สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๐ · ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

ไตรรัตน์ จารุทัศน์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงสภาพอาคารและสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดการสร้างชุมชนน่าอยู่สำหรับผู้สูงอายุ โดยมี 8 เรื่องที่สำคัญ เช่น การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย, ระบบขนส่งมวลชน, การมีส่วนร่วมในสังคม, การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร, และการเข้าถึงบริการสุขภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุอยู่ในสังคมที่มีความปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

รองศาสตราจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ กรรมการ

กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ข้อเสนอการปฏิรูปรองรับสังคม เพื่อผู้สูงวัยอีกด้านหนึ่งก็คือด้านสภาพแวดล้อมและสิ่งอํานวยความสะดวก จากข้อมูล ปรากฏว่าผู้สูงอายุไทยจะอยู่ที่เดิมตามลําพังมากขึ้นประมาณร้อยละ ๒๐ แล้วก็อยู่ใน เขตชนบทประมาณ ๗๑ เปอร์เซ็นต์ที่มากขึ้น แล้วก็ที่สําคัญที่สุดคือท่านเหล่านี้มักจะไม่ย้าย ไปไหนเราก็เลยตามไปดูผู้สูงอายุในชนบทว่าท่านอยู่อย่างไรบ้างนะครับ จากการสํารวจพบว่า สภาพชุมชนที่ท่านอยู่เหล่านี้ไม่ว่าจะเปึนอาคารราชการ ระบบขนส่งมวลชน แม้กระทั่ง สวนหรือวัดก็ตามยังมีความไม่ปลอดภัยอยู่ จากการสํารวจพบว่าเกณฑ์ในการประเมิน ทั้งไม่ว่าจะเปึนสภาพภายในอาคารและภายนอกอาคารต่ํากว่าเกณฑ์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยแล้วได้คะแนนประมาณสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะครับ ในตารางพบว่าอาคาร ที่เปึนอันตรายที่ไม่มีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับผู้สูงอายุอย่างเช่นทางลาดเข้าสู่อาคาร ห้องน้ําภายในอาคาร ราวจับในห้องน้ําก็ตาม อาคารที่มีอันตรายที่สุดก็คืออาคารไปรษณีย์ วัด แล้วก็สวนสาธารณะ เปึน ๓ สถานที่ที่อันตราย ในรูปก็จะปรากฏให้เห็น ท่านจะไปติดต่อ ราชการ อบต. ศาลากลาง แม้กระทั่งไปสถานีอนามัยก็จะมีอันตรายอย่างยิ่ง นะครับ

ทางลาดที่ทําอยู่แล้วก็อาจจะผิดมาตรฐานก็ได้ สถานที่เหล่านี้ก็คือไม่ว่าจะเปึนไปรษณีย์ โรงพยาบาล หรือวัดเปึนสถานที่อันตราย ถ้าเราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปก็ต้องระมัดระวังให้ดี นอกจากสภาพชุมชนไม่ปลอดภัยแล้วจากการสํารวจพบว่าบ้านที่ท่านอยู่ปัจจุบันที่ท่าน ไม่ยอมย้ายไปไหนก็มีอันตรายด้วย จากการสํารวจพบว่าผู้สูงอายุจะมีโอกาสหกล้มเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ส่วนใหญ่จะหกล้มภายนอกบ้านประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ กราบเรียน ท่านประธานผมขออนุญาตนําท่านดูคลิป (Clip) ที่เตรียมไว้นิดหนึ่ง เปึนสภาพผู้สูงอายุ ที่สภาพปกติแข็งแรง เปึนเรื่องจริงที่ลูกอัดเทปจากซีซีทีวี (CCTV) ที่ติดเอาไว้ ผู้สูงอายุท่านนี้ จะหกล้มบริเวณทางเข้าบ้าน คือตอนกลางคืนจะเข้าบ้านปุ็บก็จะออกมารดน้ําต้นไม้นะครับ ดูดี ๆ ตอนที่ท่านก้าวขึ้นบันได เปึนวิดีโอ สั้น ๆ นะครับ แล้วก็หกล้ม บันไดแค่ ๓ ขั้น เพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาดังกล่าวผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกดูอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผู้สูงอายุท่านนี้มีสภาพร่างกายตั้งแต่การเดินขึ้นบันไดโดยใช้ ๒ ก้าวในขั้นเดียวกัน เปึนท่าเดิน พิเศษของผู้สูงอายุ พอถึงขั้นสุดท้ายผู้สูงอายุท่านไม่สามารถควบคุมการสมดุลในร่างกายได้ ก็เลยมีการเซแล้วก็หกล้ม ดูอีกทีหนึ่งนะครับ อันนี้ก็เหตุการณ์อย่างนี้สามารถเกิดขึ้น ได้ทุกคน คุณพ่อคุณแม่ที่บ้านเรานะครับ ตรงนี้เดินขึ้นแล้วขั้นสุดท้ายดูดี ๆ นะครับ

