ศาสตราจารย์ดุสิต เสนอ 6 ประเด็นปฏิรูปพลังงาน เน้นโซลาร์รูฟ-ยานยนต์ไฟฟ้า และร่าง

สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๐ · ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

ศาสตราจารย์ดุสิต เครื่องงาม นำเสนอ 6 ประเด็นการปฏิรูปด้านพลังงานทดแทนและหมุนเวียน โดยเน้นความสำเร็จของโครงการโซลาร์รูฟเสรีและยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเสนอประเด็นใหม่เรื่องการอนุรักษ์พลังงานในอาคารภาครัฐและเอกชน ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม เสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบใช้ระบบบริการจัดการพลังงาน (ESCO) เพื่อแบ่งปันผลประหยัด โดยต้องแก้ไขกฎหมายงบประมาณเพื่อให้เอกชนสามารถร่วมลงทุนได้ และบังคับใช้ขอบัญญัติการใช้พลังงานสำหรับอาคารอย่างจริงจัง ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม เสนอร่างพระราชบัญญัติพลังงานทดแทนเพื่อลดการนำเข้าฟอสซิลและสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมทั้งเสนอให้แยกกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานออกเป็น 2 กรม เพื่อยกระดับภารกิจในการส่งเสริมพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ กระผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม จะขอนําเสนอประเด็นการปฏิรูปอีกจํานวน ๖ ประเด็น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิรูปด้านพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และอนุรักษ์พลังงาน เอกสารที่แจก ในที่ประชุมนั้นก็จะตรงกับหัว ข้อการปฏิรูปลําดับที่ ๑๓ ลําดับที่ ๑๔ ลําดับที่ ๑๕ ลําดับที่ ๑๖ ลําดับที่ ๑๗ และลําดับที่ ๑๘ หรือว่าเลขหน้ากระดาษก็คือหน้า ๕๐ เปึนต้นไป ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปเรื่องพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และอนุรักษ์พลังงานนั้นมีอยู่ ๒ เรื่อง ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานเราได้เคยนําเสนอ ไปแล้ว คือ ลําดับที่ ๑๗ และลําดับที่ ๑๘ เปึนเรื่องโครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลา รูฟ (Solar roof) อย่างเสรี ซึ่งเราได้รายงานเปึนควิก วินไปแล้ว ได้รับความเห็นชอบจาก สปช. และการปฏิรูปโซลา รูฟเสรีนั้นได้ส่งไปที่คณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ในหลักการ และได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานนําไปออกเปึนหลักเกณฑ์เพื่อให้มีการติดตั้ง และใช้งานโซลา รูฟอย่างเสรี ซึ่งแสดงว่าเปึนเรื่องของการปฏิรูปที่สัมฤทธิผลไปแล้ว ระดับหนึ่ง ลําดับต่อไปก็คงเปึนเรื่องของการติดตามว่าโซลา รูฟเสรีนั้นจะมีประชาชน มาเข้าร่วมโครงการมากน้อยแค่ไหน ไฟฟัาที่ผลิตได้จากโซลา รูฟนั้นก็จะนําไปใช้ในบ้าน ในอาคาร ไฟฟัาส่วนที่เหลือเขาจะสามารถส่งย้อนขึ้นเสาไฟฟัาไปได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ไฟฟัา ที่ผลิตจากบ้าน อาคารนั้นไม่สามารถส่งย้อนคืนขึ้นไปได้ นี่ก็คือการปฏิรูปที่คิดว่า เราได้บรรลุผลไปแล้วเรื่องหนึ่ง ในลําดับที่ ๑๘ ก็เปึนเรื่องของโครงการส่งเสริมยานยนต์ ไฟฟัา ซึ่งเรื่องนี้ได้ไปสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วเช่นกัน