สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘

เรืองศักดิ์ จริตเอก พูดเรื่องการปฏิรูปสถาบันตำรวจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความพร้อมในการทำงานให้เพียงพอและพอเพียงของตำรวจ และเร่งสร้างความภาคภูมิใจในตัวเองในสายอาชีพของตำรวจ

พลตำรวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก

กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลตำรวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หมายเลข ๑๒๔ ความจริงแล้วท่านสมาชิก ได้อภิปรายในสาระของการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นภาพกว้าง ผมเองจะเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันตำรวจคือเกี่ยวกับการปฏิรูปตรวจสอบ การใช้อำนาจของรัฐ แล้วก็การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจหน้าที่ กระบวนการทำงานของ ตำรวจซึ่งเป็นคอนเทนต์ (Content) หรือเป็นสาระที่แทรกอยู่ในส่วนของโครงสร้าง หรือสถาบันสั้น ๆ นะครับ จริง ๆ แล้วสถาบันตำรวจก็เป็นสถาบันหลักของสังคมมายาวนาน หลายร้อยปี อย่างท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอำนวย เมื่อสักครู่ท่านก็ได้พูดเท้าความ มาตั้งแต่สมัยพระบรมไตรโลกนาถ มีการพัฒนาเรื่อยยาวมานะครับ เพราะฉะนั้นรากเหง้า ของการพัฒนามีมาแต่ดั้งเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะก้าวสู่การจะไปรีฟอร์ม (Reform) หรือจะเป็นการทำให้ดีขึ้น ก็เป็นความคาดหวังของสถาบันตำรวจเอง ของผู้มีวิชาชีพหรือสายงานของตำรวจเอง เพื่อจะได้จัดทำ มีกำลังใจ แล้วก็มีความพร้อม ที่จะทำงานให้กับประชาชนและสังคมต่อไป แต่ในเมื่อเราเดินมาถึงจุดนี้แล้วต้อง กราบขอบคุณในทุก ๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง สปช. แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสักครู่ผมเอ่ยนามไม่หมด สมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้นำเสนอ อย่างล่าสุดก็ท่านอาจารย์วันชัย ประมาณ ๖ ข้อ ผมก็นั่งจดไว้หมดนะครับ และผมเองก็ติดตามแต่ว่าผมไม่ได้อยู่ในส่วนของ การขับเคลื่อนในเรื่องนี้โดยตรง อย่างท่านอำนวยนี่ท่านอยู่โดยตรงนะครับ ในส่วนต่าง ๆ นี่ ผมขอชื่นชมนะครับ ผมอยากให้ฝันนี้เป็นจริงในเรื่องการที่จะแต่งตั้งในระบบคุณธรรม เพราะคนในบ้านรู้ว่าบ้านตัวเองดีว่าต้องการอะไรและปกครองกันเอง ซึ่งในความเป็นจริง ผมก็ได้ยินผู้บังคับบัญชา ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราก็อยากให้หน่วยของตำรวจปกครองกันเอง พ่อปกครองลูก พ่อต้องรู้จักลูกดีที่สุด แต่ถ้าพ่อนั้นมีหัวใจเป็นธรรมพ่อจะต้องรักลูกทุกคนอยู่แล้ว แต่ถ้าพ่อต้องเอาสิ่งที่ดี ๆ ไปให้คนอื่น ให้คนนอกบ้านด้วยความจำเป็นอะไรต่าง ๆ โดยการแทรกแซงต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นความจำเป็นของพ่อนะครับ แต่ว่าถ้าเหนือพ่อมา ที่ท่านอาจารย์วันชัยบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องยุ่ง หรือท่านพูดว่าถ้ารวบหัวได้แล้ว จะรวบหางได้อะไรอย่างนี้ จริง ๆ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนไม่ใช่รวบง่าย ๆ นะครับ ก็คือว่าผมว่าในระบบคุณธรรมในความเป็นจริงต้องมีอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นข้อปลีกย่อย อื่น ๆ ผมอยากจะให้มีความเป็นจริงมากขึ้น แล้วก็คิดว่าถึงแม้ว่าในส่วนของ การถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้างก็เป็นเรื่องปกติเพราะว่าเรามีทั้งบวกและลบ เพราะการบังคับใช้ กฎหมายของตำรวจก็ต้องมีส่วนที่ถูกกระทำ ถูกลงโทษ แล้วก็มีส่วนที่ได้รับการเยียวยา เพราะฉะนั้นโดยระหว่างกลางก็ต้องมีซ้ายและขวาเป็นเรื่องธรรมดาเฉกเช่นผู้บังคับบัญชา ของเราหลายท่านที่เกษียณไปท่านก็บอกว่าอาชีพตำรวจเหมือนอาชีพที่ถูกสาป แต่เราต้อง แปลงสิ่งนี้ให้เป็นคุณเราจะไม่ท้อถอย เราจะต้องสร้างแรงจูงใจคือสร้างแรงจูงใจก็คือ สร้างเกียรติยศของตำรวจให้เกิดขึ้นโดยจะตามมาด้วยความรักและความสามัคคีภายในบ้าน แต่ว่าถ้าตำรวจยังไม่มีความภาคภูมิใจในตัวเอง ในสายอาชีพตัวเองมันก็ยาก เพราะฉะนั้น ผมขอกราบขอบคุณทางสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านเป็นเลขา ป.ป.ส. ท่านไม่ได้เป็นตำรวจ แต่ที่ท่านพูดอยู่ข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าต้องเร่งสร้างความพร้อมในการทำงานของตำรวจ อย่างเพียงพอและพอเพียง ตรงนี้เป็นหัวใจผมอ่านผมชอบใจมาก เพราะว่าตำรวจทำงานแล้ว เหมือนกับทำงานแบบเคยชิน เคยชินคือทำงานไม่มีงบ หน่วยอื่นอาจจะไม่มีงบก็ไม่ต้องทำ ยังรอไว้ได้ ประชาชนรอความเดือดร้อนได้ ความเดือดร้อนมันจะคลี่คลายไป แต่ตำรวจ ก็ต้องทำทำไปท่ามกลางงบไม่พอเพียงก็ต้องทำ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้น ที่ควรจะต้องเริ่ม หลายสิ่งหลายอย่างมันคงต้องเริ่มหลายอย่าง แต่ว่าส่วนหนึ่งผมประเมิน ได้ว่า ๒ จุดคือความเป็นอิสระ ความเป็นอิสระก็คือว่าก็อย่าไปยุ่งมากก็คือที่เขาทำอยู่ก็ดีแล้ว ก็คือว่าคนบ้านเขาเขาต้องรู้เรื่องเขาเองเป็นโรคอะไรก็รักษาให้ตรงโรค หรือว่าใครดี ใครไม่ดี ก็ดูแววออกว่าคนไหนควรจะส่งเสริม ไม่ส่งเสริม ก็อย่าไปยุ่งกับเขา แต่ถ้ายุ่งก็คือว่า ยุ่งเพื่อการบริหารงาน อย่างผู้ปกครองประเทศจำเป็นต้องยุ่งเพราะว่าท่านเป็นผู้รับผิดชอบ แผ่นดิน รับผิดชอบทั้งประเทศ ใครดี ใครไม่ดี คนดีส่งเสริม คนไม่ดีก็ต้องท้วงติง สรุปโดยย่อ ๆ ผมขอฝากเพียง ๓ ข้อสั้น ๆ คือข้อที่ ๑ ผมเห็นด้วยและสนับสนุนข้อเสนอ ต่าง ๆ ที่ทาง สปช. แล้วก็ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้นำเสนอไปแล้ว แต่ก็ขอว่าขอให้ทำได้นะครับ ๒. ก็คือว่าการจะทำในรายละเอียดต่าง ๆ ทำรายละเอียดที่เราตั้งเป็นโครงไว้แล้วขอให้ มีการฟังเสียงเจ้าของบ้าน ฟังคนในบ้านบ้าง เพราะว่าตำรวจเองพูดแล้วเสียงไม่ดัง คนไม่ฟัง ขนาดตำรวจด้วยกันเองยังบอกว่าตำรวจพูดนี่เชื่อตำรวจได้หรือ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ฟัง เพราะผมว่าเขารู้ดีว่าบ้านเขาควรจะเป็นไปอย่างไร แล้วอะไรมันขาด ก็ขอให้ฟังบ้างนะครับ แล้วอาจจะฟังไม่หมดทั้ง ๒๐๐,๐๐๐ คน ก็ส่งตัวแทนที่สังคมเขายอมรับว่าคนนี้ควรจะเป็น ตัวแทนได้ก็มาพูด อันที่ ๓ ก็คือว่าเร่งสร้างการสนับสนุนที่เราพูดว่าให้ตำรวจมีความพร้อม ในการปฏิบัติงานอย่างเพียงพอเพื่อผดุงเกียรติ รักษาเกียรติให้เพียงพอและพอเพียง ตรงนี้ เราต้องพยายามเร่งสร้างให้ได้ครับ กราบขอบคุณทุกท่านครับ ขอบคุณท่านประธานครับ