อุดม เฟื่องฟู หารือเรื่องการปฏิรูปองค์กรชั้นศาล โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของศาลต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ โดยเสนอพระราชบัญญัติคุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินคืนจากการทุจริต และการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจขององค์กรการตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึงการสร้างศาลป้องกันการทุจริตและวิธีพิจารณาคดีป้องกันการทุจริต โดยมีศาลชำนาญการพิเศษดูแลคดีทุจริตทางอาญาและทางแพ่ง
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ กระผม นายอุดม เฟ๋ืองฟุัง สมาชิก สปช. ในฐานะกรรมาธิการ ผมได้รับ มอบหมายจากคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้ทําหน้าที่เปึน อนุกรรมการปฏิรูปในองค์กรชั้นศาล ซึ่งการปฏิรูปองค์กรชั้นศาลนั้นมันก็มีอยู่ด้วยกัน ๔ ศาล ปัจจุบันนี้ก็เฉพาะในส่วนที่เรียกว่าเปึนอํานาจของฝ์ายตุลาการ ในชั้นแรกผมได้เชิญ ท่านผู้แทนศาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลทหาร และศาลยุติธรรม มาทําความเข้าใจกันว่าในบทบาทของอํานาจตุลาการคือศาลทั้งหลาย เหล่านี้นั้น ท่านมีความคิดเห็นในเรื่องบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาแล้ว ตั้งแต่สมัย ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมา จนถึงป้ ๒๕๕๐ และจนถึงฉบับชั่วคราวนี้ว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับ จะมีหมวดว่าด้วยความมั่นคงแห่งรัฐ ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ว่าด้วย แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐว่าพวกเราจะทําความเข้าใจในหมวดทั้งสามนี้อย่างไร ท่านก็จะ เข้าใจกันเปึนส่วนใหญ่ว่าหมวดต่าง ๆ เหล่านี้เปึนหมวดที่จะต้องเปึนภารกิ จของ ฝ์ายนิติบัญญัติ และฝ์ายบริหารเสียเปึนส่วนใหญ่ ผมก็ต้องทําความเข้าใจกันว่าหมวดใหญ่ ๆ ทั้ง ๓ หมวดของรัฐธรรมนูญนี้เปึนส่วนที่อยู่ในอํานาจของทั้ง ๓ อํานาจ คือนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เพียงแต่แบ่งแยกกันดูแลเพื่อให้หมวดนี้ได้ประสบความสําเร็จโดยรักษา ระยะห่างระหว่างกัน อย่าให้เปึนที่ขัดแย้งกัน เพียงแต่ว่าต้องเรียกว่าจุนเจือ หรือว่าทํางาน ร่วมกันให้เกิดผลใน ๓ ประเด็นหลักนี้ นี่เปึนแนวคิดที่เราวางระบบไว้ในแวดวงของชาวศาล ทั้งหลาย ส่วนในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เราก็บอกว่าหน้าที่ของท่านนี่มันจะต่างกับ
๓ ศาล เราจะมีวางบริบทไว้ต่างหากอีกส่วนหนึ่ง ทีนี้ในสรุปหลักการของการปฏิรูปในชั้นศาลนั้น ก็จะมีการปฏิรูปในส่วนของศาลยุติธรรม ซึ่งเราจะพยายามสร้างระบบนําผู้พิพากษาที่มี อาวุโสสูงลงไปสู่การพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น เพราะว่าในความยุติธรร มแท้จริงนั้น ความสําคัญนี่จะอยู่ที่ศาลชั้นต้น เพราะศาลชั้นต้นเปึนผู้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่จะชี้ขาด ตัดสินเปึนศาลแรก แล้วก็มีการอุทธรณ์ ฎีกาขึ้นไปตามลําดับชั้นศาล การพิจารณา ในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานั้น เพียงแต่ว่าจะต้องอาศัยข้อมูลชั้นต้นเปึนสําคัญ เพราะฉะนั้น คําพูดของเราที่ว่าต้นธารของกระแสความยุติธรรมนั้นที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ แล้วก็ศาล ถ้าต้นธารใส ปลายทาง กลางทางมันก็ใส ในศาลชั้นต้นก็เหมือนกันเปึนต้นธาร ของอํานาจตุลาการ
