สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๐ · ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

คณิศร ขุริรัง หารือเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเสนอแนวคิดในการปฏิรูปการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพผู้ติดยาเสพติด รวมถึงการยกฐานะหน่วยงานให้มีศักยภาพในการบำบัดรักษา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างนิคมพึ่งตนเองและสถานประกอบการที่สมัครใจรับผู้ติดยาเสพติด นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการกักขังผู้ต้องขังและผู้ติดยาเสพติด และเรียกร้องการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันและปราบปรามการเสพติด

นายคณิศร ขุริรัง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะกรรมาธิการครับ ต้องยอมรับว่าปัญหา ยาเสพติดให้โทษที่เกิดและมีอยู่กับประเทศไทยนั้นมีมาอย่างยาวนาน และนับวัน ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรม จึงได้ศึกษาเกี่ยวกับการปฏิรูปการปัองกันและปราบปรามยาเสพ ติดให้โทษ โดยเชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มจากต้นน้ํา นั่นก็คือตํารวจ ทนายความ อัยการ ศาล กลางน้ํา แม้กระทั่งปลายน้ํานั่นก็คือกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบําบัดแก้ไขผู้ติดยาเสพติดให้โทษ การพิจารณาศึกษาการปฏิรูป การปัองกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ แบ่งออกได้เปึน ๓ ประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. การปฏิรูปด้านนโยบายของรัฐเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด

๒. การปฏิรูปด้านการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้ค้ายาเสพติด ๓. การปฏิรูปด้านการบําบัด ฟุ๋นฟู ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ไปประเด็นแรกครับประเด็นที่ ๑ การปฏิรูปด้านนโยบายของรัฐ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหายาเสพติดมีผลกระทบต่อประเทศไทยในทุกระดับ ตั้งแต่เรื่องฐานะรัฐในเวทีระหว่างประเทศทั้งระดับโลกแล ะระดับภูมิภาค และเปึน วาระสําคัญของประเทศสมาชิกอาเซียน และปัญหายาเสพติดยังเชื่อมโยงระบบความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมภายในประเทศ โดยส่งผลกระทบไปจนถึงการดําเนินชีวิต ของประชาชนทุกระดับชั้น โดยมีเปัาหมายของการปฏิรูปนโยบายด้านยาเสพติดเพื่อให้ เกิดผลดังนี้ ๑. มีนโยบายด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ส่งผลให้สามารถลดปริมาณ ยาเสพติดภายในประเทศ นําผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนบําบัดรักษาและติดตามดูแล ช่วยเหลือตลอดจนปัองกันผู้เสพรายใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ๒. โครงสร้าง ของสํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบป รามยาเสพติด ซึ่งเปึนองค์กรกลาง ด้านการอํานวยการปัองกันและแก้ปัญหายาเสพติดให้มีความเหมาะสม สามารถขับเคลื่อน นโยบายยุทธศาสตร์และแผนการปัองกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศได้อย่างเปึน เอกภาพ ๓. มีหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบภารกิจด้านการบําบัดรักษาและฟุ๋นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติดเพื่อให้ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดได้รับการดูแลที่เหมาะสม รวมทั้งมีระบบข้อมูล ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดที่เปึนเอกภาพทั้งระดับประเทศและระดับพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อให้นโยบาย ของรัฐที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดมีประสิทธิภาพเห็นควรให้มีการปฏิรูปใน ๓ ด้าน ได้แก่การปฏิรูปนโยบายด้านแก้ไขปัญหายาเสพติด การปรับโครงสร้างหน่วยงานกลาง สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามยาเสพติด การปรับโครงสร้างหน่วยงานด้าน บําบัดฟุ๋นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ซึ่งจะต้องดําเนินการไปทั้ง ๓ ส่วนพร้อม ๆ กัน โดยให้ ความสําคัญด้านงานปัองกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปใช้ยาเสพติด ขับเคลื่อนงานให้เปึนรูปธรรม และต่อเนื่อง การปฏิรูปด้านที่ ๒ การปฏิรูปด้านการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้ค้ายาเสพติด ในปัจจุบันนี้การค้ายาเสพติดนั้นวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว การสืบสวน จับกุม และดําเนินคดี กับผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเปึนผู้เสพหรือถ้าเปึนผู้ค้าก็เปึน เพียงผู้ค้ารายเล็ก ในปัจจุบันนี้เขาแบ่งงานกันนะครับผู้สั่งยาเสพติด เจ้าของเงิน ผู้ลําเลียง ผู้ที่พักยาเสพติด สถานที่พักยาเสพติด ผู้จําหน่ายยาเสพติด เพราะฉะนั้นกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องทํางานกับผู้ค้ายาเสพติดทั้งหมดหลีกเลี่ยงปรับเปลี่ยนวิธีการการเข้าถึงยาเสพติด

