มนูญ ศิริวรรณ หารือเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างและราคาพลังงาน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการปฏิรูป ระบบราคาเชื้อเพลิงให้มีการแข่งขันเสรี และบทบาทหน้าที่ในการใช้ประโยชน์จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มนูญ ศิริวรรณ เสนอแนวทางปฏิรูปเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค และมีการใช้ประโยชน์จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม โดยมี 3 ข้อเสนอ คือ ลดการแทรกแซงของภาครัฐ ลดการผูกขาด และเพิ่มการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดการคุ้มครองผู้ประกอบการธุรกิจโรงกลั่นในประเทศ และการลดการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน กระผม มนูญ ศิริวรรณ กรรมาธิการ ในนามของ ประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรป่โตรเลียมและโครงสร้างราคาพลังงาน เนื่องจากว่าได้มี การมอบเอกสารประกอบการชี้แจงให้กับท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะชี้แจงอย่างรวบรัดเพื่อเปึนการประหยัดเวลา ในเรื่องของการปฏิรูป โครงสร้างและราคาพลังงานที่เปึนธรรม ทางคณะอนุกรรมาธิการได้นําเสนอประเด็น ในการปฏิรูป ๒ ประเด็นด้วยกัน นั่นก็คือประเด็นที่ ๑ ระบบราคาเชื้อเพลิงที่มีการแข่งขันเสรี และเปึนธรรม แล้วก็ประเด็นที่ ๒ เรื่องบทบาทหน้าที่และการใช้ประโยชน์จากกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงซึ่งคณะอนุกรรมาธิการมีความเห็นว่าเปึนประเด็นการปฏิรูปที่มีความสําคัญ แล้วก็มีผลกระทบต่อประชาชน
สําหรับประเด็นการปฏิรูปที่ ๑ เรื่องระบบราคาที่มีการแข่งขันอย่างเสรีและเปึนธรรม ทางคณะอนุกรรมาธิการและกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน มีความเห็นว่าเพื่อให้เกิดระบบราคา ที่มีการแข่งขันอย่างเสรีและเปึนธรรมนั้นมีความจําเปึนที่จะต้องดําเนินการใน ๓ เรื่อง ไปพร้อม ๆ กัน เรื่องแรกก็คือเรื่องของการที่จะต้องลดการแทรกแซงของภาครัฐที่มีต่อการ ทําธุรกิจด้านพลังงาน เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการลดการผูกขาดในธุรกิจพลังงาน และเรื่องที่ ๓ ก็คือต้องเป่ดให้มีการแข่งขันให้มากขึ้น สําหรับในแนวทางการดําเนินการในเรื่องแรกก็คือ เรื่องของการลดการแทรกแซงจากภาครัฐนั้น เราคงต้องยอมรับว่าแม้ในเรื่องของธุรกิจน้ํามัน หรือธุรกิจป่โตรเลียมซึ่งได้มีการเป่ดให้มีการแข่งขันอย่างเสรีมาเปึนเวลาหลายสิบป้แล้ว แล้วก็ได้มีการเป่ดให้มีการลอยตัวในเรื่องของราคามาเปึนระยะเวลานานแล้วก็ตาม แต่ว่า ในการดําเนินการกิจการทางด้านของธุรกิจน้ํามันนั้นก็ยังมีการแทรกแซงจากภาครัฐอยู่ เปึนระยะ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของธุรกิจโรงกลั่นน้ํามัน รัฐบาลได้มีการคุ้มครอง ธุรกิจโรงกลั่นน้ํามันมาตั้งแต่เริ่มเป่ดให้มีการสร้างโรงกลั่นน้ํามันในระยะแรก โดยมีการให้ แรงจูงใจให้กับผู้ที่จะมาลงทุนสร้างโรงกลั่นน้ํามันในประเทศ เพื่อที่จะให้สามารถที่จะดึงดูด นักลงทุนจากต่างประเทศให้มาสร้างโรงกลั่นน้ํามันในระยะแรก โดยการให้ความคุ้มครอง ให้ตั้งราคาน้ํามันหน้าโรงกลั่น โดยใช้ราคาเทียบเท่าราคานําเข้า หรือที่เราเรียกว่าอิมพอร์ต