และคณะรัฐมนตรีได้สั่งการไปที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน ให้ไปพัฒนาส่งเสริมอุ ตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟัา แล้วก็ขอกราบเรียนว่าแม้ แต่กระทั่ง ในที่ประชุมของคณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมแห่งประเทศไทยซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เปึนประธาน ก็ได้เอาจริงเอาจังในเรื่องของยานยนต์ไฟฟัานี้เปึนอย่างยิ่ง ทางภาคเอกชน ก็ให้การตอบรับ นี่ก็ถือว่าเปึนอีก ๑ ผลงานของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน สําหรับเรื่องใหม่ ที่เรายังไม่เคยนําเสน อในที่ประชุมแห่งนี้ก็ จะมีลําดับที่ ๑๓ ลําดับที่ ๑๔ ลําดับที่ ๑๕ ลําดับที่ ๑๖ ตามลําดับที่กระผมจะได้ บรรยายดังต่อไปนี้ การปฏิรูปประเด็นที่ ๑๓ เปึนหัวข้อว่าเ ปึนการปฏิรูปการอนุรั กษ์พลังงานในอาคารภาค รัฐ รวมทั้งภาคเอกชน

โดยใช้ระบบที่เรียกว่ำเอนเนอร์จี เซอร์วิส คอมพานี (Energy service company) และบิลดิง เอนเนอร์จี โคด (Building Energy Code) คําว่า เอนเนอร์จี เซอร์วิส คอมพานี นั้นเปึนนามธรรม เปึนศัพท์สามัญ ไม่ใช่เปึนชื่อบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เปึนคําศัพท์ที่บัญญัติ อยู่ในกระทรวงพลังงานว่าหมายถึงบริษัทที่ได้รับการอนุญาต แล้วก็จดทะเบียน มีคุณสมบัติ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่จะเข้ามาให้บริการเปึนที่ปรึกษา แม้แต่กระทั่งการลงทุนให้กับ ผู้ประกอบการที่ต้องการจะพัฒนาการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพหรือว่าประหยัดพลังงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายนั่นเอง แต่เปึนที่น่าเสียดายว่าระบบเอนเนอร์จี เซอร์วิส คอมพานีนั้น แม้ว่าจะประสบความสําเร็จในภาคเอกชน แต่ว่ายังไม่สามารถนํามาประยุกต์ใช้กับหน่วยงาน ราชการได้เลย ดังนั้นในกรณีของการนําเอาระบบเอสโก (ESCO) ที่เรียกว่าเอนเนอร์จี เซอร์วิส คอมพานีนั้นมาใช้กับหน่วยงานภาครัฐ คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานจึงขอเสนอ ให้สภาปฏิรูปแห่งชาติได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อที่จะให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ให้ความเห็นชอบในการนําระบบบริษัทจัดการพลัง งานที่เรียกว่าเอนเนอร์จี เซอร์วิส คอมพานีหรือว่าเอสโกนั้นมาใช้กับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งอาจจะใช้วิธีการแบ่งปัน ผลการประหยัดพลังงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและบริษัทที่เข้าไปร่วมลงทุนได้ดังต่อไปนี้

ข้อที่ ๑ จะเสนออนุมัติให้หน่วยงานภาครัฐสามารถดําเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้พลังงานของอาคารภาครัฐโดยใช้กลไกบริษัทจัดการพลังงาน ข้อที่ ๒ เสนอให้ ออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเพื่อเปึนระเบียบกลางในการรองรับในการดําเนินการ ด้านการอนุรักษ์พลังงานในอาคารภาครัฐโดยใช้มาตรการเอสโกหรือว่าเอนเนอร์จี เซอร์วิส คอมพานี กระผมขอกราบเรียนเพิ่มเติมแบบนี้นะครับว่าในภาคเอกชนด้วยกันนั้น ถ้าบริษัทเอ (A) ซึ่งเปึนเอสโก