หาวิธีการว่าเขามีผลตอบแทนของผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่อย่างไร ทําให้การสืบสวน การจับกุมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ที่ไม่สามารถลงโทษผู้กระทําความผิดกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ข้างต้นจึงเห็นควรมีการปฏิรูปกฎหมายยาเสพติดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น นิยามหรือคําจํากัดความ ของผู้ค้ายาเสพติดใหม่ การแยกระดับการเข้ามามีส่วนร่วมกับอาชญากรรมยาเสพติด การลดทอนความเปึนอาชญากรรมมากขึ้น การปราบปรามและการลงโทษควรมุ่ง ไปยังเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด จําแนกตามบทบาทของการกระทําความผิด การพิจารณาคดี ยาเสพติดควรจะมีขึ้นในศาลคดียาเสพติดหรือศาลชํานาญการพิเศษ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการดําเนินคดียาเสพติดให้เกิดผลยิ่งขึ้น ประเด็นการปฏิรูป ๑. นิยาม หรือคําจํากัดความของผู้ค้ายาเสพติดว่าเปึนผู้ใดบ้าง เพื่อให้ครอบคลุมทั้งเครือข่ายของ ผู้ร่วมกระทําความผิด

นั่นก็คือกําหนดประเภทของผู้ค้ายาเสพติดเปึนรายใหญ่ รายกลาง รายย่อย โดยใช้หลักเกณฑ์ พิจารณาจําแนกตามบทบาทการกระทําความผิด เช่น หลักเกณฑ์จากการใช้ จากหน่วย การใช้ น้ําหนักและปริมาณสำรสุทธิ รวมถึงลักษณะพฤติกรรมแห่งคดีเปึนตัวกําหนด รายใหญ่ระดับหัวหน้ามีบทบาทในการสั่งการ บงการในเครือข่ายยาเสพติดมีอิทธิพลเหนือกับ ผู้ค้ารายย่อยจะดําเนินการอย่างไร จะแยกการบังคับใช้กฎหมายหรือแยกการกระทําความผิด หรือไม่ อย่างนี้ก็ต้องมาพิจารณากัน ๒. กําหนดประเภทของผู้ค้ายาเสพติดให้เปึนผู้ค้า ยาเสพติดรายใหญ่ รายกลางและรายเล็ก เนื่องจากกฎหมายยาเสพติดปัจจุบันยังกําหนด อัตราโทษของผู้ค้ายาเสพติดทั้งหมดไว้เท่ากัน ทั้งนี้ความรุนแรงของการกระทําความผิด จะแตกต่างกันออกไป โดยจะต้องพิจารณาจากการแบ่งหน้าที่ของบุคคลในกระบวนการนั้น ๆ เช่น นายทุนผู้เปึนเจ้าของเงิน เจ้าของยาเสพติด ผู้ขนลําเลียงยาเสพติด สถานที่พักยาเสพติด รวมทั้งผู้จําหน่ายยาเสพติดหรือผู้สนับสนุนทางการเงินทางการบัญชี หรือให้การช่วยเหลือ ในด้านใด ๆ เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดอย่างนี้เปึนต้น ประเด็นสุดท้ายครับ ประเด็นที่ ๓ การปฏิรูปด้านบําบัดฟุ๋นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด จะเห็นได้ว่ากฎหมายยาเสพติดที่ออกมา เพื่อใช้บังคับในสังคมมีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องคํานึงถึงปัจจัยหลาย ๆ ประการ เช่น สิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึงวิธีการต่าง ๆ ในเรื่องของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนา อย่างไม่มีขีดจํากัด โดยกฎหมายที่นํามาบังคับใช้กับคนในสังคมต้องเปึนกฎหมายที่นํามาบังคับใช้ ให้มีความเปึนธรรมและมีประสิทธิภาพต่อสังคมกับคนทุกระดับชั้น ดังนั้นปัญหายาเสพติด จะยังไม่หมดสิ้นไปจากสังคมเรานะครับ ก็คงต้องออกกฎหมายเพื่อมาบังคับใช้ให้ปัองกันและ ปราบปรามยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปด้านการบําบัดฟุ๋นฟู ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ผมจะไปอย่างรวดเร็วนะครับ ๑. ปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐานโดยเพิ่มหลักสูตรวิชาความเสียหายและภัยจากยาเสพติดให้โทษ ซึ่งจะต้องบรรจุ ในหลักสูตรไม่ว่าจะชั้นปฐมวัย ชั้นมัธยมศึกษา ชั้นมหาวิทยาลัยก็ดี ๒. ให้มีการกําหนดอายุ โครงการบ้านสีขาว โรงเรียนสีขาวนะครับ ให้มีการปรับปรุงเฝัาระวังการทํางานให้มี ประสิทธิภาพสร้างความเข้มแข็งให้กับโรงเรียนชุมชนและยกย่ององค์กรผู้ทําหน้าที่โครงการ ดังกล่าวให้ได้รับรางวัลตามความเหมาะสม ๓. การบัญญัติประเภทชนิดและปริมาณของ ยาเสพติดควรให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเปึนผู้มีอํานาจ ทั้งนี้เพื่อเปึนการทันต่อ สถานการณ์ปัจจุบันหากจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงยาเสพติดแต่ละประเภท ประเภท ๑