เพราะฉะนั้นเราจะสร้างระบบให้ไปอยู่ที่ความสําคัญที่ศาลชั้นต้น โดยมีผู้พิพากษาที่มีอาวุโสแล้ว เปลี่ยนจากระดับในการบริหารงานเอาพวกศาลในศาลสูงตั้งแต่หัวหน้าคณะศาลฎีกา ไปเปึนอธิบดีศาลชั้นต้น อธิบดีผู้พิพากษาภาค แล้วก็จะปรับเปลี่ยนสถานะของผู้พิพากษา หัวหน้าศาลในทํานองเดียวกับผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์ ซึ่งต้องมีอายุความเปึนผู้พิพากษา ประมาณ ๒๐ ป้ขึ้นไป แล้วก็ให้มีหลักประกันพอสมควรในการทําหน้าที่ แล้วก็รักษา ระยะห่างระหว่างผู้ที่ทํา หน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมในชั้นพนักงานอัยการและในชั้น ตํารวจด้วย นี่เปึนหลักการสําคัญ ๆ ส่วนในศาลปกครองนั้นเรามีแนวคิดว่าจะต้องสร้าง ศาลปกครองให้เกิดขึ้นมา โดยมีบุคลากรที่ศาลปกครองเองเปึนผู้ก่อตั้งปลูกฝังมาให้ฝ๊กหัด มาตั้งแต่ต้น เหมือนกับต้องเกิดที่ศาลปกครอ ง โตที่ศาลปกครอง แล้วก็พ้นไปจากที่ ศาลปกครอง เพราะขณะนี้ตามที่ได้ทราบระบบของศาลปกครองนั้นท่านใช้วิธีการรับจาก ข้าราชการฝ์ายอื่นมาทําหน้าที่เปึนศาลปกครอง ในกรณีอย่างนี้ผมก็เลยคุยกับทาง ศาลปกครองว่าศาลปกครองของเราจะเข้มแข็งต่อไปต้องอยู่อีกเปึนร้อยป้ เหมือนกับ ศาลยุติธรรมที่อยู่มา ๑๔๐ ป้ ท่านจะต้องคลอดบุตรเอง ไม่ใช่ใช้วิธีอุ้มบุญ ก็ทําความเข้าใจกัน ในส่วนนี้ ซึ่งเราจะจัดตั้งศาลปกครองออกมาในรูปแบบนั้น ในส่วนของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เราต้องการให้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญ โดยที่เราจะขอให้ท่าน เขียนวิธีพิจารณาให้มันชัดเจนว่าท่านจะทําหน้าที่ตรงไหน อย่างไรแน่ แล้วอยากจะให้มี บทบัญญัติในการคุ้มครองตัวเองของศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะที่เกี่ยวกับความสงบในบริเวณ ศาลเท่านั้น ไม่ใช้ตัวบทกฎหมายละเมิดอํานาจเหมือนศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง เพราะเราเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญท่ำนเปึนศาลการเมืองต้องอยู่ในคําวิพากษ์วิจารณ์ได้ ส่วนศาลทหารนั้นเราได้ทําความเข้าใจกับศาลทหารแล้ว ก็เปึนที่เชื่อถือได้ว่าศาลทหาร ของเราคงจะไม่มีอะไรปรับปรุงใหม่ เพราะว่าหลักการที่ศาลทหารทํามาก็เปึนที่ยอมรับ แล้วก็มีมาใกล้ ๆ กับศาลยุติธรรมเหมือนกันหรืออาจจะก่อนกว่าด้วย สมัยก่อนอาจจะเปึน ศาลอาญาศึกอย่างนั้น แล้วผมก็รับรองว่าความเปึนตุลาการของศาลทหารนั้นไม่ได้แตกต่าง ไปจากศาลยุติธรรมเลย เพราะว่ามีบางคนที่ไปกล่าวหาศาลทหารว่าจะต้องอยู่ในบังคับบัญชา ทหารนั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านระลึกถึงคดีใหญ่สําคัญเรื่องหนึ่งเมื่อประ มาณสัก ๕๐-๖๐ ป้ที่แล้ว สมัยท่านจอมพลสฤษดิ์ท่านรับผิดชอบแต่ผู้เดียวนั้น ท่านดําเนินคดี ในข้อหาที่เกี่ยวกับความนิยมลัทธิต่างกันกับพระสงฆ์ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งใช้เวลาพิจารณาคดี
ไปจนกระทั่งท่านยังอยู่ในตําแหน่ง ในที่สุดศาลทหารนั้นก็พิพากษายกฟัอง จนภายหลัง พระสงฆ์ที่ทรงสมณศักดิ์องค์นั้นท่านก็กลับมาได้ดํารงตําแหน่งถึงสมเด็จพระราชาคณะ นี่เปึนสิ่งที่เราต้องการจะปฏิรูปศาลต่าง ๆ ทั้ง ๔ ศาลให้อยู่ในหลักการโดยสั้น ๆ อย่างที่ กล่าวข้างต้น ส่วนที่จะปฏิรูปในปัจจุบันนี้เราก็จะมีการแก้ไขกฎหมายทั้งในส่ วนสารบัญญัติ และวิธีสบัญญัติที่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีของศาลต่าง ๆ ให้มันทันกับเวลา แล้วก็ไม่ต้อง ใช้เวลามากเกินไป อะไรที่จะกําหนดเวลาได้ก็จะกําหนดเวลา ในการทําหน้าที่ของศาลไม่ให้ ใช้เวลาล่วงเลยมากเกินสมควรไปนัก อีกประการหนึ่งปัจจุบันนี้ในฐานะที่ผมเปึนกรรมาธิการ ในกระบวนการยุติธรรมชั้นศาล
ก็ได้ร่วมกับอนุกรรมาธิการองค์กรอิสระได้เสนอกฎหมายขึ้นมาในปัจจุบันนี้ ๒ ร่างด้วยกัน ซึ่งกฎหมายทั้ง ๒ ร่างนี้ได้ผ่านความเห็นชอบของอนุกรรมำธิการทั้ง ๒ คณะ คือ คณะกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลและคณะกระบวนการยุติธรรมในชั้นองค์กรอิสระ ซึ่งท่านประสิทธิ์เปึนประธานอนุกรรมาธิการอยู่ ในหลักการของกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ ฉบับแรก คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินคืนจากการทุจริต พ.ศ. .... ซึ่งเปึนกฎหมายในส่วนสารบัญญัติ และฉบับที่ ๒ ก็คือร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปัองปราม การทุจริตและวิธีพิจารณาคดีปัองปรามการ ทุจริต พ.ศ. .... ส่วนนี้เปึนวิธีพิจารณาคดี เปึนวิธีสบัญญัติซึ่งกฎหมาย ๒ ฉบับนี้จะต้องอ่านประกอบกันและก็คู่กันไปเราได้นํากฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับนี้เข้าอนุกรรมาธิการทั้ง ๒ อนุกรรมาธิการ ทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็ผ่านมาเข้า กรรมาธิการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่เสนอต่ออยู่ในมือของท่านสมาชิกที่เคารพ ทั้งหลายเหล่านี้นะครับ ข้อที่จะชี้แจงหลักการของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ ก็ต้องขออาศัย ความเชื่อถือในสิ่งที่เรานับถือคือคําของพระที่มีชื่อเสียงที่ท่านให้ความเห็นไว้ว่ากระบวนการ ทุจริตของประเทศไทยนี้มีกว้างขวางจนกระทั่งมีคนบางส่วนหรือสังคมบางส่วนยอมรับได้ว่า การทุจริตนี้ยอมรับได้เปึนบางส่วนถ้าหากว่ามีส่วนได้ผลประโยชน์ที่ได้รับมาบ้าง ซึ่งท่าน ก็บอกว่าการทุจริตนับว่าเปึนภัยร้ายแรงแล้ว แนวคิดหรือทัศนคติของสังคมที่ว่าการทุจริต ยังมีส่วนที่ดีจะเปึนภัยที่ร้ายแรงยิ่งกว่า ท่านก็ชักชวนสังคมว่าควรจะ ต่อต้านไม่ให้ เกิดวัฒนธรรมที่มีความนิยมในการทุจริต ซึ่งเราก็เห็นว่าน่าจะเปึนแนวคิดของพระสงฆ์ ที่เปึนที่พึ่งได้ แนวคิดในการร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ผมจะขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าเราอาศัยแนวคิดด้วยหลัก ๔ ประการ คือ อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต้านทานการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ ที่ประเทศไทยเปึนภาคีและได้ให้สัตยาบัน อนุสัญญาดังกล่าวแล้ว ประการที่ ๒ คือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริต ประการที่ ๓ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา คดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและกฎ หมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน ที่นําหลักการทั้ง ๔ ประการนี้มาประมวลเปึนร่างกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนี้ จะเปึนกฎหมายที่แตกต่างกับกฎหมายที่เรามีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนกฎหมาย ฉบับที่ ๑ และกฎหมายฉบับที่ ๒ กฎหมายฉบับที่ ๑ นั้นเปึนส่วนที่เกิดขึ้ นมาโดยที่ว่า นําความคิดและหลักกฎหมายตามสนธิสัญญาของอนุสัญญาต่อต้านคอร์รัปชันของ
สหประชาชาติเปึนหลักซึ่งในอนุสัญญาต่อต้านคอร์รัปชันของสหประชาชาตินั้นบริบท เขาค่อนข้างจะกว้างกว่าประเทศเรามาก ไม่ว่าจะให้คํานิยามในเรื่องเกี่ยวกับอะไร แม้กระทั่ง ในคํากล่าวในอนุสัญญาเองท่านก็บอกว่าในการที่จะต้องช่วยกันปัองกันและปราบปราม การทุจริตนั้นจะต้องดําเนินการทั้งอาญา ทางแพ่งและในทางปกครอง ซึ่งในทางปกครอง เราก็ได้ทราบว่า ทางอนุกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายเพื่อการปัองกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบท่านก็เสนอไปจัดตั้งศาลขึ้นที่ศาลปกครอง ซึ่งเราก็เห็นด้วยในหลักการ ซึ่งมันเปึนไปตามอนุสัญญาและกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ เราก็ได้ไปเสนอความเห็นต่อ คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายเพื่อการปัองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ก็ได้รับแจ้งจากท่านประธานอนุกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายเพื่อการปัองกันและปราบปราม การทุจริต และประพฤติมิชอบ มายังท่านประธานกรรมาธิการด้านกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรมว่าท่านอนุกรรมาธิการในฝ์ายนั้นเห็นด้วยกับหลักการของกฎหมาย ๒ ฉบับนี้
หลักการเราต้องเปึนที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่าบางท่านอาจจะไม่ทราบว่าความเสียหายหรือ ความสูญเสียจากการทุจริตคอร์รัปชันของเราที่ผ่านไป ในระยะประมาณสัก ๔-๕ ป้มานี้ หรือประมาณตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ มาจนถึงป้ ๒๕๕๘ ก็ ๑๐ กว่าป้นี้ จํานวนเงินทุจริตคอร์รัปชัน มันนับเปึนจํานวนหลายแสนล้านหรือเปึนจํานวนหลายล้านล้าน ซึ่งที่ผมพูดนี้ไม่ใช่ว่า ผมมานึกเอาหรือมโนเอา เราได้พบได้เห็นจากการตรวจสอบในช่วงหนึ่งที่ผมไปทําหน้าที่เปึน คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่เกิดความเสียหายแก่รัฐนั้น เฉพาะรายการเดียวคือ สนามบินสุวรรณภูมินี้นั้นมูลค่าของความเสียหายเกือบล้านล้าน แต่ว่าผลของการตรวจสอบ ในการกระทําโดยมิชอบหรือโดยทุจริตในองค์กรที่สนามบินสุวรรณภูมินั้นเปึนที่น่าเสียดายว่า ไม่เคยขึ้นมาสู่ศาลเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าสํานวนการตรวจสอบไต่สวนทั้งหมดนี้มีประมาณสักเกือบ ๑๐ เรื่องหายไปไหนหมด ก็ต้องทวงถามจากผู้รับผิดชอบต่อไป ผมจะกราบเรียนเสนอ ร่างกฎหมายในร่างที่ ๑ ซึ่งในร่างที่ ๑ นี้คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองติดตามทรัพย์สิน ของแผ่นดินคืนจากการทุจริต เปึนกฎหมายในส่วนสารบัญญัติที่ต้องการไม่ให้ทรัพย์สิน ของแผ่นดินต้องสูญเสียไปโดยไม่มีเครื่องมือในการคุ้มครองและติดตามคืนโดยข้อที่จะต้อง ทําความเข้าใจกับท่านที่เคารพทั้งหลายสั้น ๆ ก็คือว่าในมาตรา ๔ มีการกําหนดบริบท ของถ้อยคําที่เราจะใช้บังคับตามกฎหมายนี้โดยยึดถือเอาแนวคิดของสนธิสัญญาต่อต้าน การทุจริตของสหประชาชาติเปึนหลัก ซึ่งกว้างขวางกว่าของเรามาก เพราะฉะนั้นบริบท ของคําหรือนิยามต่าง ๆ ในกฎหมายฉบับนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเปึนบริบทของคํานิยาม ที่เรียกว่าลอกมาจากคําแปลของอนุสัญญาต่อต้านการทุจริตจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากท่านทูตอดิศักดิ์ท่านอนุเคราะห์มา แล้วก็ต้องติดตามหา คํานิยามของแผ่นดินให้กว้างขวางเข้าไปก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทางฝ์ายทหารเรือ ซึ่งได้อาศัยท่านพะจุณณ์ได้หาความรู้จากผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมายทางทะเลซึ่งมีอยู่จํานวน ที่เฉพาะในกองทัพเรือเท่านั้น แล้วกําหนดผู้รักษาการตามกฎหมายนี้โดยถือเอาว่าหน่วยงาน สําคัญที่ทําหน้าที่ในส่วนนี้มาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ตั้งขึ้นมาคือ สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเปึนสํานักงานที่มีความเ ก่าแก่ตามที่ผมได้ไปสัมผัสทํางาน ร่วมกับสํานักงานแห่งนี้ประมาณป้เศษ ในตอนทําหน้าที่เปึน คตส. ก็มีที่เห็นได้ว่า ประสิทธิภาพ คุณภาพและความมุ่งมั่นในการรักษาทรัพย์สินของแผ่นดินขององค์กรนี้ มีค่อนข้างจะสูงและเปึนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ เรียกว่าเปึนมืออาชีพและมีอุดมการณ์ในการที่จะ
เปึนข้าราชการของแผ่นดิน เราจึงได้ร่างกฎหมายสร้างอํานาจขององค์กรนี้เพิ่มเข้ามา ซึ่งจะแบ่งเปึนหมวดการจัดการทรัพย์สินของแผ่นดิน ซึ่งมีตามมาตรา ๕ และมาตรา ๘ มีสาระสําคัญคือกําหนดอํานาจหน้าที่ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่น ดินและบุคคล ในสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตามมาตรา ๕ กําหนดการกระทําที่เปึนการกระทํา เอาไปซึ่งทรัพย์สินของแผ่นดินและผู้ที่จะต้องรับผิดชอบอย่างครบถ้วนตลอดสายตาม มาตรา ๖ และมาตรา ๘ กําหนดวิธีการจัดทรัพย์สินของแผ่นดินตามมาตรา ๗ และกําหนด การเรียกร้องทรัพย์สินของแผ่นดินที่จะติดตามคืนไม่มีกําหนดเวลาตามมาตรา ๙
ในหมวดการตรวจสอบไต่สวนก็สร้างอํานาจการตรวจสอบไต่สวนของคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน และท่านผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่จะตั้งกรรมการตรวจสอบ ทํานองเลียนแบบเดียวกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. และอาศัยอํานาจทํานองเดียวกันกับ ร่างพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. แต่ว่าให้มีอํานาจตรวจสอบเฉพาะในทางแพ่งเท่านั้น นําหลักการ ตรวจสอบไต่สวนที่ ป.ป.