เข้าไปเปึนที่ปรึกษาและไปช่วยปรับปรุงเครื่องมือ เครื่องจักร ของโรงงานใดโรงงานหนึ่ง ค่าไฟฟัาที่ลดได้นั้นสามารถที่จะส่งเปึนผลตอบแทนคืนให้กับ บริษัทเอที่เข้าไปช่วยบริษัทบี (B) โดยที่บริษัทบีนั้นแทบจะไม่ต้องลงทุนงบประมาณใด ๆ เลย ทั้งสิ้น แต่ปัญหาที่บริษัทเอสโกนั้นไม่สามารถนํามาประยุกต์ใช้กับระบบราชการไทยเรา เพราะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เปึนค่าน้ําประปา ค่าไฟฟัานั้น ถ้าหากว่ากรม กระทรวงใด จ่ายค่าน้ําประปา ค่าไฟฟัาลดลงไปเท่าไร เงินที่ลดลงไปนั้นต้องส่งคืนกระทรวงการคลัง ทั้งหมด ไม่สามารถนําเอาไปใช้เปึนค่าใช้จ่ายอย่างอื่นได้เลย เพราะฉะนั้นถ้าจะให้มาตรการ เอสโกนี้สามารถนําไปประยุกต์กับหน่วยงานราชการได้ก็คงจะต้องมีการปรับปรุงที่จะต้อง มอบหมายให้สํานักงบประมาณก็ดี กรมบัญชีกลางก็ดี รวมทั้งกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน ต้องไปช่วยกันปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ งบประมาณ เพื่อให้ระบบเอสโกนั้นสามารถนําไปใช้กับหน่วยงานภาครัฐได้ ท่าน สปช. ที่มีเกียรติครับ ถ้าหากว่าระบบเอสโกนี้สามารถนํามาใช้กับภาครัฐได้ตามที่เราเสนอ จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ป้ละหลายหมื่นล้านบาท ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ แผ่นดิน เพราะว่าภาคเอกชนนั้นก็พร้อมอยู่แล้วที่จะเข้าไปลงทุนให้ เพียงแต่ค่าไฟฟัา ที่ประหยัดได้เท่าไรก็ให้มีมาตรการแบ่งปันคืนไปให้หน่วยงานเอกชนที่เขาไปช่วยลงทุน ให้เขาแค่นั้นเอง ลําดับเกี่ยวกับการปฏิรูปการอนุรักษ์พลังงานอีกข้อหนึ่งที่เราขอเสนอในวันนี้ ก็คือการใช้มาตรการที่เรียกว่าบิลดิง เอนเนอร์จี โคดหรือแปลเปึนภาษาไทยว่าข้อบัญญัติ การใช้พลังงานสําหรับอาคารครับ ก็เปึนที่น่าแปลกใจว่าทุกวันนี้ประเทศไทยมีการก่อสร้าง อาคารขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ยังไม่ได้มีกฎหมายเข้าไปควบคุมการก่อสร้างอาคาร ให้ถูกต้อง หรือว่าสามารถอนุรักษ์พลังงาน หรือว่าใช้ หรือว่าประหยัดพลังงานได้อย่างจริงจัง คณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานจึงขอเสนอให้มาตรการบิลดิง เอนเนอร์จี โคด หรือว่าข้อบัญญัติการใช้พลังงานสําหรับอาคารนั้น ให้นําเสนอขอความเห็นชอบเพื่อส่งต่อไป

ให้คณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ สั่งการไปให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทน กรมโยธาธิการและผังเมือง และคณะกรรมการควบคุมอาคาร จะได้ร่วมกันพิจารณาปรับปรุง กฎกระทรวงเทศบัญญัติต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนําเอามาตรการบีอี ซี (BEC) หรือบิลดิง เอนเนอร์จี โคดนี้มาใช้ได้อย่างจริงจัง เหตุผลหนึ่งที่คณะกรรมาธิการเรายกเรื่องปฏิรูปนี้ ขึ้นมานําเสนอก็เพราะว่าในแผนพีดีพี หรือแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟัาฉบับปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมอนาคตอีก ๒๐ ป้นั้น ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานได้กําหนดไว้ว่า จะต้องลดการใช้พลังงานให้ได้ถึง ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านหน่วยใน ๒๐ ป้ข้างหน้า หรือว่าคิดเปึน โรงไฟฟัาจะสามารถลดการที่จะต้องก่อสร้างโรงไฟฟัาใหม่ได้ถึง ๑๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ หรือเฉลี่ยป้ละ ๕๐๐ เมกะวัตต์ เพราะฉะนั้นมาตรการการอนุรักษ์พลังงานยิ่งถือว่าเปึน สิ่งที่จําเปึนเปึนอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะต้องนํามาช่วยกันปฏิรูปครับ ประเด็นการปฏิรูป ลําดับที่ ๑๔ ที่เราจะขอเสนอในวันนี้ก็คือการปฏิรูปกฎหมายด้านพลังงานทดแทนและ พลังงานหมุนเวียนครับ ก็เปึนที่น่าแปลกใจว่าประเทศไทยเราปัจจุบันนี้ยังไม่เคยมี พระราชบัญญัติที่มีชื่อว่าพระราชบัญญัติพลังงานทด แทนเลยครับ

การส่งเสริมพลังงานทดแทนทุกวันนี้ทําโดยมติของคณะรัฐมนตรี ทําโดยมติของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเท่านั้น เรามีพระราชบัญญัติที่คล้าย ๆ กัน อยู่ฉบับหนึ่งเรียกว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน แต่ว่านั่นก็คือมุ่งเน้น ในเรื่องของการประหยัดพลังงานเปึนหลัก ตรงนี้ถึงเวลาแล้วละครับว่าประเทศไทยเรา ควรจะต้องมีพระราชบัญญัติพลังงานทดแทนขึ้นมาได้แล้วละครับ เพราะฉะนั้นการปฏิรูป ในครั้งนี้เราจึงขอเสนอให้มีการยกร่าง ซึ่งคณะกรรมาธิการเราได้ยกร่างเค้าโครงแล้วขึ้นมา ฉบับหนึ่ง ยังไม่ถึงกับเปึนตัวร่าง พ.ร.บ. แต่ว่าได้ยกร่างเค้าโครงมาแล้วตามที่มีอยู่ในเอกสารเล่มนี้ วัตถุประสงค์ของร่างพระราชบัญญัติพลังงานทดแทนนี้ก็เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการใช้ พลังงานทดแทนอย่างยั่งยืนและมั่นคง ลดการใช้พลังงานนําเข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟอสซิล ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทน ส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานทดแทน ในภาครัฐ เอกชนและชุมชน ส่งเสริมธุรกิจขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชนด้านพลังงานทดแทน และจะต้องทําให้พลังงานทดแทนเปึนพลังงานที่พึ่ งพิงได้ของประเทศไทยครับ มีหลาย ภาคส่วนได้กล่าวกันว่าพลังงานทดแทนเปึนพลังงานที่พึ่งพิงไม่ได้ เราจะต้องมาช่วยกันปฏิรูป ให้ได้ว่าพลังงานทดแทนนั้นสามารถพึ่งพิงได้ แล้วก็เมื่อพลังงานทดแทนพึ่งพิงได้เมื่อนั้น เราก็จะสามารถเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทยได้ โดยใช้วัตถุดิบก็ดี เชื้อเพลิงก็ดี ไม่ว่าจะเปึนแสงแดด สายลม กระแสน้ําที่มีอยู่ในประเทศไทย รวมทั้ง วัสดุทางด้านการเกษตรต่าง ๆ ก็จะสามารถทําให้เรายืนอยู่บนขาตัวเองได้ตามแนวปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง เราเสนอให้รัฐจะต้องมีนโยบายพื้นฐานว่าด้วยพลังงานทดแทน โดยให้ จัดหาพลังงานทดแทนให้มีความเหมาะสมเพียงพอ มีคุณภาพ มีความมั่นคงและมีกลไก ส่งเสริมและกําหนดราคาที่เหมาะสมและเปึนธรรม ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน อย่างมีประสิทธิภาพ นําไปลดต้นทุนการผลิต ต้นทุนการขนส่งโลจิสติกส์ (Logistics) ให้ได้ ส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการผลิต ในการใช้ แล้วก็ในการจําหน่าย พลังงานทดแทนให้ได้ครับ และแน่นอนเสนอให้หน่วยงานภาครัฐพึงสนับสนุนการใช้ การผลิต การวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนในประเทศ ตอนนี้คือเจตนารมณ์สาระสําคัญ ของเค้าโครงของพระราชบัญญัติพลังงานทดแทน ซึ่งในเนื้อหานั้นมีความเข้มข้นมากกว่านี้ เยอะครับ คงไม่มีเวลาที่จะได้อธิบาย ลําดับที่ ๑๕ หัวข้อการปฏิรูปเปึนเรื่องการปฏิรูป พลังงานชีวภาพ หรือไบโอเบสด์ เอนเนอร์จี (Bio-based energy) พลังงานอะไรก็ตาม

ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเปึนพืชประเภทธัญพืช จะเปึนต้นหญ้า ต้นไม้ลําต้นต่าง ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่เราเรียกว่าไบโอเบสด์ เอนเนอร์จีทั้งสิ้น สินค้าวัสดุที่ได้จากเกษตรกรรมนั้น ที่เรารู้จักกันในการนําเอาวัสดุทางการเกษตรมาใช้ให้เปึนพลังงานที่เราทราบกั นแพร่หลาย อย่างเช่น เอทานอลก็ดี ไบโอดีเซลก็ดี หรือแม้แต่กระทั่งนําเอาพืชหรือว่าหญ้ามาหมัก เพื่อให้เกิดแก๊สชีวภาพขึ้นมา ทั้งหมดนั้นเราเรียกว่าพลังงานชีวภาพครับ แล้วพลังงานชีวภาพ จะมีประโยชน์ทั้งในการขนส่ง ทั้งในการผลิตกระแสไฟฟัา ทั้งในการให้ความร้อน ทั้งในการเชื่อมโยงกับการปฏิรูปทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย ในการนี้กรรมาธิการพลังงานของเราก็ได้เสนอข้อปฏิรูปขึ้นมาลําดับที่ ๑๕ ข้อที่ ๑ เสนอ แนวทางในการปฏิรูปพลังงานชีวภาพทั้งต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา และผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ข้อที่ ๒ เสนอให้มีแนวทางการปฏิรูปเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเปึนศูนย์กลางพลังงาน ชีวภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในระยะเวลา ๑๐ ป้ ๓. ส่งเสริมให้มีแนวทาง ในการส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนเปึนผู้ผลิตพลังงานเพื่อใช้เองเพื่อจําหน่ายตามแนวทาง ปฏิรูปพลังงานชุมชนครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ลําดับที่ ๑๖ เราเสนอให้แยกกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานออกเปึน ๒ กรม โดยแยกออกเปึนกรมที่เรียกว่ากรมพัฒนาพลังงาน ทดแทน ๑ และกรมอนุรักษ์พลังงานอีก ๑ ความจริงศัพท์คําว่าแยก ฟังดูแล้วอาจจะตกใจ เราจะต้องคิดอีกแนวหนึ่งว่าเราต้องการที่จะยกระดับของภารกิจในการอนุรักษ์พลังงานของ ประเทศไทยให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ยกระดับขึ้นมาให้เปึนอีก ๑ กรม ก็จะทําให้เกิดกรมที่เรียกว่า กรมพลังงานทดแทนก็จะมีความเข้มแข็ง เพราะพลังงานทดแทนตอนนี้ภารกิจ กว้างใหญ่มาก พลังงานทดแทนเพื่อการขนส่ง พลังงานทดแทนเพื่อไฟฟัา พลังงานทดแทน เพื่อความร้อน และขณะเดียวกันถ้าเรามีกรมที่เรียกว่ากรมอนุรักษ์พลังงานเขาก็จะมีภารกิจ อันยิ่งให ญ่ที่จะต้องประหยัดพลังงาน หรือว่าประหยัดการใช้พลังงานป้ละหลายหมื่น หลายแสนบาท ในการที่จะดําเนินการให้มีการจัดตั้งเปึนกรมอนุรักษ์พลังงานนี้ก็คงจะต้อง เสนอออกมาเปึนพระราชบัญญัติให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก็ว่าเปึนไปตามขั้นตอนตรงนั้น ซึ่งตรงนี้ถือว่าน่าจะเปึนเจตนารมณ์ที่ดี ที่เราจะสร้างความแข็งแกร่งในการส่งเสริมทั้งพลังงานทดแทน ๑ และส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงาน ๑ ให้จริงจัง ก็ขอรบกวนเวลาสมาชิกแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