สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘

ปรีชา บุตรศรี หารือเรื่องการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นย้ำถึงการกระจายอำนาจ การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และระบบงบประมาณ โดยมีข้อห่วงใยและข้อเสนอในการดำเนินการเพื่อให้การปฏิรูปมีประสิทธิภาพ

นายปรีชา บุตรศรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายปรีชา บุตรศรี สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลำดับที่ ๐๙๔ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตขอบพระคุณท่านอดีตผู้บังคับบัญชาครับ ท่านพงศ์โพยม วาศภูติ ที่ท่านได้ให้ความกรุณามาสรุปผลการทำงานของ สปช. เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปการปกครอง ท้องถิ่น ต้องขอขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่งครับ ผมคิดว่าการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นนั้น สปช. ได้ศึกษาไว้อย่างครบถ้วนรอบด้าน และมีประเด็นการปฏิรูปที่สำคัญ ๔-๕ ประเด็นด้วยกัน ก็คือ การกระจายอำนาจ อันที่ ๒ คือการกำหนดโครงสร้างอำนาจหน้าที่ อันที่ ๓ คือ การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันที่ ๔ ก็คือระบบงบประมาณ อันที่ ๕ ก็คือ ระบบการบริหารงานบุคคล อันนี้เป็นประเด็นสำคัญของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ได้ศึกษาไว้ ท่านประธานครับ ผมมีข้อห่วงใยในการปฏิรูปครั้งนี้ ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งอยากจะนำมาเรียนเสนอสั้น ๆ นะครับ ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องประเด็นของ การกระจายอำนาจ ซึ่งเราจะเห็นว่าเรามีพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจมาแต่ปี ๒๕๔๒ นับถึงวันนี้ก็เป็นเวลา ๑๖ ปีแล้ว แต่การกระจายอำนาจ ของเรานั้นยังไม่ไปถึงไหน ปัญหาสำคัญก็คือกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นั้นยังมีลักษณะของ การหวงอำนาจ ประการที่ ๒ ผู้ที่จะรับการถ่ายโอนอำนาจต่าง ๆ นั้นก็คือองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นยังไม่พร้อมที่จะรับการถ่ายโอน ประการที่ ๓ กลไกที่ใช้ ในการกระจายอำนาจนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพที่เพียงพอ ผมคิดว่าทั้ง ๓ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่จะต้องมาดำเนินการให้มันมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นข้อห่วงใยอันนี้ผมก็มีข้อเสนอว่า สิ่งแรกที่เราควรจะต้องทำก็คือการรีบดำเนินการกำหนดภารกิจของราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้มีความชัดเจนว่าส่วนกลางทำอะไร ส่วนภูมิภาคทำอะไร ส่วนท้องถิ่นทำอะไรนะครับ เมื่อกำหนดมีความชัดเจนอันนี้ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่คณะกรรมาธิการบริหารระบบราชการได้ทำเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ที่จะต้องรีบทำ เมื่อกำหนดความชัดเจนอันนี้แล้วผมคิดว่าประการที่ ๒ ก็คือคุณจะต้อง มีคณะทำงานระดับกระทรวงที่จะพิจารณาทบทวนภารกิจอำนาจหน้าที่ของกระทรวงตัวเอง ให้สอดรับกับกรอบอันใหม่นี้ ให้มีความชัดเจนว่าอันไหนที่จะคงไว้ อันไหนที่จะถ่ายโอน ออกไปนะครับ และประการที่ ๓ ก็ควรจะมีการมอบภารกิจให้สอดคล้องกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ อันนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะต้องรีบทำ ในประการที่ ๒ นั้นผมคิดว่าเราควรจะต้องมีกลไกที่มีประสิทธิภาพ ก็คือคณะกรรมการ การกระจายอำนาจ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าที่ผ่านมานั้นคณะกรรมการกระจายอำนาจนั้นก็เปรียบเสมือนยักษ์ ที่ไม่ค่อยมีกระบองเท่าไร ควรจะมีการกำหนดอำนาจให้คุณให้โทษกับส่วนราชการ ที่ไม่ยอมถ่ายโอน หรือถ่ายโอนล่าช้าอะไรต่าง