บางครั้งผมก็ตกอยู่ในวงล้อมด้วย นั่นคือวิกฤติการเมือง บ้านเราครับ อับอายไปทั่วโลก เมื่อพูดถึงเรื่องการปฏิรูปการเมืองคงจะต้องพูดถึง ๒ นัย ก็คือ ปฏิรูปพรรคการเมือง และปฏิรูปนักการเมือง การปฏิรูปการเมืองเป็นหัวข้อที่ง่ายที่สุด ในการปฏิรูปทั้งหมดทุกหัวข้อ ทุกวาระ ถามว่าทําไม ในรัฐธรรมนูญเขียนแนวไว้เกือบครบ ทั้งหมดแล้วครับ ท่านกรรมาธิการเสนอมายังไม่ครบถ้วน ผมขออนุญาตเติมตรงนั้นครับ รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี ๒๕๕๗ มาตรา ๓๕ มีอยู่ ๑๐ อนุมาตรา ๔ อนุมาตรา เกี่ยวกับเรื่องการเมือง

ผมขออนุญาตเริ่มตรงนี้ครับ (๔) ในมาตรา ๓๕ บอกว่าให้สร้างกลไก ให้นักการเมืองที่ถูกศาลพิพากษาหรือมีคําสั่งว่าทุจริตประพฤติมิชอบทําให้การเลือกตั้ง เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม พูดง่าย ๆ กันว่านักการเมืองขี้โกง อย่าให้มายุ่งเกี่ยวกับ การเมืองอีก ตรงนี้ชัดเจนด้วยหลักการและเหตุผลครับ แม้กระทั่งนักมวยที่ล้มมวย คนที่ได้รับความเดือดร้อนก็มีเพียงแค่เซียนพนันมวยไม่กี่คน เขายังห้ามชกมวยไปตลอดชีวิต นักการเมืองโกงบ้านโกงเมืองแล้วเว้นวรรค ๕ ปีแล้วกลับมาเล่นการเมืองใหม่ มันอะไรกันครับ ดังนั้นต้องสร้างกลไกตรงนี้ขึ้นมาให้ชัดเจนในการปฏิรูปนักการเมือง พรรคการเมือง

เรื่องที่ ๒ ต้องปฏิรูปให้พรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองของผู้มีอิทธิพล ทุนสามานย์ ส่วนนักการเมืองจะต้องเป็น นักการเมืองของประชาชน เพราะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เป็นผู้แทนของนายทุน สามานย์ พรรคการเมืองจดทะเบียนที่ กกต. ครับ บังเอิญผมเป็นประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรุงเทพมหานครอยู่ด้วย ท่านจรุงวิทย์เป็นผู้ทรงคุณวุฒิของ กกต. ทุกพรรคจดที่ กกต. แล้วทําไมต้องฟังนโยบายจากต่างประเทศ ท่านนึกภาพออกนะครับ ต้องฟังเสียงจาก ภายนอกบ้างภายในบ้าง พรรคการเมืองไม่ใช่พรรคการเมืองของประชาชน ต้องสร้างกลไกนี้ ขึ้นมาให้ได้ นักการเมืองก็ต้องเป็นนักการเมืองของประชาชน

อันต่อไปครับ ที่น่าแปลกใจมากก็คือการมีนอมินี (Nominee) ฝรั่งก็ไม่เข้าใจ เหมือนกัน ถามว่าบ้านยู (You) ทําไมมีร่างทรงกันด้วย บางคนถูกเว้นวรรคไป ๕ ปี ไม่ได้มีความ ทุกข์เลยครับ ไปนั่งเลี้ยงสุนัขอยู่ที่บ้านแต่ส่งนอมินี (Nominee) เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน นั่งเกาคางสุนัขอยู่ที่บ้านแต่มีอํานาจในการปกครองประเทศนี้ นั่นคือนอมินี (Nominee) ครับ เห็นภาพชัด

เรื่องต่อไปครับ ต้องปฏิรูปเชิงนโยบาย พรรคการเมือง นักการเมืองที่เข้ามา มีอํานาจ เข้ามาปกครองประเทศนี้ในหลายปีที่ผ่านมาเราเห็นชัดครับ ไปเขียนนโยบาย ที่แยบยล เอางบประมาณแผ่นดินมาหาเสียง เอาเงินภาษีอากรของราษฎรมาซื้อเสียงราษฎร ด้วยการเขียนนโยบายประชานิยม อันตรายมากครับ ตัวนั้นคือตัวทําลาย ทําลายวินัยการเงิน และการคลังทั้งระบบ ประเทศของเราแทบจะย่อยยับเพราะนโยบายประชานิยม ดังนั้น จะต้องสร้างกลไกขึ้นมาไม่ให้พรรคการเมือง ไม่ให้นักการเมืองใช้นโยบายประชานิยม มามอมเมาคนในประเทศนี้ต่อไปอีก ผมว่าอันตรายพอ ๆ กับติดยาเสพติดครับ นโยบาย ประชานิยมเปรียบเทียบได้กับยาพิษที่เคลือบด้วยช็อกโกแลต คงเป็นข้อสุดท้ายครับ อยู่ใน (๙) ของมาตรา ๓๕ ชัดเจนมากครับ จะต้องสร้างกลไกขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้มี การทําลายหลักการของรัฐธรรมนูญ ต้องสร้างกลไกนี้ขึ้นมาให้ได้ครับถ้าจะปฏิรูปการเมือง ไม่ใช่เข้ามามีอํานาจในสภา มีอํานาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจะทําอะไรก็ได้ จะแก้รัฐธรรมนูญ ให้ตีลังกาก็ได้ ให้นั่งยอง ๆ ก็ได้ หลายปีที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญจะต้องทํางาน อย่างหนักครับ ปกติคําพิพากษาของศาล ปกติคําวินิจฉัยของศาล คําสั่งของศาลจะเป็น ถ้อยคําที่ไพเราะที่เป็นเชิงวิชาการ เมื่อใดก็แล้วแต่ที่ศาลเริ่มจะรําคาญ รู้แล้วว่าทําไม่ได้ ก็ยังทําเพราะมีอํานาจ ศาลก็จะเขียนคําพิพากษาแบบไม่เกรงใจครับ ท่านไปอ่านคําวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญครับ ระยะหลัง ๆ จะมีว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญอย่างนั้นก็จะได้ชื่อว่าถอยหลัง เข้าคลอง คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้เลยครับ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญให้มีสภาอย่างนั้น ก็จะได้ชื่อว่าสภาผัว สภาเมีย คําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญครับ เพราะฉะนั้นเราต้องสร้าง กลไกมาอย่าให้มีการล้มล้างรัฐธรรมนูญขึ้นในประเทศนี้ต่อไปอีก ท่านประธานครับ หลุมระเบิด หลุมแก๊สน้ําตาที่หน้าสภายังกลบไม่หมดครับ นั่นคือความเจ็บปวดของคนไทย ทั้งประเทศ วิกฤติการเมืองที่ผ่านมา เราจะต้องช่วยกันกลบหลุมนั้นให้หมด ผมกําลัง หมายความว่าต้องปฏิรูปการเมืองให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ถ้าเราเลือกตั้งไปโดยที่ ปฏิรูปการเมืองยังไม่แล้วเสร็จจะเกิดหลุมเพิ่มขึ้นอีก เราจะเข้าไปอยู่ในวังวนเดิม เปรียบเทียบง่าย ๆ ครับ ท่านไปเอาหนังสติ๊กแล้วยืดออกไปแล้วดีดเข้าจมูกตัวเอง จะเจ็บแสบกันทั้งประเทศอีกครับ ผมกําลังแปลว่าเราต้องปฏิรูปการเมืองให้เสร็จก่อน แล้วถึงจะทําการเลือกตั้ง ขอบพระคุณครับ

ขอบคุณค่ะ ต่อไปเชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย นะคะ