ทัศนา บุญทอง ยกย่องผู้ช่วยและเชิญท่านว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์เข้ามาบรรยาย ทัศนา บุญทอง แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ และเรียกร้องให้คณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติบริสุทธิ์ยุติธรรมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ทัศนา บุญทอง ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตในราชการ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ไม่ได้ตั้งใจ และการแก้ไขปัญหาการทุจริตในกระบวนการทางกฎหมาย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการทุจริตในกระบวนการฟ้องร้องของหน่วยงานที่รับผิดชอบ และเสนอว่าป.ป.ช. ฟ้องแทนกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เพื่อสร้างความยุติธรรม
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ค่ะ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ขออนุญาตให้ความเห็นในส่วนของรายงานของคณะกรรมาธิ การปฏิรูปกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรมในเรื่องการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐนะครับ ยกตรงนี้ขึ้นมาก่อน ในหน้า ๑๑ ข้อ ๑.๕ โครงสร้างของกฎหมายไทยให้อํานาจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐมากและ ขาดความโปร่งใส เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในกรณีที่เราพยายามจะแก้หรือทํากฎหมาย เพื่อจะให้เจ้าหน้าที่รัฐมีอํานาจมากขึ้นนี่ มันเปึนประเด็นใหญ่ที่ไปสร้างการใช้ดุลยพินิจ มากขึ้นนี้นะครับ พวกผมเองที่อยู่ในภาคเอกชนนี่ก็คิดว่าถ้าตรงนี้คงจะเดือดร้อนมากขึ้น เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าหลักการทั้งหมดที่ยกกรณีศึกษาขึ้นมาก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าเรื่องทั้งหลา ย ทั้งปวงอยู่ที่ตัวบุคคล ไม่ได้อยู่ที่กฎหมายทั้งหมด กฎหมายอาจจะดีแต่คนไม่ดี อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็ไม่ได้ถูกแก้ไข เพราะฉะนั้นการที่เราจะไปออกกฎหมายแล้วก็ให้อํานาจมากขึ้น ๆ ดุลยพินิจมากขึ้น โดยที่กฎหมายเก่าก็ยังอยู่นี่ ก็คิดว่าตรงนี้คงต้องพิจารณาให้ดี เพราะฉะนั้น ในกรณีที่พูดถึงในเรื่องของ ป.ป.ช. หรือของผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่าถ้าเราได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ที่มาที่ไปตรงนี้จะสําคัญกว่ามากหรือเปล่า ถ้าเราให้ น้ําหนักกับตรงนี้มากนะครับ ได้คนดีเข้ามากฎหมายนี่เปึนเรื่องรอง เพราะว่าน่าจะใช้ ประโยชน์ได้นะครับ อันนี้เปึนประเด็นที่อยากจะพูดในที่นี้ในประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของกฎหมายนะครับ เรื่องบันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินคืนจากการทุจริต พ.ศ. .... ผมคงมีความเห็น เช่นเดียวกับท่านโกวิ ทซึ่งเปึนกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ในคํานิยามว่า โดยทุจริตนั้นซึ่งหมายถึงการกระทําหรือการละเว้นการกระทําอย่างใดอย่างหนึ่งโดยมิชอบ ด้วยหน้าที่หรือมิชอบด้วยกฎหมาย แล้วก็ว่าไป จุด จุด จุด นะครับ ส่วนสุดท้ายที่มาป่ดนั้น ก็คือไม่ว่าการกระทํานั้นจะเปึนความผิดทางอาญาหรือไม่จงใจ หรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ ก็ตาม อันนี้น่ากลัวครับ เพราะว่าการที่กระทําทุจริตนั้นผมคิดว่าถ้าระบุตรงนี้ออกไป ข้าราชการแทบจะลาออกหมดแล้วนะครับ ก็เห็นด้วยในการที่จะปราบปรามการทุจริต ทุกอย่าง ผมเปึนคนที่ไม่ชอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบมากนะครับ แต่การที่เขียนตรงนี้ไว้