ประเภท ๒ ประเภท ๓ อย่างนี้เปึนต้น ๔. จะต้องยกฐานะหน่วยบําบัดฟุ๋นฟูให้มีฐานะ เปึนกรม ซึ่งจะมีศักยภาพในการบําบัดรักษา ๕. ให้หน่วยงานของรัฐสร้างนิคมพึ่งตนเอง เพื่อรองรับผู้ที่ผ่านการบําบัดฟุ๋นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดที่บําบัดหายขาดแล้วให้มาอยู่ ในนิคมพึ่งตนเองเพื่อทําเปึนรูปแบบบริษัทเอกชนในภาคธุรกิจ สามารถติดต่อนิคมดังกล่าว เพื่อผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด โดยใช้แรงงานผู้ที่ผ่านการบําบัดผู้ติดยาเสพติด เปึนสําคัญ ๖. รัฐต้องส่งเสริมสถานประกอบการที่สมัครใจรับผู้ติดยาเสพติดหรือผู้ที่เสพ ยาเสพติดที่ผ่ำนการบําบัดแล้วและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีการทํางาน ซึ่งทําให้ สถานประกอบการจะได้รับการยกเว้นภาษีและได้รับสิทธิพิเศษจากหน่วยงานของรัฐ

๗. กรณีกฎกระทรวงกําหนดสถานที่อื่นที่ใช้ในการขังผู้ซึ่งต้องจําคุกตามคําพิพากษาถึงที่สุด พ.ศ. ๒๕๕๒ และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๙/๑ และมาตรา ๘๙/๒ (๑) และมาตรา ๒๔๖ นั้น ประเด็นสถานที่กักขังเห็นว่า กรณีผู้เข้ารับการบําบัด ฟุ๋นฟูควรนําไปยังสถานที่อื่นเ ปึนเอกเทศเฉพาะ โดยแยกจาก ผู้ต้องหาที่กระทําความผิดอาญาออกเปึน ๒ กลุ่ม ก็คือแยกผู้ต้องหาที่กระทําความผิด ในคดีอาญาทั่วไป และผู้ที่กระทําผิดตามพระราชบัญญัติฟุ๋นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ สุดท้ายครับ ข้อ ๘ ให้มีมาตรการการค้นหาผู้เสพยาเสพติดเพื่อปัองกัน ปราบปรามผู้เสพรายใหม่ และคุมเข้มผู้เสพเดิม ตลอดจนคุมเข้มสถานที่ที่อาจเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดได้ เช่น สถานศึกษา สถานประกอบการ สถานบันเทิง โดยให้สถานศึกษา สถานประกอบการ โรงพยาบาลของรัฐ หรือเอกชน ตลอดจนโรงพยาบาลชุมชน มีหน้าที่และสามารถสุ่มตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ โดยดําเนินการตรวจเบื้องต้นแบบ ไม่ยืนยันผล หากพบสารเสพติดผู้นั้นจะถูกจําแนกออกมาทําประวัติ เพื่อทําการตรวจ ปัสสาวะซ้ํา หากตรวจปัสสาวะครบ ๓ ครั้ง ยังพบสารเสพติดต้องมีการตรวจพิสูจน์ปัสสาวะ แบบยืนยันผล เพื่อเข้าบําบัด ฟุ๋นฟู ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดให้ทันเวลา หากไม่สามารถ ดําเนินการฟุ๋นฟูตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐๘/๒๕๕๗ ดังกล่าวได้ จําเปึนจะต้องเข้าสู่กระบวนการฟุ๋นฟูสมรรถภาพตามพระราชบัญญัติฟุ๋นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ต่อไป ปัญหายาเสพติดถือว่าเปึนปัญหาที่สําคัญครับ ประเทศชาติของเราจะขับเคลื่อนต่อไปได้เราจะต้องแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน