กัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ เสนอข้อเสนอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบูรณาการงานพัฒนาสังคมจังหวัด โดยแนะนำให้มีการใช้กลไกการทํางานในระดับจังหวัด รวมถึงหารือเรื่องการสนับสนุนผู้สูงอายุ และเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและเอกชนในการพัฒนาโครงการ
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน กัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ สมาชิกหมายเลข ๐๐๔ จากจังหวัดพิษณุโลก ดิฉันชื่นชมกับการศึกษา ในรายงานการศึกษานะคะ ทีนี้มีข้อเสนอเพิ่มเติมที่อยากจะเรียนให้กับทางคณะทํา งานก็คือ ประการแรกคือเรื่องของกลไกการทํางานในพื้นที่ในระดับจังหวัด เพราะดิฉันมองว่าถึงเราจะ ออกแบบดีอย่างไรแต่ถ้าเผื่อไปสู่ในระดับจังหวัด ไปสู่ในพื้นที่อําเภอ ตําบลแล้วนี่ถ้ามันไม่มี กลไกในการจัดการของการบูรณาการการทํางานมันก็ยากที่จะขับเคลื่อนได้นะคะ ดิฉันเลยอยากจะเสนอว่าต้องเรียนว่าสมัยที่ทํางานเปึนพัฒนาสังคมจังหวัดนะคะ ทุกจังหวัด เราจะมีคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งเรียกว่าอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ คณะกรรมการชุดนั้นมีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน แล้วก็ พมจ. เปึนเลขานุการ แต่ว่ามันเปึนเรื่องของการ ทํางานที่รวมเอากรรมการประกอบไปด้วยหน่วยงานจาก ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของด้านสาธารณสุข ด้านของการศึกษา เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของการออกแบบที่เราออกแบบไว้ไม่ว่าจะเปึนสภาพแวดล้อมอะไรต่าง ๆ นี่ดิฉันว่ามันรวมหมดอยู่ในนั้นที่กรรมการมา แล้วกรรมการไม่ใช่เปึนแค่ภาครัฐจะมีภาคของ ภาคท้องถิ่น ตัวแทนจากท้องถิ่น มีของภาคเอกชน และที่สําคัญมีตัวแทน จากผู้สูงอายุ เขาเรียกว่าสมาคมผู้สูงอายุของจังหวัด ดิฉันมองว่ากรรมการชุดนี้ไม่อยากให้มองว่าเปึนปัจจัย ที่เปึนอุปสรรคของการทํางาน แต่จริง ๆ เปึนปัจจัยของการขับเคลื่อนการทํางานให้เกิด การบูรณาการร่วมกัน เพราะดิฉันจําได้ว่าเวลาที่เราจะออกแบบการทํางานในพื้นที่ในระดับ ตําบล ก่อนที่โครงการจะลงสู่ตําบลจะมีการนําเอามาพูดในคณะกรรมการชุดนี้นะคะว่า จะมีหน่วยงานไหนที่จะลงไปช่วยเสริมการทํางานในภาคของท้องถิ่น
เพราะฉะนั้นตรงนี้เราสามารถที่จะใช้เปึนเวทีของการที่ ๑. ก็คือถ้าเผื่อมันออกแบบมาจาก ระดับจังหวัดจะมีกรรมการระดับชาติใช่ไหมคะ แต่เสียดายที่กรรมการชุดนี้เขามาจาก คณะกรรมการตามกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมสวัสดิการสังคม ซึ่งมันเปึนคนละทางนะคะ แล้วก็มาเปึนอนุกรรมการ ถ้าเปึนไปได้อยากจะเสนอชุดนี้นะคะว่าเสนอให้มาจากกรรมการ ผู้สูงอายุระดับชาติ แล้วก็ลงมาเปึนอนุกรรมการในระดับจังหวัด แล้วตรงนี้อนุกรรมการ ระดับจังหวัดเขาสามารถตั้งคณะทํางานในระดับของอําเภอ แล้วก็ตําบลได้ ทีนี้อีกประการหนึ่ง ก็คือเราจะมีการนําเอาปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เอามาคุยกัน เพราะฉะนั้น ส่วนไหนที่สามารถจัดการในระดับจังหวัด ซึ่งบางทีมันเกิดการไม่ประสานงานกัน หรือบางที ท้องถิ่นมีอุปสรรคในเรื่องนั้นเรื่องนี้จะเอามาคุยกัน แล้วก็มันสามารถที่จะแก้ปัญหาได้ว่า ถ้าเรื่องไหน ยกตัวอย่าง เรื่องของกฎ ระเบียบต่าง ๆ บางอันไม่เอื้อเราสามารถที่จะส่ง เข้าส่วนกลางให้ระดับกระทรวงเขาไปประสานหรือเขาไปช่วยจัดการให้ได้ ดิฉันก็เลย อยากจะฝากไว้ว่ามันควรจะต้องมีนะคะกลไกตรงนี้ค่ะ ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะเสริม ก็คือเรื่องของการใช้ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ จริง ๆ แล้วในระดับจังหวัดตอนนี้เรามีกลุ่ม ผู้สูงอายุหลายอย่าง มีชมรมผู้สูงอายุซึ่งแต่ละอําเภอ แต่ละตําบลมีหมด โดยการสนับสนุน ของกระทรวงสาธารณสุข โดย รพ.สต. หรือว่าสาธารณสุขจังหวัด แล้วเราก็มีสมาคมผู้สูงอายุ ของจังหวัด ซึ่งสนับสนุนโดยกระทรวง พม. ขณะเดียวกันมีเรื่องของชมรมคลังปัญญา ผู้สูงอายุที่จะมีผู้สูงอายุประเภทภูมิปัญญาต่าง ๆ ประมาณ ๒๓ ภูมิปัญญา เขาจะมีการเก็บ ข้อมูลแล้วกลุ่มนี้ก็จะตั้งกรรมการแล้วก็มาคุยกันว่าจะทําโครงการอะไ รบ้าง โดยจะมีการ เชื่อมกับอีกกลุ่มหนึ่งก็คือของสํานัก งานวัฒนธรรมจังหวัด เขาจะมีกลุ่มที่เปึนภูมิปัญญา ด้านวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นข้อมูลเราก็จะมาเชื่อมกันแล้วเราก็จะมีการทํางานร่วมกันว่า ผู้สูงอายุที่มีภูมิปัญญาส่วนใหญ่จะเปึนภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรม แล้วก็ด้านเรื่องของความรู้ ด้านของสมุนไพร ด้านอะไรเหล่านี้ ดิฉันมองว่าสิ่งนี้มีประโยชน์มากก็คือว่าถ้าเราสามารถเอา ภูมิปัญญาเหล่านี้มาเชื่อมกับในเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจ เรื่องการท่องเที่ยว ที่ต่างจังหวัด ส่วนใหญ่เราก็จะขายในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยดิฉันอยู่จังหวัดพิษณุโลกเราก็เน้นเรื่องนี้ แต่ว่าเรายังลืมที่ว่าจะเอาภูมิปัญญาเหล่านี้มาใช้ แต่ว่าไม่สามารถที่จะให้เขาจัดการเองได้ มันต้องอาศัยการจัดการจากระบบของเอกชนมืออาชีพที่จะมาส่งเสริมตรงนี้ ดิฉันว่าน่าจะมี เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงสุขภาพ เชิงวัฒนธรรม ดิฉันว่ามันเกิดขึ้นได้นะคะ
ถ้ามีการจับมือร่วมกันในส่วนที่บอกว่าจตุพลัง มีภาคเอกชน ภาคธุรกิจเข้ามาร่วมด้วย ก็อยากจะเสนอเพิ่มเติมตรงนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