สยุมพร ลิ่มไทย หารือเรื่องกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการบริหารจัดการที่เร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการของคณะกรรมการกิจการพลังงานที่มีอํานาจหน้าที่กว้างเกินไป สยุมพร ลิ่มไทย เสนอข้อเสนอในการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเฉพาะเพื่อจัดการกองทุนนี้ และเรียกร้องการปฏิรูปการบริหารจัดการเงินงบประมาณให้มีการกระจายอำนาจลงไปในระดับล่าง
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมขออภิปราย ในเรื่องของกองทุนพัฒนาไฟฟัานะครับ เนื่องจากว่าเคยมีประสบการณ์เปึนประธานกองทุนนี้ ตอนเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดระยองนะครับ ซึ่งเปึนกองทุนที่ตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อป้ ๒๕๕๐ หลังจากนั้นก็มีการตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน เมื่อป้ ๒๕๕๓ ขอเรียนนะครับว่าปัญหา นี่เปึนเรื่องสําคัญแล้วก็เร่งด่วนจริง ๆ นะครับ ในการบริหารจัดการเรื่องกองทุนพัฒนาไฟฟัานี้นี่นะครับ ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๓๖ จังหวัด ๗๗ กองทุนโดยประมาณ มี ๒ เรื่องนะครับ เรื่องแรกก็คือเรื่องของการบริหารจัดการ กองทุนนี้บริหารจัดการโดยคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานหรือที่เรียกว่า กกพ. นะครับ คณะกรรมการชุดนี้อํานาจหน้าที่ไม่ใช่เปึนคณะกรรมการที่บริหารเฉพาะเรื่องกองทุนพัฒนา ไฟฟัา แต่ว่าดูแลในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการพลังงานทั้งหมด ก็คือดูแลทุกเรื่องเพียงแต่ว่า
ได้มีอํานาจหน้าที่ในการดูแลกองทุนพัฒนาไฟฟัาด้วย ปัญหาก็คือแนวคิดในการบริหาร จัดการเงินก้อนนี้ จริง ๆ แล้วเจตนารมณ์ของกองทุนนี้เปึนกองทุนที่ภาคเอกชนก็คือ โรงงานไฟฟัาต้องการที่จะมารวบรวมกันแล้วไปดูแลช่วยเหลือประชาชนที่อยู่รอบโรงไฟ ฟัา ในพื้นที่ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟัา อันนั้นคือเจตนารมณ์ แต่เวลาไป บริหารจัดการจริง ๆ การบริหารของ กกพ. นะครับ บริหารเงินก้อนนี้เหมือนกับเปึน เงินงบประมาณแผ่นดิน ก็คือแสดงบทบาทเหมือนกับเปึนสํานักงบประมาณเลย ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะว่าการจัดสรรเงินกองทุน การอนุมัติ การอนุญาตทั้งหลายเกี่ยวกับ เงินกองทุนก้อนนี้ที่จะลงไปสู่จังหวัดต่าง ๆ รวมศูนย์อํานาจอยู่ที่ กกพ. ทั้งนั้น ในแต่ละป้ แต่ละจังหวัดก็จะมีแผนงานกิจการต่าง ๆ ที่จะขออนุมัติใช้เงินทุกเรื่องไม่ว่าจะเปึนวงเงินเล็ก วงเงินน้อย วงเงินใหญ่ ต้องได้รับอนุมัติจาก กกพ. ทุกโครงการ ในระดับจังหวัดจะมีโครงการ เล็ก ๆ มากเลยเปึนโครงการที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การจัดกิจกรรมในระดับ ตําบล ในระดับหมู่บ้าน วงเงินงบประมาณประมาณ ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ต้องเสนอ มาขออนุมัติที่ กกพ. นะครับ ซึ่งทําให้เกิดปัญหาในเรื่องข องความล่าช้า แล้วก็ กกพ. ไม่สามารถที่จะพิจารณาได้ เนื่องจากไม่รู้ปัญหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพราะฉะนั้นผมมี ข้อเสนอว่าในเรื่องของการดูแลกองทุนก้อนนี้ควรให้มีคณะกรรมการกองทุนเปึนการเฉพาะขึ้น แยกออกมา ไม่ควรจะบริหารโดยคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานนะครับ อาจจะเปึน คณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟัาโดยตรง เปึนคณะกรรมการในส่วนกลาง แล้วก็ให้ ประกอบไปด้วยผู้แทนจากฝ์ายต่าง ๆ