แพริตี (Import parity) แต่ระยะปัจจุบันนี้เรามีความเห็นว่าการใช้ราคาอิมพอร์ต แพริตีนั้น อาจจะไม่จําเปึนแล้ว เพราะฉะนั้นทางด้านของอนุกรรมาธิการทรัพยากรป่โตรเลียมและ โครงสร้างราคาพลังงานจึงเสนอแนะให้ใช้ราคาเปึนราคาเทียบเท่ากับราคาประเทศสิงคโปร์ เปึนราคาที่จะใช้ในการอ้างอิง โดยไม่จําเปึนต้องใช้ราคาอิมพอร์ต แพริตีอีกต่อไป อันนั้นก็คือ ข้อเสนอเพื่อที่จะสร้างความเปึนธรรมให้เกิดขึ้นในเรื่องของการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน โดยอ้างอิงราคาที่ประเทศสิงคโปร์เท่านั้ น แล้วก็ยกเลิกราคาอ้างอิงราคานํา เข้า ซึ่งเรื่องนี้ ก็สามารถจะทําได้โดยการยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี ก็เปึนการลดการแทรกแซงจากภาครัฐ โดยที่รัฐไม่จําเปึนต้องเข้ามาทําการกําหนดราคาหน้าโรงกลั่นอีกต่อไป เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ การกําหนดราคาหน้าโรงกลั่นนั้นก็สามารถที่จะปล่อยให้เปึนไปตามกลไกตลาดเสรี โดยให้ แต่ละโรงกลั่นนั้นตั้งราคาหน้าโรงกลั่นของตัวเอง ซึ่งเปึนไปตามกลไกตลาดอย่างเสรี อันนี้ ก็เปึนข้อที่ ๑ ซึ่งเปึนการลดการคุ้มครองผู้ประกอบการธุรกิจโรงกลั่นในประเทศ เพราะว่า ธุรกิจโรงกลั่นในประเทศนั้นได้ดําเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่จําเปึนที่จะต้องมีการคุ้มครอง
ในเรื่องของราคาหน้าโรงกลั่นอีกต่อไป ส่วนประเด็นที่ ๒ นั้นก็คือเรื่องของสูตรราคาน้ํามัน เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งก็ได้มีการทํานองเดียวกัน ได้มีการตั้งสูตรราคาเปึนแบบคอสต์ พลัส (Cost plus) ก็คือได้มีการกําหนดค่าใช้จ่ายบวกเข้าไปในราคาต้นทุน ซึ่งทําให้ราคา น้ํามันเชื้อเพลิงชีวภาพนั้ นมีราคาที่ค่อนข้างสูง แล้วก็ไม่สามารถที่จะแข่งขันกับเชื้อเพลิง ชีวภาพที่นําเข้าได้ เพราะฉะนั้นก็ทําให้ราคาเชื้อเพลิงชีวภาพที่เรานํามาผสมกับน้ํามันเบนซิน หรือน้ํามันดีเซลนั้นมีราคาที่ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับราคาน้ํามันเชื้อเพลิงชีวภาพ ในต่างประเทศ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็มีข้อเสนอแนะให้ลดการอุดหนุนน้ํามันเชื้อเพลิง ชีวภาพลง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตน้ํามันเชื้อเพลิงชีวภาพให้สามารถที่จะ แข่งขันกับน้ํามันเชื้อเพลิงชีวภาพประเภทที่นําเข้าได้ แต่ในขณะเดียวกันในระยะแรกนั้น ยังมีความจําเปึนที่จะต้องอุดหนุนอยู่ เพื่อที่จะส่งเสริมการผลิตน้ํามันเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเปึน เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตมาจากพืชผลทางการเกษตร แต่ว่าการอุดหนุนนั้นจะต้องลดน้อยลง และจะต้องมีระยะเวลาแน่นอนเพื่อที่จะให้ผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพนั้นสามารถที่จะเพิ่ม ประสิทธิภาพในการผลิตและไม่เปึนภาระกับประชาชน ส่วนประเด็นที่ ๓ นั้นเราคิดว่าเรื่อง ของการที่รัฐนั้นใช้บริษัทที่รัฐถือหุ้นในการแทรกแซงราคาเพื่อที่จะให้ราคานั้นไม่สูงจนเกินไป หรือทําให้ค่าการตลาดนั้นอยู่ในระดับต่ํา อาจจะเปึนประโยชน์ต่อประชาชนผู้บริโภคในระยะสั้น
แต่ในระยะยาวนั้นจะทําให้เกิดการไม่มีการแข่งขันเท่าที่ควร ซึ่งในกรณีที่รัฐทําอย่างนั้น ในระยะยาวก็จะไปลดการแข่งขันในตลาด ซึ่งการที่รัฐเข้าแทรกแซงโดยใช้กลไกของบริษัท ที่รัฐเปึนผู้ถือหุ้นก็จะทําให้ไม่มีผู้ลงทุนรายใหม่เกิดขึ้น และในขณะเดียวกันผู้ลงทุนซึ่งมีอยู่เดิม นั้นก็จะค่อย ๆ ถอนตัวออกจากตลาด ในประเด็นนี้เราจะเห็นว่ามีบริษัทน้ํามันต่างประเทศ มีจํานวนไม่น้อยกว่า ๔ บริษัทที่ถอนตัวออกไปจากตลาดในประเทศไทย ทั้งนี้เพราะว่า รัฐไปใช้กลไกของบริษัทน้ํามันที่รัฐเปึนผู้ถือหุ้นเข้าแทรกแซงในการดําเนินธุ รกิจ ซึ่งทําให้บริษัทน้ํามันต่างประเทศนั้นเห็นว่าการดําเนินธุรกิจในประเทศไทยนั้นไม่ยุติธรรม ไม่มีการแข่งขันที่เปึนธรรมและเสรี ส่วนเรื่องของการกํากับดูแลนั้นก็จําเปึนอย่างยิ่ง ที่เราจะต้องสร้างการกํากับดูแลที่เข้มงวด ในเมื่อเรายกเลิกการแทรกแซงจากภาครัฐ เราไม่มีการควบคุมในเรื่องของค่าการตลาด ไม่ได้ดูแลในเรื่องของการที่จะเข้าไปสร้างสูตรราคา ที่รัฐเข้าไปแทรกแซง เพราะฉะนั้นการกํากับดูแลจากภาครัฐจะต้องมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจากกระทรวงพลังงาน จากสํานักนโยบายและแผนพลังงาน จากกรมธุรกิจพลังงาน หรือแม้จากคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงานก็ตาม ทางด้านของการลดการผูกขาดนั้น ก็คงจะเปึนแนวทางที่สอดคล้องกันกับการเสนอแนะของคณะอนุกรรมาธิการชุดที่ ๒ ซึ่งมี ท่านอัญชลีเปึนประธานอนุกรรมาธิการ ส่วนรายละเอียดคร่าว ๆ นั้นก็คือเรื่องของการลด การผูกขาดในกิจการโรงกลั่นน้ํามันของ ปตท. ซึ่งก็ได้มีการลดการถือหุ้นในโรงกลั่นลงไปแล้ว ๑ แห่ง คือโรงกลั่นน้ํามันบางจาก แล้วก็ภายในสิ้นป้นี้ก็จะมีการขายหุ้นของโรงกลั่นน้ํามัน อีก ๑ แห่ง ซึ่งจะทําให้ ปตท. นั้นถือหุ้นในโรงกลั่นเพียงแค่ ๓ แห่งจากทั้งหมด ๖ แห่ง อันนี้ ก็จะเปึนการดําเนินการควบคู่กันไปกับการที่ เราจะเป่ดให้มีการเสรีในเรื่องของธุรกิจน้ํามัน และโรงกลั่นน้ํามันมากขึ้น เรื่องของการลดสิทธิพิเศษทางการค้าของ ปตท. ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่ามีความจําเปึนที่จะต้องดําเนินการเพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรีและเปึนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิของ ปตท. ในการค้าขายกับหน่วยงานราชการ เรื่องของ การดําเนินการให้ ปตท. อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้าอันนี้ก็เปึนสิ่งที่เรา ได้พิจารณากันไปแล้วในเรื่องของการปรับปรุงพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า ในขณะเดียวกันเราเสนอแนะให้มีการเป่ดให้ผู้สํารวจและผลิตป่โตรเลียมในประเทศสามารถ ที่จําหน่ายป่โตรเลียมให้กับผู้ค้ารายอื่นได้ด้วยนอกเหนือจาก ปตท. แต่เพียงแห่งเดียว อันนี้ก็เปึนการเป่ดกว้างให้มีการจําหน่ายป่โตรเลียมให้กับผู้ค้ารายอื่นได้ด้วย
เป่ดให้มีการนําเข้าแก๊สแอลพีจี (LPG) และแอลเอ็นจีมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ความจริงแก๊ส แอลพีจีก็เป่ดให้มีการนําเข้าอย่างเสรีแล้ว แต่เนื่องจากว่าผู้ค้ารายอื่นนั้นอาจจะยังไม่สนใจ เพราะว่าอาจจะยังคงกังวลอยู่ในเรื่องของคลังน้ํามันและในเรื่องของสูตรราคา เพราะฉะนั้น ถ้าเราเป่ดให้มีการนําเข้าแอลพีจีอย่างเสรีมากยิ่งขึ้น เช่นอาจจะเป่ดให้มีการประมูลว่า ใครจะปึนผู้นําเข้าในราคาต่ําที่สุด อันนั้นก็จะยิ่งทําให้มีการแข่งขันมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันต่อไปนี้ประเทศไทยจะต้องนําเข้าแอลเอ็นจีมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น การเป่ดให้มีผู้ที่จะนําเข้าแอลเอ็นจีมากขึ้น และสามารถจะมาใช้โครงสร้างพื้นฐานด้าน การขนส่งด้านคลังน้ํามันจาก ปตท. ได้ด้วยอย่างที่เรียกว่าเทิร์ด ปาร์ตี แอคเซส (Third party access) อันนั้นก็จะยิ่งทําให้มีการแข่งขันมากขึ้น แล้วก็เปึนการลดการผูกขาดลง ส่วนประเด็นแนวทางที่ ๓ คือเป่ดให้มีการแข่งขัน อันนี้ก็คือต้องส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการ รายใหม่เพิ่มมากขึ้นในธุรกิจป่โตรเลียมและธุรกิจน้ํามัน อันนี้เปึนไปตามแนวทางที่ทางด้าน ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานได้นําเสนอไปแล้ว ในขณะเดียวกันการขจัดอุปสรรค การแข่งขันเสรี อันนี้เราก็ต้องการให้มีผู้นําเข้าป่โตรเลียมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันหรือ ไม่ว่าจะเปึนแก๊ส แต่การที่จะให้มีผู้นําเข้ามากขึ้นนั้นก็ต้องขจัดอุปสรรคในการนําเข้า อย่างเช่น เรื่องของการสํารองน้ํามัน ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลก็ได้มีการลดการสํารองน้ํามันลงให้ต่ําที่สุด เท่าที่จะเปึนไปได้ โดยให้มีเพียงเท่าที่จําเปึนเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานเท่านั้น จะเห็นว่า การลดการสํารองน้ํามันขณะนี้ก็ได้ดําเนินการไปแล้วในเรื่องของน้ํามันสําเร็จรูป โดยลด การสํารองน้ํามันจาก ๖ เปอร์เซ็นต์ลงมาเหลือ ๑ เปอร์เซ็นต์
แต่อีกเรื่องหนึ่งที่เราคิดว่ามีความจําเปึนก็คือในส่วนของผู้นําเข้าและในส่วนของโรงกลั่นน้ํามัน ก็จําเปึนที่จะต้องสํารองน้ํามันในอัตราที่เท่ากันเพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เรื่องของการยกเลิกบัญชีค่าขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด แต่เดิมรัฐเปึนผู้กําหนดว่า บัญชีค่าขนส่งควรจะเปึนเท่าไร ซึ่งอันนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการก็เห็นว่าเปึนเรื่องที่รัฐเข้าไป แทรกแซงแล้วก็ทําให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ในขณะเดียวกันผู้ค้ารายใหญ่และผู้ค้า รายย่อก็จะต้องยึดบัญชีนี้เปึนหลักซึ่งอันนั้นไม่เปึนไปตามประสิทธิภาพของการขนส่ง เพราะฉะนั้นเราก็ขอให้ยกเลิก แล้วเราเสนอแนะให้แต่ละบริษัทนั้นตั้งราคาค่าขนส่งระหว่าง กรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดตามต้นทุนค่าขนส่งที่แท้จริง ส่วนประเด็นอีก ๒ ประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องของการให้ผู้ค้าน้ํามันและโรงกลั่นนั้นต้องรายงานราคาหน้าโรงกลั่น ราคาขายปลีก แล้วก็ราคาขายส่ง รวมทั้งที่ส่งออกไปต่างประเทศด้วยให้กับทางด้านของผู้กํากับไม่ว่าจะเปึน กระทรวงพลังงานหรือว่าทางสํานักนโยบายและแผนพลังงานเปึนรายวัน เพื่อที่จะให้ ประชาชนได้รับทราบถึงราคาตั้งแต่หน้าโรงกลั่นจนกระทั่งถึงราคาขายปลีก แล้วก็ราคา ส่งออกด้วยเพื่อเปึนการเปรียบเทียบแล้วก็รายงานให้กับประชาชนได้รับทราบตลอดเวลา อันนั้นก็เปึนประเด็นที่ ๑ ซึ่งเราคิดว่าผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้นั้นก็จะทําให้มีระบบราคา เชื้อเพลิงที่มีการแข่งขันอย่างเสรีและเปึนธรรม ในขณะเดียวกันประชาชนก็จะมีน้ํามัน เชื้อเพลิงที่มีคุณภาพและได้รับการบริการที่ดี ในขณะเดียวกันประชาชนก็จะมีความเข้าใจ ในโครงสร้างของราคาพลังงานและราคาน้ํามันเชื้อเพลิงที่ขายปลีกแล้วก็ขายส่งรวมทั้งราคา หน้าโรงกลั่น อันนี้ก็เปึนประเด็นที่เราคิดว่ามีความสําคัญมากในการที่จะทําให้ประชาชนนั้น มีความเข้าใจในเรื่องของโครงสร้างราคาน้ํามันเชื้อเพลิง ที่ดีขึ้น แล้วก็เรื่องของการแข่งขัน ในธุรกิจนั้นก็จะมีมากขึ้น แล้วก็เปึนการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพซึ่งจะทําให้ต้นทุนของ พลังงานลดลงแล้วก็อยู่ในระดับต่ํา ส่วนทางด้านของเชื้อเพลิงชีวภาพนั้นถ้าลดการแข่งขันลงไป แล้วส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพในการผลิตก็แน่นอนครับก็จะ ทําให้ต้นทุนต่ํา แล้วก็เปึน การส่งเสริมให้มีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนประเด็นที่ ๒ ซึ่งพูดถึง บทบาทหน้าที่และการใช้ประโยชน์ของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงตรงนี้ก็มีข้อถกเถียงกันมากว่า กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงจะยังมีความจําเปึนอยู่หรือไม่ แต่ในที่สุดแล้วทางคณะอนุกรรมาธิการ แล้วก็กรรมาธิการนั้นก็ได้มีความเห็นส่วนใหญ่ว่ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นยังมี
ความจําเปึนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังสามารถจะใช้เปึนเครื่องมือของรัฐบาลในการที่จะรักษา เสถียรภาพของราคาน้ํามันได้ ในยามที่เกิดวิกฤติหรือในยามที่เกิดว่าราคาน้ํามัน มีความผันผวนอย่างรุนแรง รัฐบาลก็จะได้ใช้กองทุนน้ํามันนี้เปึนเครื่องมือในการรักษา เสถียรภาพราคาได้ แต่แน่นอนก็ยังมีความจําเปึนที่จะต้องทบทวนความจําเปึนของกองทุนน้ํามัน เปึนระยะ ๆ ว่ายังมีความจําเปึนที่จะต้องคงกองทุนน้ํามันไว้หรือไม่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีไว้ตลอดไป เพราะฉะนั้นเราจึงเสนอให้มีการตราพระราชบัญญัติกองทุนน้ํามันขึ้น เพื่อทดแทนคําสั่งนายกรัฐมนตรีซึ่งออกตามพระราชกําหนดแก้ไขและปัองกันภาวะ การขาดแคลนน้ํามันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ ซึ่งตรงนี้ก็จะทําให้ฐานะของกองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงนั้นเปึนที่ยอมรับแล้วก็มีพระราชบัญญัติรองรับ ในขณะเดียวกันก็จะเปึนการกําหนด บทบาทและหน้าที่แล้ววัตถุประสงค์ของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งไปลดบทบาทของกองทุนน้ํามันที่ไปทําหน้าที่ในอดีตค่อนข้างที่จะมีบทบาทที่ค่อนข้าง จะมากมายจนเกินไป แล้วก็ไปทําหลายวัตถุประสงค์จนเกินไป รวมทั้งวัตถุประสงค์ ในการไปตรึงราคาน้ํามันเชื้อเพลิงซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์นะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้เรา ก็เลยเสนอว่าข้อกําหนดในพระราชบัญญัติน้ํามันเชื้อเพลิงที่ทางคณะอนุกรรมาธิกำร ได้นําเสนอก็คือให้ลดบทบาทกองทุนน้ํามันลงเหลือแต่เพียงการรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีก แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วก็จะต้องเปึนการรักษาเสถียรภาพราคาในช่วงที่เกิด วิกฤติพลังงานเท่านั้นเอง แต่ถ้าเปึนในภาวะปกตินั้นก็ต้องปล่อยให้ราคาน้ํามันขึ้นลงตาม ภาวะของตลาดโลก ส่วนการบริหารกองทุนนั้นก็ให้มีคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ซึ่งมีอยู่แล้วทําหน้าที่เปึนคณะกรรมการกองทุนไปด้วยนะครับ