ๆ ดึงเกมอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ให้มีเวลาที่ชัดเจน ให้มีแผนที่ชัดเจน ให้มีขั้นตอนที่ชัดเจน อันนี้น่าจะช่วยได้มาก ผมว่าควรจะกำหนดให้เลยว่าการถ่ายโอนครั้งนี้ไม่ควรเกิน ๕ ปี สมมุติอย่างนี้เป็นต้น ทุกส่วนราชการต้องถ่ายโอนลงไปให้ได้ นอกจากนั้นเราจะต้องมีการปรับปรุงพระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้มีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น และประการสุดท้าย ก็คือเราจะต้องเตรียมความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความพร้อมที่จะรับ การถ่ายโอนด้วยการให้ความรู้ อบรมอะไรก็แล้วแต่นะครับ ให้มีการเตรียมบุคลากร เตรียมสถานที่ เตรียมงบประมาณให้พร้อม เพื่อให้เกิดความพร้อมในการถ่ายโอน อันนี้เป็น ประเด็นที่ ๑ นะครับ ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งโดยหลักการนั้นจะกำกับเท่าที่จำเป็น เรามีการกำกับโดยหน่วยงานภูมิภาคก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด เรามีการกำกับโดยองค์กรอิสระก็คือ สตง. ก็ดี ป.ป.ช. ก็ดี หรือ อบท. ก็ดี อันนี้เป็นหน่วยงานอิสระที่ต้องกำกับดูแลอยู่แล้ว แต่การกำกับภาคประชาชน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเราถ่ายโอนอำนาจไปมากประชาชนต้องดูแล อย่างใกล้ชิดเป็นหูเป็นตาให้เรา ประชาชนนั้นจะต้องมีบทบาทในการถอดถอน ผู้บริหารท้องถิ่น ประชาชนนั้นต้องมีบทบาทในการเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น ประชาชนนั้น จะต้องมีการให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องให้ความรู้ ให้ความเข้าใจในระเบียบ กฎหมาย และขั้นตอนต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง มิเช่นนั้นประชาชน ก็จะไม่มีประสิทธิภาพในการกำกับดูแล เพราะฉะนั้นควรจะต้องมีการอบรมแกนนำ ประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ถึงจะทำให้การกำกับของภาคประชาชนนั้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเด็นที่ ๓ ที่เป็นข้อห่วงใยของกระผมก็คือเรื่องของรูปแบบ การปกครองโครงสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอเวลานิดเดียวครับ ซึ่งกำหนดไว้ ๒ รูปแบบ ก็คือ รูปแบบพิเศษ รูปแบบพิเศษก็มีเต็มพื้นที่จังหวัดหรือไม่เต็มพื้นที่จังหวัด รูปแบบพิเศษที่เต็มพื้นที่จังหวัดที่เรียกว่าเป็นจังหวัดปกครองตนเองนั้น ซึ่งมีข้อเสนอ ที่จะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหม่และมีความจำเป็น ที่จะต้องมีการศึกษา มีการวิจัยให้ถ่องแท้ มิเช่นนั้นแล้วถ้าเกิดความล้มเหลวแล้วก็จะไม่เป็น ผลดีต่อประเทศชาติ อยากจะให้มีการศึกษารูปแบบที่ชัดเจนว่าถ้ามีการปกครอง ได้เต็มพื้นที่แล้วภูมิภาคจะอยู่อย่างไร จะทำหน้าที่อะไร งานที่ถ่ายโอนลงไปนี่มีงานสำคัญ อะไรบ้าง อันนี้ต้องมีความชัดเจนในระดับหนึ่งนะครับ มิเช่นนั้นแล้วก็จะทำให้การกำหนด รูปแบบไม่มีประสิทธิภาพ ประการที่ ๒ ก็คือรูปแบบทั่วไป ซึ่งเราเห็นว่ามี ๒ ระดับ เช่นเดียวกัน คือระดับจังหวัดและระดับล่างก็คือมีเทศบาล การควบรวมนี่ก็เป็นเรื่องที่มี ความสำคัญ เช่น ให้เทศบาลควบรวมกับ อบต. หรือ อบต. ด้วยกันควบรวมกัน อันนี้ก็ยังไม่มี ความชัดเจนว่ารูปแบบแบบไหน อย่างไร ควรจะมีการกำหนดกฎเกณฑ์ว่าพื้นที่แบบไหน รายได้แบบไหน ประชากรเท่าไร ที่จะให้มีการควบรวม และควรจะต้องมีการศึกษา มีการวิจัยให้ถ่องแท้ด้วยเช่นเดียวกันถึงจะทำให้การควบรวมนั้นมีประสิทธิภาพได้ และการควบรวมนั้นจำเป็นที่จะต้องทำให้ประสิทธิภาพการบริหารงานของท้องถิ่นนั้น มีประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น มิเช่นนั้นแล้วก็จะทำให้การควบรวมนั้นล้มเหลวได้เช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตให้ความเห็นเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