วิพรรณ ประจวบเหมาะ พูดถึงการปฏิรูปสังคม โดยเน้นย้ำถึงปัญหาสังคมสูงวัยที่เกี่ยวข้องกับทุกวัย เช่น การเกิดน้อยลง คุณภาพชีวิตที่ลดลง และการไม่มีความพร้อมในการแต่งงานและมีลูก นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนนโยบายการคุมกำเนิดให้เป็นการวางแผนชีวิตครอบครัว เพื่อเพิ่มคุณภาพของประชากรไทย และมีประชากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพให้เข้ามาเป็นวัยแรงงานในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลดการไม่มีลูกในประเทศไทย โดยเสนอการรณรงค์สร้างกระแสสังคมให้คนตระหนักถึงคุณค่าของครอบครัวและการมีบุตรที่มีคุณภาพ และเสนอมาตรการในการส่งเสริมศักยภาพครอบครัว
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะคะสําหรับส่วนต่อไปนี้ก็จะเปึน ข้อเสนอการปฏิรูปด้านสังคมนะคะ ซึ่งก็จะเปึนการนําเสนอต่อจากครั้งที่แล้วแต่ในเชิงลึกขึ้น ในบางประเด็นนะคะที่จริงแล้ววันนี้ก็คงได้ชมคลิปวิ ดีโอที่ทําให้ท่านทั้งตระหนกแล้ว ก็ ตระหนักเปึนรอบ ๒ แล้วนะคะแต่ก็ยังอยากย้ําอีกครั้งหนึ่งนะคะถึงเรื่องของคําว่า สังคม สูงวัยนะคะ
เพราะสังคมสูงวัยจริง ๆ แล้วไม่ใช่เปึนแต่เรื่องของผู้สูงอายุหรือการที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น เปึนจํานวนมาก แต่สังคมสูงวัยมีความเกี่ยวพันกับคนทุกวัย ตั้งแต่วัยเด็กแล้วก็วัยทํางาน ไปจนถึงวัยสูงอายุด้วยนะคะ ซึ่งประเด็นท้าทายที่สําคัญ ๆ ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับข้อเสนอ ในวันนี้นะคะประเด็นแรกก็คือเด็กไทยเกิดน้อยลงมากกว่าในอดีต แต่คําถามที่เกิดขึ้น เกิดน้อยแล้ว คุณภาพดีขึ้นตามไปด้วยหรือไม่ ดูเหมือนว่าจะเปึนไปในทางตรงกันข้าม อันที่ ๒ ที่น่าห่วง ก็คือว่าเรากลับพบว่าคนที่พร้อมที่จะเปึนพ่อแม่กลับไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก ส่วนคนที่ไม่พร้อมกลับมีลูกหรือท้องแล้วจะทําอย่างไร ซึ่งตรงนี้ถ้าไม่ดีตั้งแต่ ต้นทางแล้วก็เชื่อว่าจะเปึน ปัญหาสะสมไปในระยะยาวนะคะ ส่วนที่สําคัญอีกส่วนหนึ่ ง ก็คือเรื่องของการที่เรามีการเกิดลดลงไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้ประชากรในวัยแรงงานของเรา ลดลงด้วยนะคะ ทั้งในแง่ของจํานวนและสัดส่วน จนทําให้เราวิตกกันว่าแรงงา นของเรา จะขาดทั้งปริมาณและคุณภาพที่จะมารองรับผู้สูงอายุรวมทั้งที่จะมาเปึนกําลั งในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศเราสําหรับประเด็นในการปฏิรูปนี่นะคะ จริง ๆ แล้วในครั้งก่อน ในด้านสังคมได้เสนอไปถึง ๕ ประเด็นด้วยกัน แล้วก็มี ๓ ประเด็นนี้ได้พูดไปอย่างชัดเจนแล้ว ค่อนข้างเปึนรูปธรรมชัดเจนนะคะ ก็จะเปึนเรื่องของการเพิ่มศักยภาพและบทบาทของชุมชน เพื่อคนทุกวัย ตรงนี้ก็จะเน้นตั้งแต่เรื่องบทบาทขององค์กรบริหารส่วนท้ องถิ่น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการเสนอให้มีการปรับแก้ระเบียบข้อบังคับที่เปึนอุปสรรคต่ อการทํางานของท้องถิ่น ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุนะคะ หรือว่าการที่จะระดมจตุพลังหรือเขาบอก เบญจพลังไปแล้วด้วยซ้ําไปนะคะ ก็คือ ท้องถิ่นท้องที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่อยู่ ในพื้นที่ รวมถึงองค์กรภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมกันทํางานด้านผู้สูงอายุในชุมชน