เริ่มมีอาการเซ เซด้านซ้าย ทางแก้ก็คือถ้าลูกเห็นนี่ติดราวจับด้านซ้ายมือนะครับเสียเงิน ประมาณสัก ๕,๐๐๐ บาทก็แก้ปัญหาเรื่องการหกล้มได้ ที่สําคัญคือคุณแม่นี่ไม่ควรจะขึ้น บันได เสียเงินประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ บาทในการทําทางลาดขึ้นมาเราก็จะสามารถ แก้ปัญหาได้ เสียเงิน ๒๕,๐๐๐ บาทเถอะครับถูกกว่าและประหยัดกว่าการเข้าโรงพยาบาล ค่าผ่าตัดกระดูกสะโพกไม่น่าต่ํากว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตัวนี้เปึนดัชนีชี้วัดว่าชุมชนเรา ก็ไม่ปลอดภัย บ้านก็ไม่ปลอดภัยนะครับ หลังจากหกล้มแล้วคุณแม่จะไปโรงพยาบาล ก็ไม่ปลอดภัยอีก เพราะฉะนั้นข้อเสนอการปฏิรูปนี่ข้อมูลนี้สําคัญมากนะครับ เราได้ข้อมูล จากกระทรวงสาธารณสุข พบว่าผู้สูงอายุที่ไปโรงพยาบาล ๔๐ เปอร์เซ็นต์บาดเจ็บเกิดจาก การหกล้ม ที่สําคัญก็คือครึ่ งหนึ่งคือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์จะพิการหรือจะเสียชีวิตภายใน ๑ ป้ ฉะนั้นหกล้มนี่เปึนโรคสําคัญมาก ทางแก้ก็คืออะไรครับ ข้อเสนอในรายงานปฏิรูปคือเราจะ ขอทําประมาณสัก ๔-๕ เรื่อง คือเราจะร่วมกันสร้างชุมชนน่าอยู่ จะช่วยกันปรับปรุงบ้านให้ ปลอดภัย แล้วก็เราจะกําหนดที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมเพื่อให้ผู้สูงอายุเหล่านี้อยู่ในสังคมเดิมที่มี ความปลอดภัยได้ แนวคิดแรกที่จะนําเสนอก็คือการร่วมกันส่งเสริมชุมชนน่าอยู่สําหรับสังคม สูงวัย ดังในภาพนะครับ สังคมสูงวัยนี้เปึนแนวคิดของทางสหประชาชาติ มีการส่งเสริมกัน ทั่วโลก มีอยู่ ๘ เรื่องด้วยกัน ๓ เรื่องแรกเปึนการส่งเสริมทางกายภาพ เราจะส่งเสริมเรื่อง การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สภาพพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร และระบบขนส่ง มวลชน ย้ําอีกทีนะครับ นอกจากบ้านและอาคารแล้วเราจะต้องมีระบบขนส่งมวลชน ที่ปลอดภัยด้วย นอกจากนี้แล้วยังมีสภาพแวดล้อมทางสังคมก็คือการมีส่วน ร่วมในสังคม การเปึนที่ยอมรับในสังคม การมีส่วนร่วมในท้องถิ่น แล้วก็การจ้างงาน การเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารที่สําคัญ แล้วก็การเข้าถึงบริการสุขภาพ ทั้ง ๘ เรื่องนี้คือเปึนการสร้างชุมชนน่าอยู่ เพื่อรองรับสังคมสูงวัย การสร้างชุมชนดังกล่าวปัจจุบันนี้มีการออกกฎหมายอยู่แ ล้วนะครับ ทําไม่ยากเลยครับ แล้วก็จะมีการแก้กฎกระทรวงประมาณสัก ๓-๔ ฉบับด้วยกัน กฎกระทรวงฉบับแรกคือกฎกระทรวงกําหนดสิ่งอํานวยความสะดวกในอาคารของ กระทรวงมหาดไทยออกเมื่อป้ ๒๕๔๘ นะครับ กฎกระทรวงนี่ดีมากเลยครับแต่เสียดายว่า ไม่ครอบคลุมอาคารทุกประเภท เราเสนอให้ครอบคลุมอาคารสาธารณะทุกประเภท รวมทั้ง อาคารทางราชการด้วย ข้อที่ ๒ คือกฎกระทรวงดังกล่าวไม่ได้บังคับย้อนหลัง หากมี การแก้ไขแล้วเราก็จะเป่ดโอกาสให้อาคารเดิมมีการปรับปรุงระยะ ๒ ป้นับจากกฎกระทรวง

