สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๐ · ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

ประเสริฐ ชิตพงศ์ เสนอแนะว่าควรปรับเปลี่ยนการขยายอายุงานในภาครัฐ โดยเฉพาะตำแหน่งบริหาร เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยเสนอให้ขยายอายุเกษียณ 65 ปี แต่เฉพาะในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหาร และควรแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหรือกรรมการ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ต้องชื่นชมว่าคณะกรรมาธิการและคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ได้ทําเอกสารให้ในรอบที่ ๒ ได้ชัดเจนขึ้นมากเลย ผมมาดูในภาพรวมแล้วก็คิดว่ามีประเด็นที่ครอบคลุม แล้วก็น่าจะเปึน การปฏิบัติที่จะเปึนประโยชน์มากนะครับ เพียงแต่ขอมีความเห็นเพิ่มเติมสักเล็กน้อยนะครับ ซึ่งถ้าอยู่ในเพาเวอร์พอยต์จะอยู่ในเพาเวอร์พอยต์ที่ ๑๓ ถ้าอยู่ในรายงานในหน้ารายงานรวม รายงานของคณะกรรมาธิการและของกรรมาธิการอยู่ในหน้า ๙ ซึ่งเปึนเรื่องที่เกี่ ยวกับ การขยายอายุการทํางานเฉพาะในส่วนของข้าราชการ ส่วนในภาคเอกชนนั้นผมคิดว่า มีรูปแบบและบริบทของการดูแลกันค่อนข้างดีอยู่แล้ว ในส่วนของการขยายอายุการทํางาน ของผู้สูงวัยในกรณีของภาครัฐ ที่ท่านได้เขียนเอาไว้ในหน้า ๙ มีทั้งหมด ๕ ประการ เปึนข้อย่อยนี่ผมคิดว่าในเชิงกว้าง ๆ ก็ครอบคลุมดีแล้ว แต่มีข้อห่วงใยที่ไม่แน่ใจว่า จะปรับถ้อยคํา หรืออาจจะเปึนประเด็น เปึนข้อสังเกตไว้ เพื่อที่เวลานําไปสู่การปฏิบัติ จะทําให้เรื่องบางเรื่องที่อาจจะเปึนจุดอ่อนอยู่อะไรอยู่นี่ได้ถูกปัองกัน เพราะว่ามันเปึน จุดอ่อนที่ส่วนหนึ่งก็ไปทําให้ระบบของทางราชการเองก็มีปัญหา แต่จริงอยู่ในการขยายอายุ การทํางานในภาครัฐก็จะช่วยให้ได้เกิดประโยชน์มากมายด้วย แต่ในส่วนที่เปึนปัญหาก็มีอยู่ ผมลองตั้งประเด็นในส่วนของปัญหา ๓ ประการ ประการแรกที่เขียนไว้ว่าตําแหน่งบริหาร ที่จะขยายอายุราชการไปนี่เอาเฉพาะตําแหน่งที่มีความสําคัญและขาดแคลน ตรงนี้เอง ก็จะเขียนเอาไว้กว้าง ๆ ในลักษณะนี้ก็ห่วงใยว่ามันจะทําให้เกิดความลักลั่น และในที่สุด เวลานําเข้าไปสู่การปฏิบัติมันจะมีระบบต่าง ๆ ที่เข้ามาแล้วทําให้เรื่องของการขยายอายุ บางครั้งมันทําให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้ ทําอย่างไรเรื่องของตําแหน่งบริหารเอาเสีย ให้ชัดเจนว่าไม่ควรจะขยาย ควรที่จะอยู่ในเรื่องของการทํางานในเชิงวิชาการ ทํางานในเชิง ของการเปึนที่ปรึกษา หรือทํางานในเชิงของการเปึนกรรมการ ตําแหน่งบริหาร จริงอยู่ครับ

