สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘

บัญชา ปรมีศณาภรณ์ หารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมายทนายความ โดยเฉพาะเรื่องการดำรงตำแหน่งของนายกสภาทนายความ และกรรมการสภาทนายความ รวมถึงการควบคุมการทำหน้าที่ของทนายความ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก สปท. ที่เคารพอย่างสูงนะครับ กระผม นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิก สปท. อันดับที่ ๘๓ ขออนุญาตอภิปรายนะครับ คือกระผมก็เป็นทนายความท่านหนึ่งนะครับ ได้มีการพิจารณา พ.ร.บ. ทนายความ ๒๕๒๘ จึงมีความประสงค์ที่จะปรับปรุงองค์กรสภาทนายความ ซึ่งเป็นต้นน้ำแห่งกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากว่าทนายความมีบทบาทคดีที่สมควรจะเป็น คดีก็มีจำนวนมาก คดีที่ไม่สมควรจะเป็นคดีก็มีจำนวนมาก ดังนั้นจึงสมควรที่จะปรับปรุง โดยกระผมขออนุญาตนำเสนอเหตุผลดังต่อไปนี้นะครับ คือประการแรก พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้มีการประกาศใช้มาเป็นเวลา ๓๐ ปีเศษแล้ว ปรากฏว่ายังไม่เคยมีการปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วนี่ผิดกับพระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ของหน่วยราชการต่าง ๆ ที่มี การปรับปรุงแก้ไขมาโดยตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันนะครับ ประการที่ ๒ ต้องยอมรับว่าประชาชนที่มีคดี ไม่ว่าคดีจะอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนหรือพนักงานตำรวจ หรือก่อนที่จะมีการยื่นฟ้องศาล รวมทั้งในช่วงที่มีการพิจารณาคดีในชั้นศาลประชาชนนึกถึง ทนายความเป็นอันดับแรกเลยนะครับ เพราะว่าจะต้องจัดหาทนายความเพื่อเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมในการทำหน้าที่ของทนายความ ก็จะต้องทำให้ประชาชนผู้ที่มีคดีความ เชื่อว่าทนายความที่ตนเองจัดหามามีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือความถูกต้อง และรักษาผลประโยชน์ในทางคดีให้กับลูกความ เพื่อให้ลูกความได้รับความเป็นธรรม ในทางคดี ประการที่ ๓ จะต้องจัดหามาตรการสนับสนุนทนายความทั้งฝ่ายโจทก์และ ฝ่ายจำเลย ในการร่วมไกล่เกลี่ยกับผู้ประนอมข้อพิพาทตามนโยบายการไกล่เกลี่ยของ ศาลยุติธรรมเพื่อให้คดียุติโดยเร็วและสามารถตกลงกันได้ แต่การตกลงกันก็จะต้อง ด้วยความเป็นธรรมทุกฝ่ายภายใต้ความสมัครใจของทุกฝ่ายซึ่งให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ การยุติกระบวนการยุติธรรมซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย สิ้นเปลืองเวลา สิ้นเปลือง การทำงานของศาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง และจำเป็นที่จะต้องหามาตรการป้องกันทนายความ บางท่านที่ยุยงส่งเสริมหวังเพียงค่าทนายความเท่านั้น ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายต่อ กระบวนการยุติธรรมโดยตรง ดังนั้นจึงต้องหามาตรการที่เคร่งครัดเพื่อให้เข้ากับนโยบายของ การไกล่เกลี่ยของศาล ส่วนประการที่ ๔ ก็เป็นที่ทราบกันว่านายกสภาทนายความ กรรมการ รวมทั้งคณะกรรมการมรรยาททนายความ จึงมีความสำคัญในการควบคุม การทำหน้าที่ของทนายความ เพื่อให้ประชาชนผู้มีคดีความเกิดความเชื่อมั่นและ ได้รับประโยชน์สูงสุดในทางคดีด้วยความเป็นธรรม และจะต้องสร้างความเชื่อมั่นศรัทธา การทำหน้าที่ของทนายความให้ตัวความ เพราะเป็นที่ทราบดีว่าคณะกรรมการ สภาทนายความชุดเดิมจะผลัดกันดำรงตำแหน่งมาโดยตลอดเป็นเวลาเกือบ ๓๐ ปี แต่กลับ ไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อถือศรัทธาได้เท่าที่ควร ดังนั้นจึงสมควรที่จะต้องแก้ไข พระราชบัญญัติทนายความ โดยพระราชบัญญัติทนายความบัญญัติให้นายกสภาทนายความ และกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่ง ๓ ปี จะดำรงตำแหน่งเกินกว่า ๒ วาระติดต่อกันมิได้ อันนี้คือข้อกำหนดเดิมนะครับ กระผมขอกราบเรียนว่าสมควรแก้ไข เป็น ให้นายกสภาทนายความและกรรมการสภาทนายความได้รับเลือกตั้งมีวาระ การดำรงตำแหน่ง ๕ ปี และให้ดำรงตำแหน่งวาระเดียวเท่านั้นนะครับ คือเหตุผล ขอกราบเรียนว่าที่ต้องมีการปรับปรุงก็เพื่อให้สอดคล้องกับวาระการดำรงตำแหน่งของ องค์กรอิสระต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ เช่นวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ดี คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ดีนะครับ เพื่อเปิดโอกาสให้ทนายความรุ่นใหม่ได้ผลัดเปลี่ยนกัน เข้ามาพัฒนา ส่วนประการต่อไป พ.ร.บ. ทนายความนะครับ ให้ประธานกรรมการมรรยาท มีอำนาจหน้าที่ควบคุมคดีมรรยาททนายความนะครับ ผมขอแก้ไขว่า ประธานกรรมการมรรยาททนายความสมควรเป็นผู้แทนเนติบัณฑิตยสภา ซึ่งเป็นกรรมการ สภาทนายความโดยตำแหน่ง ให้เป็นประธานกรรมการมรรยาททนายความ เพื่อพิจารณา ตรวจสอบความประพฤติของทนายความ ดังนั้นเมื่อเห็นว่าผู้แทนเนติบัณฑิตยสภา เป็นประธานกรรมการมรรยาททนายความจะได้มีโอกาสตรวจสอบการทำงาน การทำหน้าที่ ของนายกสภาทนายความก็ดี กรรมการสภาทนายความก็ดี รวมทั้งทนายความก็ดี ว่ามีความประพฤติผิดมรรยาททนายความหรือไม่ โดยไม่ต้องเกรงใจ หากพบว่ามีกรรมการ ท่านใดหรือทนายความประพฤติผิดมรรยาททนายความจะได้มีคำสั่งให้รับสอบสวนคดี มรรยาทต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้เชื่อถือได้นะครับ ซึ่งที่ผ่านมา ประชาชนก็ทราบว่าประธานกรรมการมรรยาททนายความก็เป็นทนายความ กรรมการ สอบสวนมรรยาททนายความก็เป็นทนายความทั้งสิ้น ซึ่งอันนี้ผมเห็นว่าเราจะต้องสร้าง ความเชื่อมั่น ขออนุญาตนะครับอีก ๑ นาที โดยการกำหนดให้กรรมการสอบสวนจะต้องเป็น ผู้แทนเนติบัณฑิตยสภา ๑ ท่าน ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม ๑ ท่าน ผู้แทนทนายความ ๑ ท่าน ร่วมในการสอบสวน เพื่อให้ประชาชนที่มาร้องมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรม ในการสอบสวน ซึ่งถือว่าเป็นการยกระดับวิชาชีพทนายความได้เป็นที่เชื่อถือด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน