สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕ · ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘

ทินพันธุ์ นาคะตะ หารือเรื่องการปฏิรูปและทำงานร่วมกันระหว่าง สปช. และ สปท. โดยยึดมั่นในรัฐธรรมนูญและปฏิรูป ๑๑ ด้าน

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ขอบคุณครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกกรุณาขออภิปรายตามคิว (Queue) ดังต่อไปนี้นะครับ ท่าน พลเอก สราวุฒิ ท่านบัญชา คุณหญิงพรทิพย์ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ท่านเพิ่มพงษ์ ท่านไวกูณฑ์ แต่ก่อนที่จะถึงคิว (Queue) อันนั้นที่เริ่มจะอภิปรายนี่ผมขออนุญาตหน่อยนะครับ เพื่อเรียนกราบเรียนให้ที่ประชุมทราบควบคู่กันไปว่าระหว่างที่มีการประชุมนั้น ผมก็ได้ ทำงานควบคู่กันไปด้วย คือกราบเรียนเวลาผมทำอะไรมาก็อยากจะเรียนความคืบหน้า ในการดำเนินงานให้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้รับทราบร่วมกันด้วย ก็คือว่าในระหว่างทาง ผมก็ได้มีการประสานงานกับแม่น้ำ ๕ สายพอสมควร ในการทำงานร่วมกันเราคงไม่ได้ทำงาน ลำพังของเราเท่านั้น เพื่อให้งานสำเร็จก็ได้มีการทำงานกับแม่น้ำ ๕ สายร่วมกัน เช่น ทาง ครม. สนช. แล้วก็กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราทำงาน คู่ขนานกันไป ยกตัวอย่างเช่นจากนี้ไปจากการประสานงานร่วมกันเราจะมีคณะกรรมการวิป (Whip) ร่วมกัน ๓ องค์กร เช่น ครม. สนช. และ สปท. อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือว่า ในการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลทราบความต้องการและปัญหาของประชาชนเพื่อประโยชน์ของ ประชาชนทั่วประเทศนั้น เราจะลงพื้นที่พร้อมกันหมดทั้ง ครม. สนช. กรธ. และ สปท. เพื่อว่ามันจะได้ไปพร้อม ๆ กัน แล้วก็มันจะได้ทำงานไปในทิศทางเดียวกันที่สำคัญยิ่งคือ ระหว่างที่เราไปขอทราบปัญหาความต้องการของประชาชนนั้น ผู้แทน ครม. จะได้ตอบ ประชาชนได้เลยว่าในปัญหาและความต้องการเหล่านี้รัฐบาลได้ทำงานคืบหน้าไปถึงไหนแล้วด้วย มันก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน ที่สำคัญก็คือมันก็ช่วยประหยัดงบประมาณด้วยอีกต่างหากนะครับ ก็เรียนให้ท่านสมาชิกทราบดังนั้น ทีนี้เช่นเดียวกันในการที่เราจะพบกันแม่น้ำ ๕ สายพรุ่งนี้ ทางรัฐบาลเองก็คงอยากให้พวกเราทำงานในกรอบระยะเวลาที่สอดคล้องกันด้วย รวมทั้ง ในทิศทางเดียวกันด้วยนะครับ สอดคล้องก็คือว่าขณะนี้ทางรัฐบาลเองก็ผ่านระยะที่ ๑ มาแล้ว ผ่านพ้นระยะที่ ๑ แล้วนะ ตอนนี้อยู่ระยะที่ ๒ แล้วนะ ส่วนระยะที่ ๓ เราก็คงต้องให้ รัฐบาลจากการเลือกตั้งเขาไปสานต่ออย่างนี้เป็นต้น อันนี้เราก็ต้องเก็บไว้ในใจอย่างนั้นด้วย เหมือนกัน เช่นเดียวกันในการพบกันอย่างนี้เราก็ต้องเริ่มในการทำงานร่วมกัน ทั้งแม่น้ำ ๕ สาย เราต้องยึดมั่นในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ และแก้ไขเพิ่มเติม เป็นหลักนะครับ ซึ่งในมาตรา ๒๗ นั้นได้กำหนดกรอบการทำงานของ สปช. และ สปท. ไว้ว่า การปฏิรูป ๑๑ ด้าน เมื่อการปฏิรูป ๑๑ ด้านอย่างนี้แล้ว คสช. ก็ตาม ครม. ก็ตาม และทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องก็จะถือ ๑๑ ด้านเป็นหลัก ดังนั้นการที่เราเสนอไปที่ ครม. ๓๗ วาระบวกต่าง ๆ นี้เราจะต้องมาปรับให้เข้าอยู่ใน ๑๑ ด้านดังกล่าว มันไม่ยากเลยมันก็อยู่ ใน ๑๑ ด้านนั่นแหละ มันจะได้ไม่มี ๓๗ บวกเยอะแยะไปหมดนะครับ เราก็จัดลงได้ทั้งหมด แน่นอนเราก็คงยึดมั่นใน ๑๑ ด้านกับภารกิจประมาณหลาย ๆ ภารกิจต่าง ๆ เช่นการเน้น เนื้อหาอะไรต่าง ๆ ก็ผสมผสานกันอย่างนั้นนะครับ ข้อสำคัญก็คือในรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับชั่วคราวและฉบับแก้ไขเพิ่มเติมก็ตามกำหนดอำนาจหน้าที่ของเราให้สานต่อ สปช. ซึ่งสานต่อ สปช. นี้ซึ่งเราคงไม่ได้เริ่มต้นจากจุดที่ศูนย์หรอกนะครับ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ก่อนที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและ สปช. จะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ทาง สปช. ได้ส่งมอบงานปฏิรูปทั้งหมด ๓๗ ด้านบวกนี่ไปให้ ครม. โดยท่านนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับมอบงานนั้น จากนั้นแล้วมันมีความคืบหน้าจึงอยากกราบเรียนให้ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติได้ทราบก็คือว่า ครม. ได้มีมติรับหลักการในเกือบทุกเรื่องเลยที่เสนอไป จากนั้นแล้ว ครม. ได้ส่งให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปทำความคิดเห็นเพิ่มเติมมาว่าเรื่องที่ คณะกรรมการ สปช. ก็ตาม หรือ สปท. ก็ตามมันก็อันเดียวกันนั้นนะครับ ได้ทำขึ้นมานี้ ถ้าเราจะปฏิรูปดังนี้กระทรวงใดมีปัญหาอะไรเกี่ยวข้องไหม อย่างเมื่อกี้ยกตัวอย่างเช่น ในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายนี่ท่านจะบอกว่าท้ายที่สุดแล้วมันต้องปฏิรูป ต้องมีกฎหมายอื่นในด้านอื่น ๆ ออกมาด้วยนะ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นมันอีนุงตุงนังไปหมด จึงกราบเรียนให้ทราบว่าปัญหาในทางปฏิบัติคือมันเกิดขึ้นมา สมมุติว่าบางครั้งเราเสนอไป กราบเรียนให้ทราบนะครับ ที่เราเสนอไปมันมี ๒ รูปแบบ คือรูปแบบหนึ่งคือรายงานการวิจัย ที่สมบูรณ์สวยงามนี่มันเป็นเพียงคอนเซปต์เปเปอร์ (Concept paper) เฉย ๆ เพื่อผู้อ่านทั่วไป มันไม่สามารถออกมาเป็นกฎหมายได้เดี๋ยวนั้น มันจะต้องให้นักกฎหมายเขียนเป็น ภาษากฎหมายขึ้นมาอีก แต่ว่าที่เราส่ง ครม. ไป ควบคู่กันกับคอนเซปต์เปเปอร์ (Concept paper) ดังกล่าวที่เป็นรายงาน ๓๑ วาระบวกนี้ เราส่งไปเป็นเอกสารทางราชการในลักษณะ ที่มันสามารถจะไปปฏิรูปได้เลยทันที และที่สำคัญยิ่งนะครับ มันมีประมาณ ๔๐ วาระบวกลบ ที่มีร่างกฎหมายแนบไปเลย หมายความว่าในขั้นอุดมคติ ในหลักการแล้วนี่ถ้าผู้มีอำนาจเห็นด้วย มันสามารถออกเป็นกฎหมายได้เลย แต่มันมีปัญหาอย่างนี้เพราะเหตุว่าบางครั้งบางคราว เราส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการแล้วเราจะคิดในเรื่องของการวิจัยแบบการวิจัยในมหาวิทยาลัยทั่วไป แต่ว่าจริง ๆ แล้วในโลกปฏิบัติการจริง พอออกกฎหมายตามที่เราเสนอเข้าไปตามนั้น ซึ่งค่อนข้างจะมองในด้านโลกบริสุทธิ์ตามนี้ เพราะออกตรงขึ้นมานี้ บางทีกระทรวงการคลัง ไม่สามารถหยุด ต้องหยุดทำงานเดี๋ยวนั้นนะ เพราะกฎหมายที่เราออกไป ท่านทราบไหม หยุดหรือทำอะไรไม่ได้อีกต่อไปเลย ถ้าเราออกกฎหมายทำนองนั้นออกมาตามนี้ นี่เราต้องเอาความจริงมาพูด ด้วยเหตุนั้นความเห็นของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย การปฏิรูปแต่ละเรื่องมีคุณค่ามหาศาลเลย ดังนั้น ครม. เขาจึงบอกว่าให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทำความเห็นเพิ่มเติมมาส่ง ครม. ภายใน ๓๐ วัน ทีนี้มันบังเอิญเกิดช่องว่าง สุญญากาศ แห่งอำนาจหน้าที่ขึ้นมา พอ สปช. กับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ตามอย่างอื่น มันก็เริ่มต้นใหม่ สปท. มากัน เพราะฉะนั้นมันก็เกิด ช่องว่าง เพราะฉะนั้นการที่กระทรวงเขาส่งความเห็นมานี่เราจะต้องติดตามความเห็น ที่กระทรวงส่งมาที่ ครม. และให้ ครม. ส่งคืนมาให้เรา พอเราพิจารณาเสร็จแล้วเราก็จะเสนอ เป็นต่อไปนี้ให้ออกกฎหมายแล้ว ส่วนกระบวนการออกกฎหมายมันก็มี ๒ วิธี เช่น ส่ง สนช. ตามปกติ หรือในแง่หนึ่งส่ง ครม. ซึ่ง ครม. เขาจะอาศัยคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยดูแลเรื่อง ภาษากฎหมาย เพราะฉะนั้นมันมีหนทางที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จมากมายก่ายกองเลย เพราะขณะนี้ทุกอย่างมันพร้อมแล้ว เพียงแต่ว่ารอความเห็นกระทรวงเจ้าของเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น กราบเรียนให้ที่ประชุมทราบอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นที่เรามีคณะนี้ ๑. มันมีคอนเซปต์ เปเปอร์ (Concept paper) แต่คอนเซปต์เปเปอร์ (Concept paper) มันเพียงเพื่ออ่านกัน เฉย ๆ แต่ว่าที่เราเสนอ ครม. ที่เป็นเรื่องเป็นราวคือมันไม่ใช่เป็นคอนเซปต์เปเปอร์ (Concept paper) มันเป็นปัญหาความต้องการที่ปฏิรูปได้ แต่แน่นอนมันเพียงติดขัดอยู่ที่ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง มันจะเกิดปัญหาอะไร เราต้องไปปลดล็อกตรงนั้นได้ด้วย เขาจะได้ ทำงานได้อย่างปกติ นั่นข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ หน้าที่ของเราก็คือนอกจากผลักดันขับเคลื่อนให้ ออกกฎหมายมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งวาระ ๓๗ วาระบวกนี้ หรือโดยเฉพาะร่างกฎหมาย ๓๗ ร่าง ที่มีอยู่แล้ว ผลักดันให้ออกมาเป็นกฎหมายโดยเร็ว ขณะเดียวกันหน้าที่ของเราก็คือว่าจัดลำดับ ความสำคัญเร่งด่วนของปัญหาสำคัญที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุดของการปฏิรูปควบคู่กันไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นทั้งแม่น้ำ ๕ สายจะมีผลงานที่ออกมาทันตาเห็น นี่คือผลงานที่เป็นรูปธรรม ที่จะต้องออกมาเป็นกฎหมายก่อน เมื่อออกเป็นกฎหมายมาแล้ว เราไม่ใช่ผลักดันขับเคลื่อน ให้มีกฎหมายเท่านั้น เราจะต้องช่วยขับเคลื่อนผลักดันให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกมา ด้วย เรียกว่าอิมพลีเมนต์ (Implement) หรือว่าลอว์เอนฟอร์ซเมนต์ (Law enforcement) ก็สุดแท้แต่ จนกระทั่งแก้ปัญหาสำคัญได้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง อันนั้นในอุดมคติของเราที่เรา จะต้องกวาดขยะให้เสร็จก่อนการเลือกตั้ง จึงอยากจะเรียนท่านสมาชิกให้ทราบความคืบหน้า ในการทำงานด้วยเหตุนั้นพรุ่งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะมาพูดเพื่อให้แม่น้ำ ๕ สาย ทำงานสอดคล้องกันในด้านช่วงระยะเวลาทำงาน ในด้านไทม์เฟรม (Timeframe) ประการที่ ๒ ไปในทิศทางเดียวกันไม่ใช่พูดกันคนละทิศละทางซึ่งมันไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่อยู่ในนโยบาย อะไรต่าง ๆ นะครับ อย่างนี้เป็นต้น รายละเอียดท่านจะเอามาพูดพรุ่งนี้นะครับ ด้วยเหตุนั้น ตั้งแต่มีการปฏิรูประบบราชการแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ ๕ เมื่อปี ๒๔๓๕ จากนั้นมาจนบัดนี้ ๑๒๓ ปียังไม่เคยเกิดการปฏิรูปอีกเลย แล้วถ้าในกรณีรัฐบาลปกติ ไม่มีโอกาสบรรลุได้เลย ขณะนี้เป็นรัฐบาลไม่ปกติจึงสามารถทำอะไรได้หมดเพื่อประโยชน์ ส่วนรวมของชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าขอความร่วมมือของท่านสมาชิก เรามาทำบุญให้ประเทศร่วมกันให้สำเร็จจงได้ ขอบพระคุณครับ นั่นคือเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าขอให้ท่านสมาชิกที่จะอภิปรายและได้ทำเอกสารสรุปประเด็นการอภิปรายมาแล้ว ขอให้ส่งได้ที่ท่านรองประธานหรือผมนะครับ เพื่อจะได้อนุญาตให้แจกสมาชิกในที่ประชุม ต่อไป ขอขอบพระคุณ แล้วก็ขอดำเนินการต่อครับ