ลัดดา ชี้ขาดมาตรฐานดูแลผู้สูงอายุ

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๐ · ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

ลัดดา ดําริการเลิศ ระบุปัญหาขาดมาตรฐานและกลไกควบคุมคุณภาพบริการดูแลผู้สูงอายุในเขตเมือง รวมถึงนโยบายระยะท้ายชีวิตที่ไม่ชัดเจน โดยชี้ให้เห็นแนวโน้มค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ และเสนอให้ปรับระบบบริการสุขภาพจากแบบแยกส่วนไปสู่ระบบที่ครอบคลุมทั้งในสถานบริการและที่บ้านเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการเจ็บป่วย

นางสาวลัดดา ดําริการเลิศ กรรมการ

กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกทุกท่านค่ะ ดิฉันขออนุญาตรายงาน แล้วก็ทําข้อเสนอทางด้านสุขภาพเพิ่มเติม จากการเสนอครั้งที่แล้ว ในด้านสถานการณ์สุขภาพของผู้สูงอายุไทย โดยปกติผู้สูงอายุไทย ขณะนี้เรามี ๙.๗ ล้านคนโดยประมาณ เราจะมีผู้สูงอายุที่เปึนผู้สูงอายุที่ดูแลตั วเองได้ดี ประมาณ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็พึ่งพาคนอื่นบางส่วนประมาณ ๑.๕ ล้านคน และพึ่งพา ทั้งหมดประมาณเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งแต่ละกลุ่มนี้ก็จะมีปัญหาและความต้องการ ด้านสุขภาพแตกต่างกัน ประเด็นท้าทายที่ยังเปึนปัญหาสําหรับในระบบบริการสุขภาพไทย ในขณะนี้ ก็คือเรื่องของปัญหาการเข้าไม่ถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพปัองกันโรคในผู้สูงอายุ ทุกกลุ่ม เนื่องจากการที่มีอายุยืนขึ้นเรื่อย ๆ ของคนไทย อุบัติการณ์ของการเกิดภาวะ สมองเสื่อมในผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ในระบบบริการสุขภาพที่มีอยู่ เรายังขาดระบบบริการดูแลขั้นกลาง ซึ่งเปึนระบบบริการที่มีความสําคัญในการดูแลต่อเนื่อง หลังจากที่เจ็บป์วยต้องนอนโรงพยาบาล เรื่องของบริบทเขตเมืองซึ่งจะต้องมีระบบบริการ

สุขภาพที่แตกต่างกันออกไป ในเขตเมืองนี้เองยังขาดการกําหนดมาตรฐานและกลไกควบคุม คุณภาพการให้บริการการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเอกชน รวมทั้งการขาด นโยบายที่ชัดเจนในการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป์วยในระยะท้ายขอ งชีวิต เพราะถ้าพูดถึงเรื่อง สังคมสูงอายุสิ่งที่ตามมาสังคมส่วนใหญ่จะนึกถึงเรื่องของค่า ใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพ ภาพนี้จะชี้ให้เห็นว่าจากป้ ๒๕๕๖ ที่เรามีผู้สูงอายุ ๙,๐๐๐,๐๐๕ คน ค่าใช้จ่ายในป้ ๒๕๕๓ อีก ๑๒ ป้ข้างหน้าจะขึ้นมาเปึน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ส่วนภาพด้านขวาจะเห็นว่า ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจาก ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในป้ ๒๕๕๗ จะขึ้นมาเปึน ๑๘ ล้านล้านบาทในอีกประมาณเกือบ ๕๐ ป้ข้างหน้าเมื่อเราเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งถ้าในภาพถ่ายอันนี้การคาดการ นี้ภายใต้ระบบบริการสุขภาพที่เรามีอยู่ในปัจจุ บัน ซึ่งค่าใช้ จ่ายที่แพงที่สุ ดในชีวิตของคนไทยอยู่ที่ ๖ เดือนสุดท้ายก่อนที่จะเสียชีวิต ซึ่งเปึนการเสียชีวิตในโรงพยาบาลเปึนส่วนใหญ่ ซึ่งนับแล้วก็จะเปึนครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่าย ด้านสุขภาพตลอดชีวิตของคนเรา ซึ่งเปึนค่าใช้จ่ายที่สูงสุดในชีวิต ทีนี้เราจะลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มคุณภาพการดูแลได้อย่างไร กลับมาดูที่ระบบบริการสุขภาพที่เรามีอยู่ ในภาพจะเห็น ว่าเรามีระบบบริการสุขภาพซึ่งสามารถดูได้ตั้งแต่ในสถานบริการ ในหน่วยบริการ จนกระทั่ง ถึงนอกสถานบริการคือที่บ้าน ซึ่งระบบบริการแบบนี้เรามองว่าเราจะมีผู้สูงอายุหรือลูกค้าอยู่ ๒ กลุ่มเท่านั้น คือ คนที่ป์วยนอนโรงพยาบาล แล้วก็ไม่ป์วยอยู่บ้าน ข้อเท็จจริงก็คือ แบบแผนการเจ็บป์วยของคนไทยเปลี่ยนไป