และที่สําคัญ ก็คือการสร้างพลังของกลุ่มผู้สูงอายุในรูปของชมรมผู้สูงอายุให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นเพื่อจะ เปึนกระบอกเสียงให้กับผู้สูงอายุ ประเด็นถัดมาที่เสนอไปก็คือการเร่งรัดให้ทั้งภาครัฐและ เอกชนดําเนินการเชิงรุกอย่างมีบูรณาการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย และการเพิ่มคุณค่าผู้สูงอายุ โดยการสั่งสมคุณค่าตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่ง ๓ ประเด็นนี้คิดว่าได้ลงไปลึกแล้วนะคะ ก็มีคําถามว่า แล้วใน ๒ ประเด็นแรก คือการเตรียมคนไทยให้พร้อมเพื่อวัยสูงอายุที่มีคุณภาพ และเพิ่ม ศักยภาพครอบครัวไทยในบริบทของสังคมสูงวัยนี่เราจะทําอะไรกันบ้าง ซึ่งนโยบาย ที่สําคัญที่ได้มีการเสนอไปก็คือนโยบายการวางแผนชีวิตครอบครัว หลายท่านที่นั่งอยู่ใน ห้องนี้คงจะคุ้นเคยกับนโยบายการวางแผนครอบครัวโดยระบบสมัครใจของประเทศไทย
เพื่อชะลอการเกิดเปึนอย่างดีนะคะ ซึ่งเปึนนโยบายที่ประสบความสําเร็จอย่างมากในช่วง ๔๐ ป้ที่ผ่านมา แล้วก็ส่งผลให้เราสามารถชะลอการเกิดลงได้ แล้วก็สามารถพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมไทยไปได้ระดับหนึ่ง บัดนี้ประชากรไทยได้มีการเปลี่ยนผ่านอย่างสําคัญจากสังคม เยาว์วัยสู่สังคมสูงวัยเรียบร้อยแล้วนะคะ ถึงเวลาที่เราคงจะต้องเปลี่ยนนโยบาย วางแผน ครอบครัวซึ่งเรามักจะไปยึดติดว่าคือการคุมกําเนิด เปึนนโยบายวางแผนชีวิตครอบครัวเสียที ซึ่งนโยบายตรงนี้เราจะเน้นถึงการเพิ่มคุณภาพของประชากรไทยให้สามารถทําหน้าที่ ในครอบครัว ในการผลิตเชิงเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างครอบครัว และมีลูกได้ตามปรารถนา ที่สําคัญก็คือให้มีเด็กเกิดใหม่หรือว่ามีประชากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มีจํานวนพอเพียงที่จะเข้ามาเปึนประชากรในวัยแรงงานในวันข้างหน้า อันนี้ก็อยากย้ํานิดหนึ่ง เพราะว่าการที่เราจะไปหวังพึ่งแรง งานต่างชาติเข้ามาทดแทนแรงงานไทยคงทํา ได้แค่ ระยะสั้น ระยะยาวเราคงต้องมีประชากรของเราเอง เพราะว่าประเทศในอาเซียนทั้งหมด ภายใน ๒๐ ป้ข้างหน้าก็จะก้าวสู่สังคมสูงวัยเช่นเดียวกับประเทศไทย สําหรับนโยบายในเรื่อง ของการวางแผนชีวิตครอบครัวจะประกอบด้วย ๒ ส่วนนะคะ ก็คือเรื่องแรกจะเปึนเรื่องของ มาตรการส่งเสริมการวางแผนชีวิตครอบครัว
อันนี้ก็จะเน้นให้บุคคลมีทักษะในการวางแผนชีวิตของตัวเอง ไม่ใช่เอาตัวรอดอย่างเดียว แต่ต้องมีครอบครัวและทําให้ครอบครัวเปึนป๊กแผ่นและมั่นคงด้วย เพราะฉะนั้นก็จะต้องเปึน กระบวนการวางแผนทั้งชีวิตด้วยการอบรมกล่อมเกลาทางสังคมเพื่อให้คนไทยมีคุณภาพ แล้วก็มีครอบครัวที่มั่นคง เพราะฉะนั้นแนวทางที่สําคัญทางแรกก็คือเรื่องของการให้ความรู้ ด้านชีวิตครอบครัวศึกษา สมัยก่อนคงไม่ต้องสอนกันว่าจะมีครอบครัวจะทําอย่างไร จะทําให้ มั่นคงอย่างไร แต่คนยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว เรื่องนี้สําคัญนะคะ เรื่องของทักษะชีวิตและ การวางแผนชีวิตของตนเองและครอบครัวตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งจะช่วยปัองกันเรื่องของการที่จะ เปึนพ่อแม่ก่อนวัยอันควร เรื่องท้องไม่พร้อมนี่นะคะ แล้วก็ช่วยส่งเสริมบทบาททั้งผู้หญิง ผู้ชายให้ช่วยกันดูแลสมาชิกในครอบครัว ลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว สร้างความเปึน ป๊กแผ่นมั่นคงของครอบครัว รวมทั้งเตรียมคนไทยในวันนี้ให้พร้อมที่จะเปึนพ่อแม่ที่ดี และเปึนผู้สูงอายุที่มีคุณค่า และอยู่ดีมีสุขในวันข้างหน้า ทีนี้เวลาเสนอไปนี่บอกว่าให้ปรับ หลักสูตรในกระบวนการการศึกษานี่จะใช้เวลาค่อนข้างมาก ซึ่งแนวทางหนึ่งที่เราคิดกันแล้ว ว่าพอจะทําได้ก็คือน่าจะสอดแทรกเรื่องของการวางแผนชีวิตครอบครัวเข้าไปในหลักสูตร ที่มีอยู่แล้ว เช่น ในหลักสูตรลูกเสือหรือเนตรนารี หรือกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ที่เปึนกิจกรรม เสริมหลักสูตรทั้งของการศึกษาในระบบและนอกระบบ ส่วนที่ ๒ ที่สําคัญก็คือเรา มีเด็กเกิดน้อยอยู่แล้ว แต่เราต้องทําให้เด็กของเรามีคุณภาพสูงสุด เพื่อที่จะให้อยู่ดีมีสุขไปจน บั้นปลายชีวิต เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามีเด็กน้อยลง หมอสูติกรรมทั้งหลายก็ไม่ต้องทํางานหนัก เท่าแต่ก่อน หรือตอนนี้ก็จะมีเรื่องของทีมหมอครอบครัวหรือทีมสหวิชาชีพด้านการแพ ทย์ การสาธารณสุข ก็คงน่าจะเข้ามาช่วยได้ในเรื่องของการให้ความรู้เกี่ยวกับการวางแผนชีวิต ครอบครัว จะดูแลลูกอย่างไร จะดูแลผู้สูงอายุอย่างไร จะดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว อย่างไร อันที่ ๓ ก็คือเราคงต้องมีการเน้นบริการทางเลือกที่เหมาะสม เรื่องของการวางแผน ครอบครัวเองก็ยังคงต้องมีอยู่ เพราะว่าเปึนทางเลือกที่สําคัญในการปัองกันการท้อง ที่ไม่พร้อม ในขณะเดียวกันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่จะมีจํานวนไม่น้อยเลยที่อยากมีลูกมาก พร้อมที่จะมีลูกแต่มีลูกยากเหลือเกิน ตรงนี้ก็ต้องมีบริการที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้ บริการราคาสูงมาก คงต้องมีการที่จะช่วยค่าใช้จ่ายหรือลดหย่อนอะไรบางอย่างให้กับ คนกลุ่มนี้ รวมทั้งต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในภาวะมีลูกยากด้วย ทีนี้จริง ๆ แล้วเวลาเราทําข้อเสนอตรงนี้เราไม่ได้คิดกันเองเฉพาะในกลุ่มคณะกรรมการ
เราก็มีการจัดประชุมระดมความคิดผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย เราก็มีการเชิญทั้งสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี มาจากหลากหลายอาชีพมาช่วยกันคิดสิว่าทําอย่างไรดีที่จ ะให้คนไทยเราที่พร้อม มีลูก แล้วก็ที่ไม่พร้อมมีลูกให้น้อยลง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็ได้ข้อคิดมาบอกว่าตอนนี้ทัศนคติ เปลี่ยนไปจากเดิมมากแล้ว มีจํานวนไม่น้อยเลยที่ไม่ต้องการมีลูก ไม่ต้องการแต่งงาน เพราะฉะนั้นข้อเสนอที่ได้จากการประชุมระดมความคิดก็บอกว่าจริง ๆ แล้วยังสามารถทําได้ ต้องเปลี่ยนทัศนคติของคนด้วยการรณรงค์สร้างกระแสสังคมให้คนตระหนักถึงคุณค่าของ ครอบครัว และการมีบุตรที่มีคุณภาพในบริบทสังคมสูงวัย มีหลายคนที่เปึนคนหนุ่มสาว ลืมคิดไปว่าตอนที่ตัวเองสูงอายุแล้วจะทําอย่างไร ถ้าไม่มีลูกจะอยู่กับใคร ถ้าไม่มีครอบครัว ใครจะมาดูแลในยามเจ็บป์วยหรือยามที่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึน ประเด็นที่เสนอในมาตรการแรก สําหรับมาตรการที่ ๒ จะเปึนมาตรการส่งเสริมศักยภาพ ครอบครัว ซึ่งตรงนี้จะเน้นในกลุ่มเปัาหมายที่เปึนประชากรในวัยทํางาน เพราะว่าเราต้องการ ที่จะรักษาไว้ซึ่งสมดุลระหว่างบทบาทในการทํางานกับบทบาทในการดูแลเกื้อหนุนสมาชิก ในครอบครัว แล้วก็จะช่วยลดปัญหาการที่จะต้องออกจากงานกลางคันด้วยภาระที่จะต้อง ดูแลลูกหรือดูแลผู้สูงอายุ และยังเปึนการสร้างแรงจูงใจให้คนในวัยทํางานนี่สร้างครอบครัว หรือว่ามีลูกนั่นเอง เพราะฉะนั้นมาตรการหลักก็จะมี ๒ มาตรการด้วยกัน ก็คือการจัด สิ่งอํานวยความสะดวกและสวัสดิการต่าง ๆ อันนี้ก็จะเปึนในเรื่องของวัน เวลาการทํางาน การลาเพื่อดูแลลูก ดูแลผู้สูงอายุ
เรื่องของการที่จะรักษาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ หรือความก้าวหน้าในการทํางานในช่วงที่เขา ต้องไปทําหน้าที่ดูแลครอบครัวนะคะ แล้วก็ที่สําคัญก็คือเรื่องของการจัดบริการดูแลเด็ก หรือผู้สูงอายุในช่วงกลางวันนะคะ ซึ่งเรื่องของบริการดูแลเด็กนี่พูดกันมาเปึน ๒๐-๓๐ ป้แล้ว แต่ว่าก็ยังไม่มีการทํากันอย่างเปึนจริงเปึนจังเสียทีนะคะ โดยเฉพาะเรื่องของการที่ส่งเสริมให้ นายจ้างเข้ามาช่วยในส่วนนี้ เช่น การที่มีการจัดสถานที่ดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุในที่ทํางาน หรือถ้ามันไม่ปลอดภัยก็อยู่ในใกล้ที่ทํางานหรือรวมกันเปึนหลาย ๆ บริษัทรวมกันแล้วจัดก็ได้ เพื่อจะส่งเสริมหรือสร้างกําลังใจให้กับคนในวัยทํางานนะคะ แล้วก็ทําให้เขาสามารถจะมีลูก ดูแลผู้สูงอายุพร้อมกับทํางานไปได้พร้อม ๆ กันนะคะ แล้วก็เรื่องของมาตรการสร้างงาน ใกล้บ้านก็เปึนเรื่องสําคัญ เช่น ในเรื่องของการที่จะต้องขยายหรือว่าส่งเสริมการลงทุนจูงใจ ให้ภาคเอกชนนี้ไปลงทุนในพื้นที่ที่ใกล้กับ แหล่งแรงงานมากขึ้นเพื่อที่จะลดปัญหา การแตกแยกของครอบครัวเนื่องจากการย้ายถิ่นนะคะ สําหรับประเด็นสุดท้ายที่เอาไว้ สุดท้ายเพราะว่าในกลุ่มที่เราประชุมระดมความคิด เขาบอกว่าประเด็นนี้ก็พอจะมีผล อยู่บ้างแหละ แต่ต้องทําควบคู่ไปกับเรื่องอื่น แล้วก็ต้องทําด้วยความระมัดระวังนะคะ คือการ ให้เงินช่วยเหลือควรจะเน้นเปึนการช่วยเหลือเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เขาบอกว่า ต้องระวังเพราะว่ามันอาจจะกลายเปึนวิธีการจ้างให้คนที่ไม่พร้อมจะมีลูกท้อง แทนแต่วิธีนี้ ก็จะช่วยได้ถ้าทําประกอบไปกับการเปลี่ยนทัศนคติของคนนะคะ เพราะฉะนั้นเรื่องนโยบาย การวางแผนชีวิตครอบครัวนี้จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วก็เปึนเรื่องที่ท้าทายนะคะ แต่ต้องทําเพื่อให้ประเทศไทยเรามีประชากรที่มีคุณภาพและมีจํานวนที่เพียงพอที่จะพัฒนา ต่อไปได้อย่างยั่งยืนนะคะ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วในภาพรวมการก้าวสู่สังคมสูงวัย อย่างรวดเร็วและรุนแรง จึงเปึนการเปลี่ยนผ่านที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ และความอยู่ดีมีสุขของประชากรทุกวัย จึงจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งปฏิรูประบบเพื่อรองรับ สังคมสูงวัย กลุ่มเราได้พยายามอย่างที่สุดนะคะ ที่จะกลั่นกรองประเด็นและแนวทาง และกลไกที่สามารถจะนําไปปฏิบัติได้จริงเพื่อรับมือให้ทันกับประเด็นท้าทายต่าง ๆ ในสังคมสูงวัยไม่ว่าจะเปึนด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ ด้านสังคม เราก็หวัง เปึนอย่างยิ่งว่าข้อเสนอของสภาปฏิรูป แห่งชาตินี้จะถูกนําไปใช้ให้เกิดประโยชน์และ ทันกาลค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