ในขณะเดียวกันก็ให้กําหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับการเก็บเงินเข้ากองทุนนั้น ให้มีความเปึนธรรมต่อผู้ประกอบการและต่อผู้บริโภคด้วย คือไม่เปึนภาระของผู้บริโภค มากจนเกินไป หลักการของพระราชบัญญัติกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นนะครับ ก็จะกําหนด ให้มีการอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพในวงเงินที่จํากัดแล้วก็ไม่เปึนภาระกับผู้บริโภคมากจนเกินไป ในขณะเดียวกันก็ต้องกําหนดระยะเวลาที่เหมาะสมด้วยว่าเปึนช่วงที่กําหนดว่าเปึนชั่วคราว หรือว่าเปึนช่วงที่แน่นอนตายตัวว่าจะอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพเปึนระยะเวลาเท่าไร ไม่ใช่อุดหนุนกันเปึนยาวนานนะครับ แล้วก็ทําให้เชื้อเพลิงชีวภาพนั้นเปึนภาระของผู้บริโภค ทางด้านของกรรมการบริหารกองทุนนั้นก็จะเป่ดโอกาสให้มีตัวแทนจากหลายฝ์ายเข้ามาร่วม เปึนผู้บริหารกองทุนนะครับ ไม่ว่าจะเปึนภาครัฐ ภาคผู้ประกอบการ ผู้บริโภคและนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ อันนี้ก็เปึนการเป่ดโอกาสให้มี ส่วนร่วมจากภาคประชาชนเข้ามามากยิ่งขึ้น ส่วนแนวทางอื่น ๆ นั้นก็คงจะเปึนประเด็นทั่วไปนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการโอนทรัพย์สิน เรื่องการกําหนดให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินมาเปึนผู้ตรวจสอบด้านการบัญชีและการเงิน ของกองทุน อันนั้นก็คงไม่ได้มีประเด็นอะไรเปึนพิเศษนะค รับ ทั้งหมดนี้ก็เปึนแนวทาง ที่ทางด้านของคณะอนุกรรมาธิการได้นําเสนอนะครับ แต่เนื่องจากว่าเวลาเรามีจํากัด เราไม่สามารถจะนําเสนอเปึนร่างพระราชบัญญัติได้ก็จึงนําเสนอเปึนแนวทางของ พระราชบัญญัติกองทุนน้ํามันมาไว้ก่อนนะครับ เพื่อที่จะได้เสนอให้กับทางด้านของทาง สภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อนําไปเสนอเปึนการร่างพระราชบัญญัติ ต่อไป ส่วนผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้จากเรื่องของการกําหนดบทบาทหน้าที่และการใช้ประโยชน์ กองทุนน้ํามันนั้นก็เชื่อว่าจะทําให้ประชาชนนั้นตระหนักแล้วก็เข้าใจวัตถุประสงค์ของกองทุน น้ํามันดีขึ้นนะครับ แล้วก็จะทําให้รู้ว่ากองทุนน้ํามันนั้นเก็บเงินประชาชนไปใช้ในกิจการอะไร แล้วก็การดําเนินงานของกองทุนนั้นก็จะมีกฎหมายรองรับ มีความโปร่งใส และในขณะเดียวกันก็จะไม่มีการบิดเบือนในเรื่องของราคาน้ํามันเชื้อเพลิงแล้วก็จะทําให้เกิด ความเปึนธรรมกับผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งหมดนั้นก็เปึนข้อเสนอในการปฏิรูปซึ่งคณะอนุกรรมาธิการ ทรัพยากรป่โตรเลียมและโครงสร้างราคาพลังงานนําเสนอในที่ประชุมวันนี้ ก็ยินดีที่จะรับฟัง ข้อเสนอแนะแล้วก็ข้อคําถามต่าง ๆ จากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