ค่อนข้างจะบอกว่าเรื่องที่ประมาทหรือจงใจประมาทที่เรียกว่าประมาทเลินเล่อ หรือไม่เจตนาแบบนี้ ผมคิดว่ามันเข้าข่ายเยอะ ผมจะยกกรณีตัวอย่างที่มีประสบการณ์ ก็คือว่าการที่ข้าราชการคนหนึ่งไปขุดบ่อปลา แล้วเอาดินไปขาย เสร็จแล้วดินที่ขายมานั้น ก็เอาไปสร้างอาคารที่เปึนโรงเลี้ยงเด็ก เปึนโรงอาหารนะครับ ซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณ แผ่นดิน แล้วก็ระบุไว้หมดว่าสร้างในราคาเท่าไร จริง ๆ แล้วถามว่าผิดไหม ผิดนะครับ มันผิดระเบียบ ผิดอะไรของทางราชการ ผมไม่ใช่ข้าราชการ แต่โดยเจตนาแล้ว เขาไม่มีงบประมาณที่จะสนับสนุนในเรื่องโรงอาหาร เรื่องโรงเลี้ยงเด็ก แต่เขาไปขุดบ่อปลา เอาแผ่นดินคือทรัพย์สินคือดินไปขายแล้วมาสร้างตรงนี้ ถามว่าถ้าโดยไม่เจตนาตามข้อความ ตรงนี้แล้วมีความผิดด้วยนี่ ผมคิดว่าคงจะมีปัญหาสําหรับข้าราชการที่ดี ๆ อีกหลายคนครับ ผมไม่อยากให้อยู่บนพื้นฐานของการที่คิดว่าข้าราชการทุกคนนั้นทุจริต อันนั้นก็จะทําให้ มีปัญหาได้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมคิดว่าคงน่าจะพิจารณาในส่วนนิยามของคําว่า โดยทุจริตในประเด็นที่ ๒ นะครับ ส่วนประเด็นต่อมา เนื่องจากมีเวลาจํากัด อยู่ในกฎหมาย เข้าใจว่าเปึนวิธีสบัญญัตินะครับ การจัดตั้งศาลปัองกันและปราบปรามการทุจริต ในมาตรา ๑๘ ผมขออนุญาตใช้นัยแล้วกันนะครับไม่ต้องอ่านกฎหมาย คือปกติแล้ว ป.ป.ช. เมื่อชี้มูลก็ส่ง เรื่องไปที่อัยการ อัยการถ้าสั่งไม่ฟัอง อันนี้หมายความว่าจะให้ฟัองตรงได้เองที่ศาลนะครับ ผมคิดว่ากรณีอย่างนี้จริง ๆ แล้วในกรณีที่อัยการสั่งฟัองหรือไม่สั่งฟัองนี่ ศาลก็ยังมีสิทธิ ในการที่จะไต่สวนหรือไม่ไต่สวน แต่ในกรณีที่ ป.ป.ช. ส่งเรื่องไปที่อัยการ อัยการสั่งไม่ฟัอง ผมคิดว่าตรงนี้ถ้าจะให้ความเปึนธรรมต่อข้าราชการนั้นแล้ว มันมีอะไรบางอย่างนะครับ เราต้องเคารพคําวินิจฉัยของอัยการนะครับว่าสั่งไม่ฟัองต้องมีเหตุ เพราะฉะนั้นถ้าในกรณีที่ ป.ป.ช. จะฟัองเองนี้จริง ๆ ควรให้ศาลยุติธรรมไต่สวนมูลฟัอง ให้ไต่สวนมูลฟัองเลย ไม่ใช่ว่าแล้วแต่ศาลท่านจะไต่ สวนหรือไม่ไต่สวนก็ได้ เพราะว่ามันเปึนกรณีพิเศษนะครับ เพื่อจะให้เกิดความยุติธรรมและทําให้ข้าราชการดี ๆ ผมยังคิดว่ายังมีหลงเหลืออยู่ ถ้าเราไปคิดบนพื้นฐานว่าข้าราชการทุกคนเปึนทุจริตหมดนี่เราจะทํางานกันไม่ได้
เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ผมคิดว่าเพื่ อสร้างความยุติธรรม และทําให้เปึนขวัญกําลังใจ ของข้าราชการที่ดี ๆ อยู่บ้าง ตรงนี้ถ้าสามารถบัญญัติไว้ว่าในกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟัอง แล้ว ป.ป.ช. จะฟัองเองขอให้ศาลยุติธรรมไต่สวนมูลฟัอง เพื่อชี้ให้เห็นว่ามันเกิด ความแตกต่างกันอย่างไรครับ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม ในส่วนนี้ก็มีอยู่ ๓ ประเด็น กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสรณะ เทพเนาว์ ค่ะ