โดยเฉพาะผู้แทนจากระดับจังหวัดและในระดับพื้นที่ที่เปึนภาคประชาชนให้เข้าไปอยู่ใน คณะกรรมการในระดับส่วนกลางด้วย อันนี้เปึนประเด็นแรกนะครับ ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า เรื่องของการบริหารการใช้จ่ายเงินก้อนนี้ควรจะมีการกระจายหรือมอบอํานาจลงไป ในระดับล่างให้มากขึ้น ปัจจุบันการบริหารมีคณะกรรมการในระดับพื้นที่อยู่ ๒ ชุด เรียกว่า คณะกรรมการในระดับจังหวัด กับคณะกรรมการในระดับตําบล ควรจะมีการมอบลงไป ว่าการอนุมัติการใช้งบประมาณนั้นอะไรที่ควรจะลงไปอยู่ที่ระดับจังหวัดภายในวงเงินเท่าไร อะไรที่ควรจะไปอยู่ที่ระดับตําบลซึ่งเปึนเรื่องของผู้นําชุมชนเขาดูแลกั นเองได้ ภายในวงเงินเท่าไร อันนี้เปึนประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเสนอนะครับ ส่วนประเด็นที่ ๓ เรื่องของประธานคณะกรรมการพัฒนาไฟฟัาในระดับจังหวัด คณะกรรมการในระดับจังหวัด จะมีอยู่ประมาณ ๑๕-๓๕ คนแต่งตั้งโดยคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานส่วนกลาง ปัญหาก็คือว่าประธานคณะก รรมการในระดับจังหวัดมีการให้จังหวัดเสนอชื่อผู้แทน หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดขึ้นไป โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนผู้เสนอชื่อขึ้นไป เพื่อให้ทาง กกพ. เปึนผู้แต่งตั้ง แต่ปรากฏว่าในข้อเท็จจริงคือผู้ว่าราชการจังหวัดจะเสนอชื่อ ตัวเองขึ้นไปทุกจังหวัดเลย ไม่ได้เสนอชื่อผู้แทนส่วนราชการตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ฉบับนี้ พอเสนอชื่อตัวเองขึ้นไป กกพ. ส่วนกลางก็จําเปึนต้องตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เปึนประธานโดยตําแหน่งทุกจังหวัด เพราะไม่ตั้งก็ไม่ได้เพราะว่าเสนอชื่อผู้ว่าราชการจังหวัดไป ปัญหาก็คือว่าเมื่อผู้ว่าราชการจังหวั ดเปึนประธานโดยตําแหน่ง การใช้จ่ายเงินในปัจจุบัน อาศัยช่องว่างของระเบียบ กลายเปึนว่าเงินก้อนนี้มีการนําไปใช้จ่ายในเรื่องของ ราชการบริหารส่วนภูมิภาคมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาศัยช่องว่างของระเบียบ ทําได้ครับ เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์จะเริ่มเบี่ยงเบนไปแทนที่จะเปึนเงินที่ลงไปที่ประชาชนกลายเปึนว่า ส่วนหนึ่งเริ่มลงไปในพื้นที่ของภูมิภาคของส่วนราชการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผม ถึงแม้ผมเคยเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดมาแล้วก็ตาม ผมคิดว่าประธานคณะกรรมการ ในระดับจังหวัดควรจะให้คณะกรรมการ ๑๕-๓๕ คนนี้เขาเลือกกันเอง ใครได้เสียงข้างมาก ก็เปึนประธานไป โดยมีวาระที่กําหนดไม่ควรจะเกิน ๒ ป้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่า เปึนเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะไปดูนะครับ เพราะถ้าดูตามเอกสารนี้ทางสํานักงานกํากับกิจการ พลังงานบอกว่าจะแก้ไขระเบียบนี้ภายใน ๕-๑๐ ป้ ผมคิดว่าควรจะแก้ภายใน ๓ เดือน ๖ เดือนนี้ด้วยซ้ําไป เข้าใจว่าที่ทางกรรมาธิการได้ข้อมูลมานั้นเปึนการเชิญเฉพาะ
สํานักงานกํากับกิจการพลังงานมาชี้แจงให้ข้อมูล แต่ถ้าท่านได้เชิญผู้แทนจากภาคประชาชน ที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ มาให้ข้อมูลจะได้ฟังข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ผมเรียนว่าเรื่องนี้ถ้าจะทําให้เกิด ประโยชน์จริง ๆ ช่วยไปดู ๒-๓ ประเด็นที่ผมได้เสนออีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบคุณมากครับ