อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล หารือเรื่องการปฏิรูปพลังงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของทรัพยากรปิโตรเลียมและความจำเป็นในการแก้ไขสัมปทานที่จะหมดอายุใน 6 ปีข้างหน้า พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปพลังงานที่มีความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นการแข่งขันและลดราคาก๊าซธรรมชาติ และสนับสนุนกองทุนพลังงานเพื่อสังคม เพื่อดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม
เรียนท่านประธานที่เคารพ แล้วก็เพื่อนสมาชิก สปช. ผม อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ที่จริงแล้วก็เปึนกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน แต่ว่าถ้าไปพูดข้างบนก็อาจจะทําให้ท่านเบื่อ แล้วก็พูดข้างล่างจะใช้เวลาสั้นกว่า ความจริงแล้วในฐานะที่เปึนคนอยู่ในวงการพลังงานมายาวนาน การศึกษาในการปฏิรูป ระบบพลังงานคราวนี้ ส่วนตัวก็มีความพึงพอใจระดับหนึ่ง แต่ก็มีเรื่องใหญ่ ๆ อยู่ ๒ เรื่อง ที่เรายังไม่สามารถที่จะใส่เข้าไปอยู่ในรายงานได้ เรื่องแรกก็คงเปึนเรื่องของทรัพยากร ป่โตรเลียม ซึ่งเราอาจจะเคยคุยในเรื่องของสัมปทานรอบ ๒๑ แต่มันก็มีอีกเรื่องหนึ่ง ที่เปึนเรื่องสําคัญก็คือเรื่องสัมปทานที่จะหมดอายุภายใน ๖ ป้ข้างหน้า ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่
ที่ทางภาครัฐจะต้องรีบตัดสินใจ แต่เรื่องนี้เราก็มีการศึกษาคุยกัน และสุดท้ายเข้าใจว่า ทางภาครัฐจะไปดําเนินการเอง แต่อย่างไรก็ตามก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่เราไม่ได้อยู่ในรายงาน ก็คือเรื่องถ่านหิน อันนี้ก็เปึนเรื่องใหญ่ซึ่งคงต้องใช้เวลา แต่เนื่องจากเวลาเรามีจํากัดก็เลย ไม่ได้ทําเรื่องนี้ แต่โดยส่วนรวมนี่ก็เห็นว่าในเรื่องของการปฏิรูปมีเรื่องที่ส่วนตัวพึงพอใจมาก ก็คงจะเปึน ๒ เรื่องด้วยกัน คือเรื่องของการกํากับกิจการพลังงานให้มีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เรื่องของประชาชนมีส่วนร่วมได้มากยิ่งขึ้น ท่านอัญชลีก็ได้พูด ไปแล้วว่าคณะกรรมการชุดต่าง ๆ นี่ควรจะมีภาคประชาชนเข้าไป โดยเฉพาะ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติซึ่งดูในเรื่องของนโยบายพลังงานจริง ๆ ส่วนตัว ไม่อยากเห็นนโยบายในการที่จะหาผลประโยชน์ ที่ผ่านมานี่มีหลาย ๆ นโยบายที่พูดออกไป แล้วคนพลังงานก็รู้ว่ากําลังจะหาเงินหาทองกันอยู่ แม้กระทั่งบางนโยบายบางเรื่องที่เปึนข่าว ในหน้าหนังสือพิมพ์วันนี้ก็เปึนเรื่องที่จริง ๆ แล้วคนพลังงานก็เห็นว่าไปทําทําไม ทําไมเราถึง จะไปช่วยเกษตรกรต่างชาติ ทําไมไม่ช่วยเกษตรกรไทย อีกอันหนึ่งในเรื่องของการกํากับ กิจการพลังงาน เราเคยพูดว่าการที่จ ะทําให้มันมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ก็คือ คนบริหารกิจการที่มีรัฐนี่ถือหุ้น รัฐถือหุ้นนี่ไม่ใช่ว่าจะเปึนผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างเดียว วันนี้เรามี รัฐที่เข้าไปถือหุ้นนอกจากกระทรวงการคลังแล้ว เรายังมีกองทุนใหญ่ ๆ ที่เปึนของรัฐด้วย
เช่น กองทุนวายุภักษ์ กองทุนประกันสังคมเหล่านี้ก็เข้าไปถือหุ้นในบริษัทพลังงานต่าง ๆ เพราะฉะนั้นที่เคยคุยกันว่ากรรมการที่เขาจะไปดูแลในหน่วยงานลักษณะนี้ควรจะเปึน กรรมการที่เปึนมืออาชีพ มีความโปร่งใส และมีความสามารถจริง ๆ ไม่ใช่เอาใครมาก็ได้ คนนินทาไปหมดว่าไม่ว่าใครเปึนใหญ่ในเมืองปกครองประเทศก็ทําเหมือนกันหมดไม่ควรจะ เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น เราควรจะได้คนที่เปึนมืออาชีพจริง ๆ ที่เข้ามาดูแลในกิจการ พลังงาน ไม่ว่าบริษัทแม่ บริษัทลูก บริษัทเหลน บริษัทหลาน สิ่งเหล่านี้ก็จะก่อให้เกิด ธรรมาภิบาลที่ดียิ่งขึ้น อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนเรื่องที่มีความสําคัญก็คือในเรื่องของการที่ว่ากิจการ พลังงานหลายเรื่องมีการผูกขาด บางเรื่องเปึนการผูกขาดโดยธรรมชาติ บางเรื่องก็เปึน การผูกขาดเพราะว่ารัฐขอให้ทํา ผมยกตัวอย่างเช่นในการขายน้ํามันเกินกว่า ๑๐,๐๐๐ ลิตร ให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ มติ ครม. ในป้ ๒๕๔๔ ให้ ปตท. เปึนผู้ดําเนินการ คือขอให้ ปตท. เปึนผู้ดําเนินการในการขายแต่ผู้เดียว แต่การขายแต่ผู้เดียวเมื่อเวลาผ่านไป ตอนนั้น ปตท. เปึนการป่โตรเลียมแห่งประเทศไทยคือรัฐถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันนี้ ปตท. เองเปึนบริษัทมหาชน เพราะฉะนั้นสิทธิพิเศษตรงนี้ก็อาจจะไม่มีความจําเปึน เพราะเนื่องจากว่าหน่วยงานของรัฐแล้วก็รัฐวิสาหกิจหลาย ๆ แห่งเปึนหน่วยงานที่เปึน สาธารณประโยชน์ เช่นการขนส่งก็ดูแลประชาชนคนจนไม่ว่าจะเปึน ขสมก. หรือ บขส. ก็ใช้ น้ํามันจํานวนมาก เพราะฉะนั้นถ้ามีการเป่ดเสรีให้มีการซื้อด้วยจาก การประมูลให้มันมี การแข่งขันกันก็คิดว่าราคาน่าจะถูกลงมากกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็พบว่าบริษัทน้ํามันเองก็ต้องมี การส่งออกน้ํามันเปึนจํานวนมากพอสมควรในราคาที่ถูกก็น่าจะช่วยหน่วยงานของรัฐเหล่านี้ ได้เปึนอย่างดี สุดท้ายก็ไปถึงประชาชนทําให้ไม่จําเปึนจะต้องไปรับค่าโดยสำรหรืออะไร ต่ออะไรมากยิ่งขึ้น อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของการผูกขาดโดยธรรมชาติ ซึ่งการผูกขาด โดยธรรมชาติในกิจการพลังงานก็มี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ก็คือเรื่องของแก๊สธรรมชาติแล้วก็เรื่อง ของน้ํามันดิบที่ผลิตขึ้นในประเทศ ซึ่งแก๊สธรรมชาติที่ผ่านมาทางภาครัฐก็ให้ ปตท. เปึนผู้ดําเนินการในเรื่องของการซื้อแก๊สจากผู้ผลิตแล้วก็นํามาขายต่ออีกครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าระบบแก๊สมันมีเรื่องระบบท่อทางต่าง ๆ ระบบคลัง ระบบถังเข้ามาเกี่ยวข้อง ค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นในช่วงแรกในการให้ ปตท. เข้าไปดูแลก็ยังมีความจําเปึนอยู่ แต่ในอนาคตถ้าเกิดเราสามารถแยกส่วนนี้ออกมาทําหน้าที่เปึนผู้ให้บริการที่เราเรียกว่า เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) จริง ๆ แล้วเราก็อาจจะทําให้ความจําเปึนในการที่จะ
