อัญชลี ชวนิชย เสนอการปฏิรูปโครงสร้างระบบบริหารจัดการและกำกับกิจการพลังงานโดยเน้น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ และการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนพลังงานเพื่อสังคม พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงปัญหาโครงสร้างคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบส่วนใหญ่มาจากฝ่ายการเมืองและราชการ อัญชลี ชวนิชย เสนอการปฏิรูปคณะกรรมการพลังงานโดยให้มีผู้แทนภาคประชาชนเป็นกรรมการในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบริหารจัดการมีความโปร่งใส รวมถึงเสนอขั้นตอนการดำเนินงานระยะ 3 ปี เพื่อให้หน่วยงานกลางทำงานอย่างอิสระและเป็นกลาง ส่งผลให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลด้านพลังงานได้อย่างเท่าเทียม อัญชลี ชวนิชย เสนอมาตรการปรับปรุงโครงสร้างการกำกับกิจการพลังงานเพื่อส่งเสริมการแข่งขันเสรี โดยเรียกร้องให้ยกเลิกสิทธิพิเศษในการขายน้ำมันของหน่วยงานรัฐและกำหนดให้กฟผ. สามารถจัดซื้อไฟฟ้าได้ทั่วไป ตลอดจนเสนอให้สร้างกองทุนพลังงานเพื่อสังคมแบบสมัครใจเพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์จากกิจการพลังงานต่างๆ และเปิดรับ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพนะคะ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางอัญชลี ชวนิชย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในวันนี้ก็จะขอนําเสนอการปฏิรูปโครงสร้างระบบบริหารจัดการ และกํากับกิจการพลังงาน ซึ่งจะมีทั้งหมด ๔ ประเด็นด้วยกันนะคะ ในเรื่องแรกก็คือการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการกําหนดนโยบายและการกํากับกิจการพลังงาน เรื่องที่ ๒ จะเปึนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ การกํากับกิจการพลังงานที่มีลักษณะผูกขาด โดยธรรมชาติหรือมีอํานาจเหนือตลาด ซึ่งท่านมนูญได้กล่าวไปแล้วในหลาย ๆ ส่วนนะคะ เรื่องที่ ๔ จะเปึนเรื่องการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนพลังงานเพื่อสังคม ปัจจุบันก็เปึนที่ทราบ ดีว่าในการกําหนดนโยบายแล้วก็การกํากับกิจการพลังงานขอ งชาติก็จะมีคณะกรรมการ เปึนผู้กําหนด ซึ่งจะมีกรรมการ ๓ ชุดด้วยกันที่สําคัญ ๆ นะคะ ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ชุดแรกก็คือคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยนโยบาย พลังงานแห่งชาติ ชุดที่ ๒ ก็จะเปึนคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานภายใต้กฎหมาย ว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน ชุดที่ ๓ จะเปึนคณะกรรมการป่โตรเลียม ภายใต้ กฎหมายว่าด้วยการป่โตรเลียม ซึ่งจากองค์ประกอบของคณะกรรมการทั้ง ๓ ชุดจะพบว่า ในชุดกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติประธานจะเปึนนายกรัฐมนตรี แล้วก็ประกอบด้วย รัฐมนตรีจากกระทรวงต่าง ๆ แล้วก็จากปลัดกระทรวงพลังงาน ส่วนใหญ่หรือทั้งหมดจะเปึน จากการเมืองและราชการนะคะ ในขณะที่คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานซึ่งกรรมการ ได้จากการสรรหา ก็ซึ่งถือว่าจะเปึนผู้ทรงคุณวุฒิ
ส่วนในคณะกรรมการป่โตรเลียม ประธานก็จะเปึนปลัดกระทรวงพลังงาน แล้วก็ประกอบด้วยกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะเปึนส่วนราชการ จะมีผู้ทรงคุณวุฒิอยู่บ้าง ตามที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งเราก็จะพบว่าวันนี้ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เรากําลังร่างอ ยู่ และในเทรนด์ (Trend) ที่มาทุกภาคส่วนจําเปึนจะต้องมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายและ กํากับกิจการพลังงานของชาติ เพราะฉะนั้นในการปฏิรูปครั้งนี้เราก็ได้มีการเสนอว่าจะต้องมี ผู้แทนจากภาคประชาชนจากทุกภาคส่วน เช่น จากผู้บริโภค จากผู้ประกอบการ และจากนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามาเปึนกรรมการในคณะกรรมการที่สําคัญทั้ง ๓ ชุด ที่ได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งในระยะแรกเราก็สามารถทําได้โดยจะแต่งตั้งผู้แทนจากทุกภาคส่วน ให้เปึนที่ปรึกษาก่อน เพราะว่าการแต่งตั้งกรรมการทั้ง ๓ ชุดจําเปึนจะต้องมีการปรับปรุง กฎหมาย เพราะฉะนั้นในระยะแรกเราขอให้เปึนที่ปรึกษาจากกลุ่มต่าง ๆ เช่น กลุ่มผู้บริโภค กลุ่มผู้ประกอบการ แล้วก็กลุ่มนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสามารถแต่งตั้งโดยเปึน มติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ของคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน และคณะกรรมการป่โตรเลียม ส่วนในระยะต่อไปก็จะกําหนดให้มีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเปึนกรรมการ ทั้งนี้ก็จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ พ.ร.บ. คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงาน และ พ.ร.บ. ป่โตรเลียม ซึ่งในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวก็คงจะได้มีการพูดถึงการกําหนดระบบ การสรรหา แต่งตั้ง แล้วก็จํานวนที่เหมาะสมด้วย เพราะฉะนั้นผลที่คิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ คือเราก็จะได้พบว่าประชาชนแล้วก็ผู้มีส่วนได้เสียก็จะสามารถเข้ามาร่วมในการกําหนด นโยบายรวมไปถึงการกํากับและบริหารกิจการด้านพลังงาน ในระยะแรกเปึนที่ปรึกษา ในระยะต่อไปก็เปึนกรรมการ แล้วก็มีกฎหมายรองรับการสรรหา เพราะฉะนั้นในอนาคต เราก็จะได้เห็นการกําหนด แล้วบริหารนโยบายพลังงานที่มีความโปร่งใส สะท้อนความต้องการ ของทุกภาคส่วนอย่างสมดุล มีประสิทธิผล เปึนประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของชาตินี่คือเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ ที่สําคัญมากก็คือเปึนเรื่องของการปฏิรูปโดยการจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ พวกเราคงได้ยินคําที่บอกว่าอินฟอร์เมชัน อีส เพาเวอร์ (Information is power) วันนี้เราจะพบว่าข้อมูลที่เกี่ยวกับพลังงานก็ยังกระจายอยู่ใน กระทรวงต่าง ๆ ในกระทรวงพลังงานเองก็มี หรือในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ การไฟฟัา คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรมก็จะกระจาย ทุกคนก็มี
การจัดเก็บข้อมูลไว้ใช้ประโยชน์ในลักษณะต่าง ๆ กัน เพราะฉะนั้นในการที่จะวางแผน พลังงานกําหนดนโยบายต่าง ๆ การมีข้อมูลซึ่งถูกต้องเปึนปัจจุบันต่าง ๆ ก็เปึนเรื่องที่จําเปึน หรือแม้กระทั่งการที่จะสื่อสารทําให้เปึนที่เข้าใจถูกต้องตรงกันก็เปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้น เราก็ได้ศึกษาว่าในการที่จะบูรณาการเรื่องข้อมูล การจะมีศูนย์ข้อมูลในแต่ละประเทศต่าง ๆ ได้มีรูปแบบการดําเนินการอย่างไร ศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา ของประเทศเกาหลี ของประเทศมาเลเซีย ของประเทศญี่ปุ์นต่าง ๆ ก็พบว่ารูปแบบของประเทศสหรัฐอเมริกา ก็จะเปึนรูปแบบที่มีความสมบูรณ์และน่าจะเหมาะสมกับประเทศไทย ฉะนั้นในการนําเสนอ เราก็คงจะใช้รูปแบบเช่นเดียวกับของทางประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็จะใช้ชื่อว่าเนชันแนล เอนเนอร์จี อินฟอร์เมชัน เอเจนซี (National Energy Information Agency) เพราะฉะนั้น ลักษณะขององค์กรจะเปึนองค์กรของรัฐ ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ข้อสําคัญ จะต้องมีความเปึนกลางแล้วก็อิสระในการบริหารจัดการ มีหน้าที่ที่จะรวบรวมวิเคราะห์ ข้อมูลด้านพลังงานจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ แล้วก็จากผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาเผยแพร่แก่ทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องและเปึนปัจจุบัน ข้อมูลที่เราพูดเปึนทั้งข้อมูล ข่าวสาร แล้วก็เปึนองค์ความรู้ด้วย ที่จะสามารถเผยแพร่ สื่อสาร แล้วก็ไปใช้ประโยชน์ ในการวางแผนกําหนดนโยบายเพื่อการบริหารแล้วก็การกําหนดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ได้ มีความโปร่งใสในการดําเนินงานอย่างอิสระ
อันนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญนะคะ โดยมีการบริหารโดยคณะกรรมการที่มีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมเปึนกรรมการนะคะ ซึ่งทั้งนี้จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยศูนย์ข้อมูลพลังงานแห่งชาติ เพราะว่าการได้มาซึ่งข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่ได้กล่าวมา ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จําเปึนจะต้องมีกฎหมายรองรับนะคะ ซึ่งรวมไปถึงการที่จะเผยแพร่ด้วย อันนั้นเปึน ความจําเปึนจะต้องมีกฎหมายนะคะ เพราะฉะนั้นในรายละเอียดของการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล พลังงานจะอยู่ในเอกสารที่ส่งไปด้วยให้แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันเองคงไม่กล่าว แต่คิดว่า จะมีความเปึนรูปธรรมของสิ่งที่จะนําข้อมูลนั้นมาเปึนข่าวสารแล้วก็เผยแพร่ออกไปนะคะ เพราะฉะนั้นการดําเนินการในระยะแรกปัจจุบันนี้ได้ดําเนินการไปแล้วนะคะ กระทรวง พลังงานเองก็ได้เริ่มทําแล้วในส่วนของกระทรวงเองและในขณะเดียวกันก็ประสานกับ กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะร่วมกันทําข้อมูลนะคะ เพราะฉะนั้นระยะแรกในป้ที่ ๑ ถึงป้ที่ ๓ ก็จะมีการตั้งคณะทํางาน มีการร่างกฎหมายว่าด้วย การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลนี้นะคะ มีการจัดทําแผนงานงบประมาณต่าง ๆ พัฒนาระบบข้อมูล แล้วก็ท้ายสุดก็จะต้องมีกฎหมายออกมานะคะ แล้วก็จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องรวมถึงอย่างน้อยก็ ๗ ฉบับนะคะ ส่วนระยะต่อไปเมื่อมีกฎหมายแล้วนี่นะคะ เราก็หวังว่าศูนย์ข้อมูลนี้ก็จะสามารถพัฒนาแล้วก็เปึนศูนย์ที่จะทํางานได้อิสระนะคะ แล้วก็มี การสรรหากรรมการจากทุกภาคส่วนเข้าเปึนเพื่อให้แน่ใจว่าจะเปึนองค์กรที่มีความเปึนกลาง แล้วอิสระนะคะ ฉะนั้นประโยชน์แน่นอนนะคะ จะต้องเปึนการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ด้านพลังงานให้กับทุกภาคส่วนนะคะ ความสําคัญประชาชนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลด้าน พลังงานอย่างเท่าเทียมกันแล้วก็เปึนปัจจุบันนะคะ เปึนลักษณะของวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) แล้วก็ออนไลน์ด้วยนะคะ ซึ่งสําคัญอีกก็คือจะเปึนพื้นฐานสําหรับ ประชาชนที่จะสามารถร่วมตรวจสอบและติดตามการพัฒนาด้านพลังงานของชาติ ได้อย่างเปึนปัจจุบัน แล้วก็มีระบบข้อมูลด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกันในทุกภาคส่วนของราชการ แล้วก็รวมถึงเอกชนนะคะ เพื่อสามารถจะใช้ในการพยากรณ์วางแผน วางกําหนดนโยบาย ในอนาคตได้นะคะ ทีนี้ในเรื่องที่ ๓ ก็คงเปึนเรื่องของการกํากับกิจการผูกขาด หรือมีอํานาจเหนือตลาดนะคะ ซึ่งเรื่องนี้ท่านมนูญได้กล่าวไปบ้างแล้วนะคะ จะมีเพิ่มเติมก็คงเปึนอันที่ ๑ ก็คือว่าจะให้มีการยกเลิกมติคณะกรรม การนโยบายพลังงาน แห่งชาตินะคะ ซึ่งเมื่อครั้งวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๔ นะคะ ซึ่งในการนั้นก็ให้ ปตท.
ยังคงสิทธิในฐานะรัฐวิสาหกิจในการขายน้ํามันให้กับหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ แล้วก็กําหนดว่าการไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไท ยก็จะต้องซื้อจาก ปตท. ในสัดส่วน ร้อยละ ๘๐ ของปริมาณที่ใช้ อันนี้ก็เสนอให้ยกเลิกเสียซึ่งหมายถึงว่า กฟผ. ก็สามารถ ไปประมูลจัดซื้อได้โดยทั่วไปได้นะคะ อีกประเด็นหนึ่งก็คงเปึนการสนับสนุนการซื้อขาย น้ํามันดิบและแก๊สธรรมชาติที่ผลิตได้ในประเทศระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ ในประเทศ โดยตรงนะคะ เรื่องที่ ๓ ก็เปึนเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างการกํากับกิจการระบบขนส่ง แก๊สธรรมชาติเพื่อสนับสนุนให้เกิดการค้าเสรีตามแนวโน้มที่ว่าในอนาคตการผลิต แก๊สธรรมชาติจากแหล่งในอ่าวไทยจะมีปริมาณลดน้อยลง และควรจะต้องมีการนํา แก๊สธรรมชาติเหลวนําเข้าเพิ่ม มากขึ้นนะคะ ก็จะมีมาตรการส่งเสริมให้เอกชนรายอื่น ๆ สามารถที่จะทําธุรกิจอันนี้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดเปึนการผูกขาดเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้น ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้ก็จะทําให้กิจการพลังงานมีการแข่งขันอย่างเสรี โปร่งใส แล้วก็ เปึนธรรม ระบบการซื้อขายป่โตรเลียมมีประสิทธิภาพตามกลไกตลาด แล้วก็มีผู้ประกอบการ มากรายที่มีส่วนร่วมในการจัดหา แล้วก็สามารถใช้ระบบขนส่งแก๊สธรรมชาติ อย่างเท่าเทียมกัน มีประสิทธิภาพแล้วก็เปึนธรรม อันนี้ก็เปึนเรื่องส่วนใหญ่เปึนเรื่อง ของแก๊สนะคะ ส่วนเรื่องของไฟฟัาเดี๋ยวท่านวิบูลย์จะได้พูดไปนะคะ ในเรื่องสุดท้ายนะคะ ก็คงเปึนเรื่องของการส่งเสริมการตั้งกองทุนพลังงานเพื่อสังคมนะคะ อันนี้ก็จะเปึน การส่งเสริมให้เอกชนคือผู้ประกอบการในธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องพลังงานนี่นะคะ มีการตั้งกองทุนเพื่อสังคมเปึนแบบสมัครใจเพื่อสามารถที่จะทําให้ชุมชนสังคมโดยรอบของ ผู้ประกอบการทา งด้านพลังงานนั้นได้ประโยชน์เพราะถือเปึนการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนและสังคม คือเขาได้รับประโยชน์โดยตรงด้วยนะคะ ในกิจการพลังงานที่ เรากล่าวถึงนี่นะคะ ก็เช่น บริษัทผลิตแล้วก็สํารวจป่โตรเลียม โรงกลั่นน้ํามัน หรือคอนเดนเสท (Condensate) โรงแยกแก๊สธรรมชาติ โรงผลิตไบโอดีเซล
โรงผลิตเอทานอลและโรงงานป่โตรเคมีนะคะ เราไม่นับรวมโรงผลิตไฟฟัาเพราะว่าปัจจุบัน ก็มีกฎหมายที่กําหนดให้โรงงานไฟฟัาจะต้องตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟัาอยู่แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นเราก็ไปมองกิจการพลังงานอื่น ๆ อีกนะคะ ในแนวคิดก็คือว่าให้แต่ละบริษัท สามารถที่จะตั้งกองทุนขึ้นมาโดยก็มีมาตรการที่จะให้นําไปหักภาษีได้นะคะ ในการบริหาร กองทุนพลังงานเพื่อสังคมอันนี้นะคะก็ให้ผู้ประกอบกิจการสามารถเปึนผู้บริหารเองก็อาจจะ มีเอาชุมชนโดยรอบมาเปึนส่วนร่วมเพื่อจะได้สนองต่อความต้องการโดยตรงของชุมชน โดยรอบนะคะ อันนี้ก็เปึนแนวคิดที่เราคิดว่าจะเปึนประโยชน์ ซึ่งผลที่คิดว่าจะได้ก็น่าจะทําให้ สังคมชุมชนซึ่งอยู่โดยรอบสถานประกอบกิจการพลังงานก็ได้รับประโยชน์โดยตรง ตามความต้องการของชุมชนนะคะ แล้วก็จะทําให้การมองในกิจการพลังงานเปึนที่ยอมรับกับ สังคมกับชุมชนว่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข แล้วก็สามารถจะเกื้อกูล เปึนประโยชน์กับสังคมชุมชนได้อย่างสมดุลนะคะ ก็คงเปึนทั้ง ๔ ประเด็นที่จะเกี่ยวข้องกับ เรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างระบบบริหารจัดการและกํากับกิจการพลังงานค่ะ ก็ยินดีจะรับฟัง ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกท่านค่ะ ขอบคุณค่ะ