ที่แก้ไขออก กฎกระทรวงอีก ๒ ฉบับคล้าย ๆ กันคือกฎกระทรวงของกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็กฎกระทรวงของกระทรวงคมนาคม ทั้ง ๒ กฎกระทรวงนี้ได้มีการร่างกําหนดให้มีอุปกรณ์และสิ่งอํานวยความสะดวก ไม่ว่าจะเปึนภายในอาคาร ภายนอกอาคาร แล้วก็ไม่ว่าจะเปึนพวกสถานที่และ พวกยานพาหนะด้วยนะครับ กฎกระทรวง ๒ ฉบับดังกล่าวเช่นกันนะครับไม่ได้บังคับอาคาร ย้อนหลัง แต่ปรากฏว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ใช้ในอาคารเดิม เราก็จะเสนอให้มีการแก้ไข กฎกระทรวงเป่ดโอกาสให้อาคารเก่า ๆ เหล่านั้นปรับปรุงสิ่งอํานวยความสะดวกให้แล้วเสร็จ ภายใน ๒ ป้ ที่น่าสนใจคือกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ อยู่ใน พ.ร.บ. การผังเมือง โดยทั่วโลกแล้ว ประเทศที่เจริญแล้วกําหนดให้บางพื้นที่บางโซน (Zone) อย่างเช่น เขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก เขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง แล้วก็เขตที่อยู่อาศัยน้อยนี่ กําหนดให้มีเขาเรียก โซเชียล เฮาส์ซิง (Social housing) เปึนที่อยู่อาศัยเพื่อสังคม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ให้อยู่ในชุมชน เดิมเลย ไม่ว่าผู้ประกอบการจะทําบ้านจัดสรรหรือว่าอาคารชุด ต้องกันไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ยูนิต (Unit) บ้านพักอาศัยเหล่านี้จะต้องติดตั้งราวจับในห้องน้ํา มีทางลาดที่ปลอดภัยสําหรับ ผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุอยู่ในชุมชนเดิม จากไดอะแกรม (Diagram) จะพบว่า การปรับชุมชนให้น่าอยู่นี่ไม่ยากเลยครับ เราขอแก้กฎกระทรวงโดยตรงคือ ๓ ฉบับ คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวง คมนาคม ให้บังคับกับทุกอาคารที่เปึนอาคารสาธา รณะ แล้วก็ให้บังคับกับอาคารเดิม เป่ดโอกาสให้มีการปรับปรุงภายใน ๒ ป้ นอกจากนี้แล้วเราก็จะส่งเสริมเรื่องบ้านปลอดภัย เมื่อกี้ที่เล่าให้ฟังว่านอกจากชุมชนปลอดภัยแล้วบ้านต้องปลอดภัยด้วย

แล้วจากข้อมูลพบว่าผู้สูงอายุนี่จะมีอุบัติเหตุในบ้านเยอะนะครับ ก็ต้องส่งเสริมให้เปึน บ้านปลอดภัย สามารถเข้าถึงได้ แล้วก็สามารถสร้างแรงกระตุ้นได้ วิธีการคืออย่างนี้ครับ ก็มีกฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทย เรื่อง พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ร.บ. การผังเมือง เราสามารถกําหนดให้มีการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเปึนสวน ไม่ว่าจะเปึนฟุตบาท ทางเท้าให้ปลอดภัยสําหรับผู้สูงอายุได้คือมีราวจับ แล้วกําหนดไปเลยใน พ.ร.บ. การผังเมือง ว่าต้องกําหนดที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมโซเชียล เฮาส์ซิงอยู่ในชุมชนเดิมสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้แล้วรัฐบาลควรจะส่งเสริมการปรับปรุงบ้านของประชาชน โดยรัฐบาลส่งเสริม พัฒนาสิ่งอํานวยความสะดวกที่เปึนนวัตกรรม โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้วัสดุท้องถิ่น วิธีการคืออาจจะใช้มาตรการทางภาษี หรือใช้คูปองในการแลกซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ได้ครับ โดยสรุปแล้วการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะเปึนชุมชนหรือเปึนบ้านมีโอกาส เกิดขึ้นได้กับทุกคน การลงทุนปลอดสภาพแวดล้อมดังกล่าว ไม่ว่าจะเปึนสภาพแวดล้อมเมือง ชนบท หรือบ้าน เปึนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่คุ้มค่า แล้วก็ควรจะเริ่มทําวันนี้เลยครับ ขอบพระคุณครับ