ช. ใช้ในคดีอาญามาใช้กับ คตง. แต่ว่าใช้ในสถานะเปึน การตรวจสอบในทางแพ่งเท่านั้น การจะมีการกระทําผิดอาญาหรือไม่ หรือว่าจะมีข้อหา ในทางอาญาหรือไม่นั้น ไม่เปึนส่วนที่จะทําให้การตรวจสอบในทางแพ่งต้องหยุด หรือรออยู่ หรือมาอ้างว่าต้องให้กฎหมายอาญาเสร็จสิ้นเสียก่อน ไม่ได้ แล้วกําหนดหลักการการคุ้มครอง ของผู้ถูกกล่าวหาทุกขั้นตอน หมายความว่าเราจะทําอะไรกับผู้ที่ถูกกล่าวหาเราก็ต้องมีบท ที่มีการคุ้มครองผู้กล่าวหาด้วย ซึ่งกําหนดไว้ในมาตรา ๑๐ มาตรา ๖๗ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๖ แล้วกําหนดการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนตามที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๑ ในหมวด ๓ การดําเนินคดี กําหนดการดําเนินคดีของสํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน สํานักงาน อัยการสูงสุด และมีการตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ๒ หน่วยนี้ตามมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ กําหนดความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติตาม บทกฎหมายนี้ในมาตรา ๓๖ ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนี้ถื อว่า เปึนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานการยุติธรรม หมวด ๔ ในความร่วมมือระหว่าง ประเทศ เหตุที่บทบัญญัติในส่วนนี้จะขอชี้แจงโดยไม่ได้ทําเปึนเอกสาร โดยความร่วมมือ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ตามมาตรา ๓๗ หลักการร่วมมือตามมาตรา ๓๘ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ และในบทเฉพาะกาลก็ได้กําหนดให้ หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการที่จะต้องรับผิดชอบตามบทกฎหมายฉบับนี้จัดการเตรียมการ หาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในกําหนดเวลา ๑ ป้ นั่นเปึนสาระสําคัญ ของกฎหมายฉบับที่ ๑ ซึ่งเปึนกฎหมายสารบัญญัติ ร่างกฎหมายฉบับที่ ๒ คือ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปัองปรามการทุจริตและวิธีพิจารณาคดีปัองปรามการทุจริต เปึนกฎหมายวิธีพิจารณาในการดําเนินคดีปัองปรามการทุจริตทํานองศาลชํานาญการพิเศษ ในเรื่องทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ส่วนที่มีการทุจริตโดยมีแนวคิดทํานองเดียวกับวิธีพิจารณา คดีอาญาของผู้ดํา รงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเดิมเปึนคดีที่ศาลชั้นต้นดําเนินคดี อยู่ทั่วราชอาณาจักรในปัจจุบันนี้ เมื่อกี้นี้ที่ท่านอมรสรุปว่าคดีอาญานักการเมืองมีประมาณ
๓๐ กว่าคดีนั้น เปึนเฉพาะคดีในศาลฎีกาเท่านั้น แต่การดําเนินคดีทุจริ ตคอร์รัปชัน ที่กระจายอยู่ในศาลชั้นต้นทั่วประเทศนั้นก็ประมาณเปึนพันคดี หลักการของการจัดตั้ง ศาลปัองปรามการทุจริตนั้น ดําเนินตามกฎหมายโดยมีหลักการที่สําคัญก็คือ ให้เริ่มคดีที่แผนกคดีปัองปรามการทุจริตในชั้นศาลอุทธรณ์ นี่เปึนเหตุผลประการที่ ๑ เหตุผลประการที่ ๒ ก็เพื่อให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีไม่น้อยกว่า ๒๐ ป้ขึ้นไป ได้ใช้ประสบการณ์ในการทําคดีให้ครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ และสามารถแก้ปัญหาในคดี โดยอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมา และมีองค์คณะ ๓ คน แล้วสิ่งที่ผมจะไม่กล้าพูด ซึ่งตัวแทนศาลท่านเข้ามาพูดตอนที่ท่านอาจารย์อมรนํามำชี้แจงก็คือว่าเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ในตัวผู้พิพากษาที่จะถูกอิทธิพลจากผู้ที่ทุจริตในภาคส่วนต่าง ๆ ถ้าหากไปอยู่ที่ศาลชั้นต้น
ข้อ ๓ เพื่อมิต้องให้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างศาลขึ้นมาใหม่แต่เราใช้ห้องพิจารณา ของศาลชั้นต้นซึ่งในเขตศาลอุทธรณ์นั้น ๆ ท่านจะใช้ศาลไหนก็ได้โดยแจ้งให้คู่ความ ทราบก่อนล่วงหน้าในเวลาอันสมควร ข้อ ๔ เพื่อให้คดีเสร็จในเวลาอันสมควร โดยกําหนดเวลาบางเรื่องให้ชัดเจน แต่ละศาลและมี ๒ ชั้นศาล คืออุทธรณ์โดยตรงต่อ ศาลฎีกาแผนกปราบปรามการทุจริต มีการพิจารณาคดีและบริหารคดีนั้นถ้าหากว่าผมพูดกับ ท่านสมาชิกทั้งหลายที่ไม่ใช่นักกฎหมายหรือไม่ใช่ทนายความแล้วก็อาจจะเข้าใจง่าย จะบริหารงานแบบทํานองเดียวกับศาลจังหวัดหนึ่งคือมีทั้งคดีแพ่งและคดีอา ญา อยู่ในแผนกคดีเดียวกัน แต่ว่าจัดการบริหารและวิธีพิจารณาแตกต่างกันไป ซึ่งในหลักการ ของกฎหมายฉบับที่ ๒ นี้มีจะต้องทําความเข้าใจโดยย่อก็คือว่าตัวร่างกฎหมายก็มีตั้งแต่ มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๕ กําหนดนิยามของคดีปัองกันและปราบปรามการทุจริตออกเปึน ๒ ส่วน คือส่วนที่เปึนคดีอาญาและส่วนที่เปึนคดีแพ่ง ซึ่งเราให้บริบทของคําว่าทุจริตในทางแพ่ง กว้างขวางกว่าในทางอาญา การกระทําใดก็ตามถึงแม้จะไม่มีความผิดทางอาญา แต่เปึนความผิดที่ไม่มีสิทธิที่จะทําได้โดยชอบด้วยกฎหมายถือว่าเปึนการทุจริตในทางแพ่ง ทั้งสิ้น ซึ่งถ้าเปึนทรัพย์สินของแผ่นดินก็สามำรถที่จะติดตามเอาคืนได้โดยไม่มีกําหนดเวลา และสามารถติดตามได้ตลอดสายไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะโอนไปถึงใคร อย่างไร สามารถติดตาม ได้ตลอดเวลา ถ้าติดตามตัวทรัพย์ไม่ได้ ตัวทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปก็ต้องไปติดตามให้ได้คืนมา ถ้าตัวทรัพย์ไปส่วนควบกับทรัพย์อื่นก็ต้องแบ่งแยกออกมา หรือถ้าจําหน่ายจ่ายโอน ก็ต้องไปติดตามเอาทรัพย์สินที่มีมูลค่าจากผู้ที่ต้องรับผิดนั้นคืนมา เหตุที่กําหนดประเภทนี้ คดีทุจริตอีกประเภทหนึ่งซึ่งท่านอาจจะไม่เข้าใจเราได้รวบรวมคดีประเภทนี้ไว้จากการฟัง คําชี้แจงของคณะกรรมการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในบริบท ของกฎหมายที่รักษาทรั พยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นจะมีบทบัญญัติ ที่เปึนทางอาญาอยู่ ไม่ว่าจะเปึนพระราชบัญญัติป์าไม้ พระราชบัญญัติป์าสงวนแห่งชาติ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พระราชบัญญัติแร่ พระราชบัญญัติโรงงานอุตสาหกรรม อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีกฎหมายเปึนสิบ ๆ ฉบับที่จะรักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน ต่อผู้ที่กระทําผิดอาญาในเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของแผ่นดิน ท่านต้องเข้าใจว่า เมื่อมีการกระทําผิดอาญาต่อทรัพย์สินใดของแผ่นดินแล้วนี่ ทรัพย์สินนั้นต้องเสียหาย แล้วก็ถือว่าการกระทํานั้นนอกจากเปึนความผิดอาญาแล้วเปึนกำรกระทําที่ทุจริต
ต่อทรัพย์สินของแผ่นดินด้วย แล้วก็สามารถที่จะดําเนินคดีทางแพ่ง ตามหลักที่เรากําหนด จัดตั้งศาลขึ้นมา อันนี้ก็เปึนบริบทของคดีส่วนอาญา คดีส่วนแพ่งคือคดีคุ้มครองติดตาม ทรัพย์สินของแผ่นดินตามที่มีหลักการบัญญัติ ไว้ในร่างที่ ๑ คือกฎหมายร่างที่ ๑ นี้ก็มาใช้ ในส่วนของคดีแพ่งในร่างที่ ๒ กําหนดให้คดีที่มีข้อหายาเสพติดอยู่ในอํานาจของศาลนี้ ตามมาตรา ๔ ท่านทั้งหลายบางคนอาจจะสงสัยว่าแล้วทําไมยาเสพติดมันมีโทษ ต้องถึงประหารชีวิต คดีประเภทนี้บางทีก็มีโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นไม่ใช่ข้อสําคัญ เพราะว่า เราเพียงแต่ว่าให้มาพิจารณาในศาลนี้เท่านั้น เพียงแต่ว่าการใช้กฎหมายที่จะลงโทษก็ต้องเปึนไป ตามกฎหมายสารบัญญัติ กฎหมายใดที่มีลงโทษสูงสุดเราก็ใช้กฎหมายนั้นเปึนบทลงโทษ กรณีที่มีปัญหาว่าคดีนี้จะขึ้นอยู่กับศาลนี้หรือไม่นั้นให้ประธานศาลฎีกาเปึนผู้วินิจฉัย และทําคําวินิจฉัย คําวินิจฉัยนั้นเปึนที่สุด และให้ประธานศาลฎีกาออกข้อกําหนดดําเนินการ ตามมาตรานี้ บททั่วไปก็มีในมาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๕
การดําเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในมาตรา ๖ ถึงมาตรา ๒๘ หมวด ๓ การดําเนินคดี ติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินคืน ก็มีด้านการตามมาตรา ๒๙ การฟัองคดีโดยได้รับยกเว้น ค่าธรรมเนียม ขออธิบายอีกนิดหนึ่งการดําเนินคดีโดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมนั้น เรามีแนวคิดว่าสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินฟัองคดีแล้วไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่ว่า ในที่สุดแล้วใครเปึนผู้ฝ์ายแพ้คดีศาลท่านจะกําหนดค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมที่ศาลกําหนดนี้ ส่วนที่เปึนค่าขึ้นศาลก็ให้ตกได้แก่สํา นักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ส่วนที่เปึนค่าทนายความ ถ้ามีก็ให้ตกได้แก่สํานักงานอัยการสูงสุดที่จะพิจารณาให้กับพนักงานอัยการที่มาว่าคดี แทนสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ทีนี้การพิจารณาคดีส่วนแพ่งไม่ต้องพิจารณาว่าจะมี โทษทางอาญาหรือมีการกระทําความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่ กําหนดเวลาในการทํา คําพิพากษาทั้งคดีส่วนแพ่งและคดีอาญา การอุทธรณ์คําพิพากษาของศาลชั้นอุทธรณ์ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกา การบังคับคดีตามคําพิพากษา ถ้าศาลมีคําพิพากษาให้ลงโทษไม่ให้นํา อายุความล่วงเลยการลงโทษมาใช้บังคับ ซึ่งเราจะมีหลักการต่างกับที่ท่าน ป.ป.ช. ท่านแก้ไข ว่าขยายอายุความ ไม่มีอายุความ ซึ่งอันนั้นเราไม่แน่ใจว่ามันจะผิดกับหลักสากลหรือไม่ แต่ว่าการไม่ให้นําอายุความมาใช้บังคับนั้นเปึนเรื่องกฎหมายภายใน การบังคับคดีมิให้นํา กําหนดเวลาทางแพ่ง ไม่ให้นํากําหนดเวลาในการบังคับคดีมาใช้บังคับ แต่บังคับได้ตลอดไป ถึงแม้จะเกิน ๑๐ ป้แล้ว ถ้ายึดทรัพย์สินคืนไม่ได้ก็ยึดทรัพย์สินอื่นของผู้ที่ถูกกล่าวหาคืนมา ตามมาตรา ๔๗ ส่วนคดีที่ฟัองไว้ก่อนกฎหมายนี้ก็ให้เปึนไปตามวิธีพิจารณาของกฎหมายนั้น อันนี้ก็เปึนหลักสรุปโดยย่อที่จะกราบเรียนท่านที่เคารพได้พิจารณา ถ้ามีข้อซักถามอย่างไร ก็จะตอบเปึนรายละเอียดต่อไป ขอบคุณครับ