สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๐ · ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล เสนอแนะให้ปรับปรุงและยกร่างกฎหมายให้กระชับและชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นของการกำหนดองค์กรหลักในการพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย และให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายปฏิบัติหน้าที่ในการปฏิรูปกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความรอบคอบของการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

ขอบคุณค่ะท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ดิฉัน รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมายเลข ๐๐๗ ค่ะ ที่จริงดิฉัน ก็อยากจะเริ่มอภิปรายในลักษณะที่ตรงประเด็นมำก ๆ แล้วก็คิดว่าจะใช้เวลาให้สั้นที่สุด อยากจะติติงว่าท่านเสนอยาวเกินไป แล้วก็ท่านมีหัวข้อทั้งหมดตั้ง ๗-๘ ประเด็น ทําให้เรา ไม่สามารถที่จะใช้เวลา ๕ นาทีในการให้ความคิดเห็นของท่านได้ครบทุกประเด็นหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันเองก็พูดแทนสมาชิกว่าบางทีการเสนอต้องกระชับกว่านี้นะคะ ทีนี้ประเด็น ที่ดิฉันขอใช้เวลา ๕ นาทีพูดได้เพียง ๒ ประเด็น ประเด็นที่จะขอเสนอแนะก็คือประเด็นของ ข้อ ๑ จากคณะอนุกรรมาธิการจัดทํากฎหมาย ปรับปรุงและยกร่างกฎหมาย ในประเด็นที่ ท่านอาจารย์กิติพงศ์ได้เสนอไว้ ดิฉันคิดว่าบางช่วงยังขาดความชัดเจนแม้ว่าจะค่ อนข้างดี ว่าในสิ่งที่ท่านต้องการให้มีการปฏิรูปเกี่ยวกับการดําเนินการจัดทํา ปรับปรุงและยกร่าง กฎหมาย ๓ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องของการกําหนดองค์กรหลักในการพัฒนา และปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งข้อนี้จริง ๆ แล้วมันเปึนหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งมี พ.ร.บ. ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓ กําหนดไว้ชัดเจนในข้อ ๒ อยู่แล้ว ว่าเขาจะต้องมีหน้าที่ปรับปรุงกฎหมายและพัฒนากฎหมายของประเทศให้เปึนไปตาม รัฐธรรมนูญ โดยคํานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วในสิ่งที่ท่าน คิดว่าคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือ คปก. ทําหน้าที่ไม่ได้ดีในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่เรามี องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ แล้วก็องค์กรอื่น อันนี้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็มีเทียบเท่าคล้าย ๆ กับสํานักอัยการหรือคณะกรรมการ อัยการของท่านประสิทธิ์ที่ได้เสนอไป แล้วก็ พ.ร.บ. พ.ศ. ๒๕๕๓ ก็กําหนดหน้าที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านต้องไปทําให้เกิดความชัดเจนในตรงนี้ก็คือว่าจะทําให้คณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายปฏิบัติหน้าที่ในการปฏิรูปกฎหมายได้อย่างไรอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา ก็ทําไม่ได้เพราะอะไร เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่านจะไปกําหนดตรงนี้ให้เขาทําหน้าที่ได้ ดิฉันว่า ในอํานาจหน้าที่ของเขาบางทีอาจจะมากเกินไป เช่น ในข้อ ๕ เขาต้องไปเสนอความเห็นและ ข้อสังเกตต่อ ครม. และรัฐสภาเกี่ยวกับร่างกฎหมายทุกฉบับเลย ซึ่งเปึนไปไม่ได้เลย ที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรจะทําหน้าที่ในการปรับปรุงกฎหมายและพัฒนากฎหมาย

หรือทําการศึกษาวิจัย กฎหมายที่มีอยู่จัดหมวดหมู่ให้เปึนระเบียบ แล้วก็ทําให้เกิดมรรค เกิดผลตามที่ท่านต้องการ ไม่ใช่ว่าจะต้องไปพิจารณาให้ข้อสังเกตร่างกฎหมายใหม่ทุกฉบับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่านเสนอ ๓ ข้อ การกําหนดองค์กรหลักในการพัฒนาและปรับปรุง กฎหมาย ดิฉันคิดว่าจริง ๆ มีอยู่แล้วไม่ต้องไปกําหนด เพราะเปึนหน้าที่ของคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนข้อ ๒ ที่ท่านจะปรับปรุงกระบวนการการร่างกฎหมายของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอ่านแล้วใน ๕ ข้อของท่าน ดิฉันคิดว่าในหลายข้อทําไม่ได้ แล้วก็ยัง ไม่ค่อยจะเปึนความจริงที่จะทําได้นะคะ ยกตัวอย่างเช่นในข้อที่จะไปกําหนดให้ว่ากฤษฎีกา ควรจะทํางานเหลือเพียงแค่นั้นแค่นี้ แล้วก็ ครม. ควรจะต้องฟังใครอีกบ้าง หรือรัฐสภาต้อง ฟังใครบ้าง ดิฉันว่าตรงนี้ยังไม่เปึนไปตามจริง ควรจะพิจารณาแก้ไขตรงนี้ด้วยนะคะ ส่วนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในข้ อ ๓ ดีแล้ว เพราะว่าเราจําเปึนจะต้องให้มี การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่อย่างไรก็ตามดิฉันก็อยากจะติติงว่าในเรื่องของ การที่ท่านเสนอมาทั้งหมด ท่านอย่าลืมว่าประเด็นปัญหาที่ท่านบอกว่าในการตรากฎหมาย ในปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ แล้วท่านก็พูดออกมาทั้งหมดประมาณ ๑๐ ประเด็น ซึ่งกฎหมายที่ท่านตรานี้หรือสิ่งที่ท่านเสนอมันจะมาแย้งกับข้อนี้เอง ดิฉันก็ขอยกตัวอย่าง เพื่ออภิปรายสนับสนุนท่านโกวิทว่าในร่าง พ.ร.บ. ฉบับคุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดิน คืนจากการทุจริต พ.ศ. ....

จริง ๆ แล้วด้วยแนวคิดหลักการและเหตุผลดิฉันคิดว่าสมาชิกทุกคนเห็นด้วยว่าใครทุจริต เอาเงินหรือเอาทรัพย์สมบัติของแผ่นดินไปก็ต้องเรียกคืนได้ แต่ในองค์กรที่มีอยู่ในกฎหมาย ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี่ทําให้เกิดขึ้นให้มีประสิทธิภาพเขาทํางานได้ไม่จําเปึนจะต้องไปสร้าง กฎหมายหรืออํานาจใหม่ออกมา เพราะว่ามันไปขัดกับประเด็นปัญหาที่ท่านยกว่า ความขัดแย้งกันของกฎหมายของหน่วยงานที่ใช้กฎหมายต่างฉบับกัน ในที่นี้ก็คือกฎหมาย ขององค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ และ พ.ร.บ. ของ สตง. ก็จะเกิด ความซ้ําซ้อนกัน รวมทั้งศาลด้วยบางประเด็น เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะติงว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่รอบคอบในการนําเสนอเข้ามาให้เราพิจารณาในวันนี้อย่างมากมาย ซึ่งเราไม่ได้ อ่านละเอียด แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าจริง ๆ แล้วข้อเสียที่จะเกิดตามมาในทางที่ ปฏิบัติไม่ได้นี่มันมากน้อยขนาดไหน แต่ดิฉันว่ามันรีบด่วน แล้วก็ไม่รอบคอบ แล้วก็ไม่เปึนไป ตามหลักการที่ควรจะเปึน ขอบพระคุณค่ะ