จิระ โกมุทพงศ์ เสนอกรอบระยะเวลา 3 ระยะในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างระบบคุณธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม เพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และเพิ่มความเป็นธรรมให้กับประชาชน
พลเอก จิระ โกมุทพงศ์
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศและสมาชิกทุกท่านครับ กระผม พลเอก จิระ โกมุทพงศ์ ในขณะที่เป็น สปช. นั้น เป็นเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนะครับ ก็ขออนุญาต สรุปในสุดท้ายแล้วนะครับกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมก็ได้กำหนด กรอบระยะเวลาไว้นะครับ หรือขั้นตอนการดำเนินการพอสรุปได้ดังนี้นะครับ ก็ให้มี การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้สำเร็จก็แยกพิจารณาเป็น ๒ กรณีคือปฏิรูปหน่วยงาน ในกระบวนการยุติธรรมกับปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมาย การปฏิรูปหน่วยงานในกระบวนการ ยุติธรรมเราก็ได้ดำเนินการโดยการสร้างระบบคุณธรรมให้เจ้าหน้าที่ราชการในหน่วยงาน ยุติธรรมได้รับความเป็นธรรมในเบื้องต้น แล้วก็ให้ทุกหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ขับเคลื่อนการปฏิรูปหน่วยงานเพื่อให้มีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็กำหนดสถานที่ รับเรื่องราวร้องทุกข์ให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่า สุดท้ายก็ให้ทุกหน่วยงานมีคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อร้องทุกข์หรือร้องเรียนจากประชาชนในทุก ๆ กรณี ในส่วนของมาตรการ การบังคับใช้กฎหมายก็ให้มีประสิทธิภาพโดยให้หัวหน้าหน่วยงานระดับปลัดกระทรวง และอธิบดี รวมถึงหัวหน้าสูงสุดทุกหน่วยงานและองค์กรตามรัฐธรรมนูญแถลงแนวทาง การทำงานและวางแนวทางและนโยบายการทำงานต่อสาธารณะด้วยการดำเนินการ ดังต่อไปนี้นะครับ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ทุจริตคอร์รัปชัน หากพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนก็จะต้องถูกไล่ออกจากงาน แล้วก็งดบำเหน็จบำนาญ ถูกดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญา ให้ผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่า ๑ ชั้น มีส่วนรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือของรัฐ ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนอย่างเข้มงวด ให้ใช้กฎหมาย เพื่อการอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชนและให้มีมาตรการทำให้กระบวนการยุติธรรม ต้องเป็นที่ยอมรับของประชาชน การพัฒนาองค์กรในกระบวนการยุติธรรมจะต้องทำให้ ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม แล้วก็เป็นธรรม กระบวนการ ปฏิรูปต้องดำเนินการปฏิรูปร่วมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการปฏิรูปและเสนอความต้องการในการพัฒนากระบวนการ ยุติธรรม ขจัดความไม่เป็นธรรมในสังคม พัฒนาองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ให้มีมาตรฐานสากล รวมถึงให้มีอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัยในการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าที่ของรัฐให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้มีประสิทธิภาพ จะต้องมีการประเมิน ความพึงพอใจของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการยุติธรรมทุก ๆ ปี สุดท้ายการทำให้ประชาชนยอมรับและพึงพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการ ยุติธรรม ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมานี้เราก็ได้กำหนดกรอบระยะเวลาได้เป็น ๓ ระยะ ระยะทันที ระยะ ๑ ปีแล้วก็ระยะ ๓ ปีนะครับ ระยะทันทีทำอะไรบ้างนะครับ ก็ให้มี การตรวจและติดตามการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเสมอภาค สร้างจิตสำนึก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในราชการมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ พัฒนาการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนตั้งแต่เยาว์วัย เริ่มมีวินัยแล้วก็รับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน ให้มีหลักสูตรวินัย และการบังคับใช้กฎหมายในหลักสูตรการศึกษาตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเป็นต้นไปเลยนะครับ ลดขั้นตอนของงานราชการที่สร้างภาระให้กับประชาชน ให้ข้าราชการให้บริการประชาชน โดยไม่มุ่งหวังประโยชน์ตอบแทนและไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน สร้างมาตรการ การให้ความเป็นธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ให้มีกระบวนการติดตาม การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ จัดระเบียบทางสังคมให้มีความเรียบร้อย ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด จัดให้มีกฎหมายและกระบวนการแก้ปัญหา การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบแล้วก็มีประสิทธิภาพ ให้มีศูนย์รับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ สุดท้ายให้มีระบบ การตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการยุติธรรมและสามารถทบทวน ช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐนะครับ การปฏิรูปให้เสร็จภายใน ๑ ปีมีอะไรบ้าง อาทิ ให้ศึกษา รวบรวมงานในกระบวนการยุติธรรมประเทศต่าง ๆ ที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปงานในกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ เสนอปรับปรุง แก้ไขกฎหมายและเสนอกฎหมายใหม่เพื่อการปฏิรูปองค์กรและการทำงานของหน่วยงาน สร้างวัฒนธรรมหรือเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนให้มีระเบียบวินัย แก้ไขกฎหมาย ที่มีโทษไม่เหมาะสมกับความผิด สร้างกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบมีประสิทธิภาพ ทั้งมีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ แก้ไขกฎหมายที่ให้ลงโทษผู้กระทำความผิด ให้หนักขึ้นในความผิดบางประเภทเช่นความผิดเกี่ยวกับการขับรถยนต์ในขณะมึนเมา เป็นต้น การให้หน่วยงานศาลสามารถเปิดบริการศาลเคลื่อนที่หรือศาลแขวงในแต่ละอำเภอ เพื่อเป็นการถ่วงดุลให้พนักงานอัยการหรือฝ่ายปกครองมีอำนาจในการเข้าไปมีส่วนร่วม ในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การทำงานและการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐมีมาตรฐานและไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับ ประชาชน ให้ทนายความทำหน้าที่ในการเผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนและช่วยเหลือ ทางคดีแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง การปฏิรูปให้แล้วเสร็จภายใน ๓ ปีมีอะไรบ้างนะครับ จัดระบบให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเคร่งครัด ให้มีการปรับปรุง กฎหมายและการปรับปรุงหน่วยงานหรือองค์กรในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้มีการทำงาน ที่มีประสิทธิภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่ในแต่ละหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่ายและเสียค่าใช้จ่ายน้อย มีอุปกรณ์ และเครื่องมือการพัฒนาแล้วใช้ในหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมกำหนดแนวทางและแผนการปฏิรูปการทำงาน โดยมุ่งหวังการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้สำเร็จ จัดเก็บข้อมูลทุกด้านที่สามารถ ตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมได้นะครับ สุดท้ายก็สร้างมาตรการการลดปัญหา อาชญากรรมอย่างเป็นระบบและลดความล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรม ข้อเสนอ การแก้ไขกฎหมายปรับปรุงรายชื่อกฎหมายก็ค่อนข้างเยอะ ผมสรุปนิดเดียวนะครับ การปฏิรูปการจัดทำกฎหมาย กฎหมายที่จะต้องแก้ไขและปรับปรุงมีทั้งหมด ๕ ฉบับ ที่เสนอไป ตัวอย่างเช่นพระราชบัญญัติสัญชาติ การปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายก็เสนอไป ๕ ฉบับ เช่นกฎหมายอาญาความผิดเกี่ยวกับเพศ กฎหมายที่ต้องยกร่างขึ้นใหม่ก็มี ๒ ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติการยุติข้อพิพาทด้วยการไกล่เกลี่ยก่อนขึ้นศาล พ.ศ. .... แล้วก็ ออกระเบียบว่าด้วยการกำหนดอุปกรณ์ หน่วยงานรับผิดชอบและเงื่อนไขเกี่ยวกับอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ตรวจสอบและจัดการเดินทางและอาณาเขต พ.ศ. .... การปฏิรูปองค์กรและการทำงานในกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปองค์กรศาลได้เสนอแก้ไข ปรับปรุงไป ๑๕ ฉบับ เช่นธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายที่ต้องยกร่างใหม่มี ๓ ฉบับ เช่น พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลป้องปรามการทุจริตและวิธีพิจารณาคดีป้องปรามการทุจริต ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีเลือกตั้ง และร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปองค์กรอัยการได้แก้ไข ๒ ฉบับ คือ พ.ร.บ. องค์กรอัยการ กฎหมายปฏิรูปองค์กรทนายความก็มี ๑ ฉบับ คือ พระราชบัญญัติทนายความ การปฏิรูปองค์กรอิสระที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมก็เสนอ แก้ไขปรับปรุงไป ๔ ฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กฎหมายที่ต้องยกร่างขึ้นใหม่ก็มี ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองติดตามทรัพย์สินของแผ่นดินคืนจากการทุจริต แล้วนอกจากนั้นยังมีการปฏิรูปการแก้ปัญหายาเสพติดให้โทษร้ายแรง และเสนอกฎหมาย ที่ต้องแก้ไขปรับปรุงไป ๒ ฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ทั้งหลายทั้งปวง ก็เป็นกฎหมายที่เราจะต้องแก้ไขและปรับปรุง กราบขอบพระคุณครับ