เมื่อฟุ๋นหายจากการเจ็บป์วยในโรงพยาบาลแล้ว เนื่องจากสภาพของเตียงที่แออัดใน โรงพยาบาลนะคะ ทําให้จําเปึนต้องผลักดันให้ผู้ป์ วยกลับไปดูแลต่อที่บ้านทั้งที่ มีสภาพ ยังไม่พร้อมนะคะ ซึ่งตรงนี้ก็คือระบบบริการสุขภาพขั้นกลางนะคะ ซึ่งเปึนรอยต่อในระหว่าง การดูแลในโรงพยาบาลและการดูแลที่บ้านนะคะ ในสภาพที่ของผู้ป์วยที่พ้นจากการเจ็บป์วย ในโรงพยาบาลแต่ยังมีสภาพที่ยังไม่เหมือนเดิมยังต้องรับการดูแลและฟุ๋นฟูอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในต่างประเทศที่เขามีเปึนสังคมสูงวัยเต็มรูปแบบแล้วนี่ก็มีระบบบริการแบบนี้ไม่ว่าจะเปึน ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือในประเทศอาเซียนเราก็ในประเทศสิงคโปร์ก็จะมี ระบบบริการแบบนี้ขึ้นมานะคะ ดังนั้นข้อเสนอปฏิรูปที่ได้เสนอไปในครั้งรอบที่แล้วนี่นะคะ ข้อแรกในเรื่องของการส่งเสริมชุมชนเข้มแข็งอย่างมีส่วนร่วมนะคะ เพื่อทําให้เกิดกิจกรรม ส่งเสริมสุขภาพปัองกันภายในชุมชน ซึ่งดิฉันจะไม่ พูดในรายละเอียดได้พูดไปแล้ว ครั้งที่แล้ว เรื่องที่ ๒ ที่ได้พูดเสนอไปแล้วก็คือเรื่องของการสร้างระบบการจัดบริการสุขภาพ ชุมชนเมือง การเสนอให้มี พ.ร.บ. เรื่องของผู้บริบาลหรือผู้ดูแลเพื่อเปึนกลไกในการสร้าง พัฒนาระบบมาตรฐานและควบคุมคุณภาพของผู้ดูแลในการดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแล ในระยะยาวและดูแลอย่างต่อเนื่องนะคะ รายละเอียดที่จะเพิ่มเติมในวันนี้ก็คือเรื่ องของ การปฏิรูประบบบริการสุขภาพให้เกิดการดูแลอย่างต่อเนื่องอย่างมีคุณภาพนะคะ โดยการที่ เรื่องแรกที่จะพูดถึงก็คือเรื่องการดูแลระยะยาว ซึ่ง ณ ขณะนี้ได้มีการขั บเคลื่อน และดําเนินการไปโดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณ ๖๐๐ ล้านบาทเพิ่มเติมจากปกติ ในการดูแลผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียง โดยจะเริ่มตั้งแต่ ๑ ตุลาคมนี้นะคะ ส่วนในเรื่องของ การบริการสุขภาพระยะสุดท้ายของชีวิตก็ได้เสนอไปแล้วก็คือขอให้มีนโยบายที่ชัดเจน ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติที่ได้กําหนดเอาไว้นะคะ รายละเอียดที่จะเพิ่มเติมในวันนี้ และพูดถึงเรื่องของการรักษาและฟุ๋นฟูสภาพระยะหลังเจ็บป์วยและนอนโรงพยาบาลหรือ เรียกว่าการดูแลในขั้นกลางนะคะ ข้อเสนอวันนี้เราจะอธิบายในรายละเอียดนะคะว่าในระบบ บริการสุขภาพสาธารณสุขขั้นกลางนี่เปึนระบบบริการที่ลดระดับลงมาเพื่อป่ดช่องว่าง ตรงรอยต่อระหว่างการรักษาในบริการสุขภาพกับบ้านนะคะ เปึนระบบบริการที่ลดระดับ ความเข้มข้นและความซับซ้อนลงจากการดูแลลงจากที่เราเจ็บป์วยทั่วไปและดูแลในไอซียู (ICU) แล้วก็หอผู้ป์วยในโรงพยาบาลนะคะ แล้วก็ลดระดับลงมานะคะ ซึ่งรูปแบบบริการขั้นนี้ เปึนการจัดบริการที่ลดความเข้มข้นของการใช้ทรัพยากรที่ใช้ในการดูแลจาก โดยตามปกติ

ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการดูแลในโรงพยาบาลทั่วไปแล้วก็ลดความแออัดของเตียง ในโรงพยาบาลลงในสภาพที่คนไข้ยังไม่พร้อมที่จะกลับสู่บ้านนะคะ ก็ทําให้เกิดถ้าสมมุติ ให้เขากลับคนไข้ไม่พร้อมที่จะ กลับสู่บ้านสิ่งที่ ตามมาก็คือการเกิดภาวะแทรกซ้อนและ การกลับเข้านอนซ้ําในโรงพยาบาลนะคะ และอาจจะทําให้เกิดภาวะพิการหรือทุพพลภาพ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลสูงขึ้นไปอีกนะคะ เพราะฉะนั้นระบบบริการแบบนี้ ๑. เปึนระบบ บริการที่มีความจําเปึนในสังคมสูงวัยที่มีแบบแผนการเจ็บป์วยของคนไทยที่เ ปลี่ยนไปนะคะ ข้อเสนอในรูปนี้ก็คือในรูปสุดท้ายก็คือว่าตกลงระบบการดูแลขั้นกลางก็เปึนข้อเสนอ ที่อยากจะให้รัฐได้มีนโยบายชัดเจนในการจัดให้มีระบบบริการขั้นนี้ขึ้นมาในระบบบริการ สุขภาพซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเข้าโรงพยาบาลซ้ํา ลดภาวะแทรกซ้อนหรือความพิการ ที่เกิดขึ้นแล้วต้องการการดูแลระยะยาว ซึ่งจะใช้เวลายาวนานและค่าใช้จ่ายมากมายมหาศาลค่ะ ขอบคุณค่ะ