ให้ ปตท. เปึนผู้ซื้อแล้วก็ไปขายต่อไม่มีความจําเปึนอีกต่อไป เราอาจจะให้ผู้ซื้อหรือผู้ใช้ สามารถซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตได้ ซึ่งก็น่าจะมีส่วนในการที่ทําให้เกิดการแข่งขันแล้วก็อาจจะ ทําให้ผู้ใช้แก๊สได้ประโยชน์จากการที่ไม่จําเปึนจะต้องซื้อจาก ปตท. แต่เพียงผู้เดียว เช่นเดียวกับน้ํามันดิบเองวันนี้ก็ตามในสมัยก่อนที่เปึนการป่โตรเลียมแห่งประเ ทศไทย ทางภาครัฐก็มองว่าอยากจะให้การป่โตรเลียมเปึนคนซื้อน้ํามันดิบแล้วก็ไปจําหน่ายต่อ แต่วันนี้ ปตท. ก็เปึนบริษัทมหาชน เพราะฉะนั้นความจําเปึนตรงนี้ไม่น่าจะมี และการให้ผู้ใช้ ก็คือโรงกลั่นน้ํามันสามารถซื้อโดยตรงกับผู้ผลิตได้ โดยอาจจะเปึนระบบการแข่งขัน ก็คือประมูลซื้อ สิ่งที่จะได้ประโยชน์ขึ้นมาก็คือในเรื่องของผลประโยชน์ในเรื่องของผู้ผลิต อาจจะได้ราคาที่แพงขึ้น ซึ่งจะทําให้ค่าภาคหลวงที่ได้จากของรัฐจะได้มากขึ้นรวมไปถึงภาษี ป่โตรเลียมด้วย บริษัทคนกลางที่เราพูดถึงว่าที่เขากินหัวคิวต่าง ๆ ก็อาจจะไม่มีความจําเปึน อีกต่อไปก็เป่ดให้มีการแข่งขันมากยิ่งขึ้น อีกเรื่องหนึ่งที่เปึนเรื่องที่มีความสําคัญก็คือในเรื่อง ของกองทุนพลังงานเพื่อสังคม เราอาจจะได้ยินเรื่องของกองทุนพลังงานพัฒนาไฟฟัา ก็เปึนเรื่องของการจัดเก็บกับโรงไฟฟัาต่าง ๆ ระดับประมาณ ๑-๒ สตางค์ต่อหน่วยเพื่อใช้ ในการดูแลชุมชน แต่บริษัทพลังงานใหญ่ ๆ อย่างเช่นโรงกลั่นน้ํามัน โรงงานป่โตรเคมี โรงแยกแก๊ส โรงเอทานอล โรงไบโอดีเซล (Biodiesel) เหล่านี้ไม่มีอะไรเลย มียอดการขาย ป้หนึ่งระดับตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีกําไร ระดับตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท
ไม่มีอะไรให้ชุมชนเลยนอกจากกิจกรรมที่เขาเรียกว่าซีเอสอาร์ (CSR) ซึ่งผมก็คิดว่า การที่เราจะดูแลชุมชนนี่เราต้องดูแลให้มากกว่านี้ ดูแลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็ สิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นการก่อตั้งกองทุนพลังงานเพื่อสังคมขึ้นมา โดยให้ผู้ประกอบการ เหล่านี้ใส่เงินเข้าไปแล้วเอาเงินเหล่านี้ตอบสนองความต้องการของชุมชนให้มากที่สุดก็น่าจะ เปึนประโยชน์ เราไม่ได้ต้องการให้เปึนการบังคับเหมือนกับโรงไฟฟัา แต่เปึนการที่เราเรียกว่า โวลันเทียร์ (Volunteer) ก็คือว่าเขาจะต้องดูแลชุมชนด้วยตัวเขาเอง เพราะฉะนั้น เขาก็จะต้องใส่เงินด้วยตัวเขาเองแล้วก็บริหารด้วยตัวเขาเอง แล้วเงินเหล่านี้นอกจากว่า ดูแลชุมชนแล้วอาจจะเปึนตัวหนึ่งที่สามารถจะทําให้เกิดที่เราเรียกว่าโซเชียล เอนเทอร์ไพรส์ (Social enterprise) หรือวิสาหกิจเชิงธุรกิจขึ้นมาได้ ซึ่งน่าจะทําให้ความยั่งยืนของชุมชน มีมากขึ้น ผมมองว่าในเรื่องของการปฏิรูปพลังงานหลาย ๆ เรื่องถ้าจะทําให้เกิดความสําเร็จนี่ ไม่ต้องไปถึงไหนมากหรอกครับอยู่ที่กระทรวงพลังงาน หลาย ๆ เรื่องสามารถจัดการ โดยกระทรวงพลังงานซึ่งผมก็จะคอยดูว่ากระทรวงพลังงานจะทําหรือเปล่า บางเรื่องก็อาจจะ ต้องไปถึงคณะรัฐมนตรี อันนั้นเราก็คงต้องคอยดูว่ารัฐบาลชุดนี้จะดําเนินการได้บ้างหรือเปล่า หรือว่าจะต้องไปรอรัฐบาลต่อไป แต่ผมคิดว่าในเรื่องของการปฏิรูปพลังงาน หลาย ๆ เรื่องถ้าเราสามารถทําสําเร็จ ผมคิดว่า ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์จากรายงานฉบับนี้ ถ้าทําได้ก็จะก่อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้ ขอบคุณครับ