ผู้ที่มีอายุ ๖๐ ป้อย่างนี้เปึนต้น ซึ่งปัจจุบันถ้าในภาครัฐทั่วไปก็จะต้องเกษียณแล้ว แต่ในภาครัฐในส่วนของทางศาล หรือทางอัยการ หรือทางกระบวนการยุติธรรม ก็จะขยายไปได้ถึง ๖๕ ป้หรือมากกว่านั้นตอนนี้บางตําแหน่ง อย่างนี้เปึนต้น ก็อาจจะเปึน กรณีเฉพาะไป แต่ว่าในตําแหน่งบริหารทั่ว ไปคิดว่าน่าจะคงไว้ในแค่อายุที่อยู่ประมาณสัก ๖๐ ป้อย่างที่เปึนอยู่ แต่ว่าถ้าจะขยายคนกลุ่มนี้ควรจะไปในเรื่องของวิชาการ เรื่องของที่ปรึกษา เรื่องกรรมการ อย่างที่ผมเรียนแล้ว ซึ่งในลักษณะนี้ในสถาบันอุดมศึกษา ก็ได้ดําเนินการไปแล้ว ขยายไปได้ครับ แล้วก็ผู้ที่จะขยำยไปเกิน ๖๐ ป้ต้องไม่ทําหน้าที่ บริหาร ถ้าจะทําหน้าที่บริหารต้องไม่ใช่เปึนข้าราชการแล้ว บังเอิญในมหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษานี่เขามีตําแหน่งบริหารที่ไม่จําเปึนต้องเปึนข้าราชการได้ เพราะฉะนั้น มันแยกส่วนออกไปได้ชัดเจน แต่ในส่วนราชการโดยทั่วไปผมคิดว่าไม่น่าที่จะขยำยออกไป ในส่วนนี้ เพราะว่าตําแหน่งบริหารมันเปึนตําแหน่งที่มีความรับผิดชอบค่อนข้างจะหนัก แล้วต้องเรียนตรง ๆ ว่าต้องใช้ความทันสมัย ความเฟรช (Fresh) ความใหม่ ความอะไร ต่ออะไรพอสมควร แต่ตําแหน่งที่เปึนเชิงวิชาการจะสามารถใช้ความชํานาญ การมีประสบการณ์หรือจะเรียกว่าเอาเรื่องของความที่สะสมความรู้ได้อะไรได้

ต่อไปประการที่ ๒ ที่อยากตั้งข้อสังเกตไว้ในเรื่องการขยายอายุด้วยเวลาอันจํากัดนี้ คือระบบ อุปถัมภ์ ระบบต่างตอบแทน และระบบสืบทอดอํานาจ ซึ่งตรงนี้น่าห่วงใยมากในการขยาย อายุราชการ มีการเหมือนกับจะเปึนข้อตกลงกัน เพราะว่าได้มีการกําหนดไว้ในเรื่องของ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหลายแห่งว่าด้วยการแต่งตั้งตําแหน่งบริหารว่า ผู้ที่ดํารง ตําแหน่งอยู่ในขณะนั้นจะมีอํานาจในการเสนอชื่อผู้ที่จะมาดํารงตําแหน่งใหม่ หรือสนับสนุนหรืออะไรก็แล้วแต่ ตรงนี้เองมันทําให้เกิดสภาพต่างตอบแทนกันเกิดขึ้น ยอมที่จะเสนอแต่งตั้งให้มาเปึนรอง แล้วก็พร้อมที่จะสนับสนุนให้ขึ้นมาดํารงตําแหน่งใหม่ มีเงื่อนไขว่าถ้าผมปลดเกษียณแล้วช่วยตั้งให้ผมทําหน้าที่ใดทําหน้าที่หนึ่งในองค์กรนี้ ต่อไปด้วย ลักษณะต่างตอบแทนเช่นนี้มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วต่อไปทําให้การแต่งตั้ง ตําแหน่งบริหารที่จะต่อเนื่องไปในหน่วยงานนั้นมันจะเกิดขึ้นใน ลักษณะต่างตอบแทน นี่คือระบบราชการไทย แล้วคิดว่าระบบอย่างนี้ถ้าเป่ดโอกาสให้มีการขยายอายุราชการได้นี่ หรือจะทําให้เขาสามารถดํารงอยู่และปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเหล่านั้นไปได้มันจะเกิด ปัญหาในลักษณะต่างตอบแทน อุปถัมภ์แล้วก็สืบทอดอํานาจอย่างต่อเนื่องครับ