เสรี สุวรรณภานนท์ เสนอการปฏิรูปงานในหลายด้าน เช่น องค์กรทนายความ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม การบังคับคดี การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ หน่วยงานราชทัณฑ์ การคุมประพฤติ หน่วยงานสอบสวนคดีพิเศษ และปัญหายาเสพติด
กราบเรียนขออนุญาตรายงานให้ครบถ้วนนะครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอในส่วนกรอบแผนงานการปฏิรูปต่อนะครับ เอาอย่างกระชับแล้วก็รวดเร็วขึ้นนะครับ เนื่องจากเอกสารเราได้ส่งสมาชิกแล้ว รายละเอียด ทั้งหมดขอให้ท่านสมาชิกช่วยกรุณาไปช่วยดูรายละเอียดดังกล่าวทั้งหมดด้วยนะครับ ในส่วน องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำก็คือองค์กรทนายความ องค์กรทนายความเราก็เสนอว่า ให้มีการปฏิรูปองค์กรทนายความและปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรของสภาทนายความ การพัฒนามาตรฐานวิชาชีพทนายความเพื่อให้มีการพัฒนาวิชาชีพทนายความให้ตอบสนอง ต่อความต้องการของประชาชนทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเป็นที่พึ่งหลักของ ประชาชนอีกองค์กรหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ทนายความสามารถช่วยเหลือ ประชาชนทางกฎหมายทั้งในคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีอื่น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ให้ทนายความ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมที่สามารถพัฒนาให้ทำหน้าที่เป็นอัยการหรือศาลได้ อันนี้คือแนวทางที่จะให้เกิดการปฏิรูปงานกระบวนการทำในส่วนของสภาทนายความ นอกจากนั้นก็กราบเรียนว่าในส่วนงานของกระทรวงยุติธรรมเองมีเรื่องของการบังคับคดี การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ หน่วยงานราชทัณฑ์ การคุ้มครอง การคุมประพฤติ และหน่วยงานสอบสวนคดีพิเศษ อันนี้ก็คือหน่วยงานที่กรรมาธิการได้ศึกษาและมีข้อเสนอ ให้มีการปฏิรูปในหน่วยงานดังกล่าวนะครับ ข้อสำคัญอีกอันหนึ่งก็คือปัญหายาเสพติดให้โทษ กรรมาธิการก็ได้หยิบประเด็นนี้ขึ้นมากำหนดประเด็นหลัก ๆ ไว้นะครับ ในเรื่องของ การปฏิรูปด้านนโยบายของรัฐเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ปฏิรูปด้านการบำบัดฟื้นฟู ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด การปฏิรูปด้านการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับผู้ค้ายาเสพติด อันนี้คือเป็น หลักการสำคัญในเรื่องแก้ปัญหายาเสพติด แต่มีรายละเอียดเยอะนะครับ อีกส่วนหนึ่ง ที่ขาดไม่ได้ก็คือการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจหน้าที่และกระบวนการทำงานของตำรวจ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ในส่วนนี้มีอนุกรรมาธิการได้ศึกษา และกรรมาธิการก็ได้สรุป แนวทางการปฏิรูปของตำรวจไว้อยู่ระดับหนึ่ง เอกสารท่านสมาชิกไปแล้วครับมี ๑๕ ข้อ แต่ละข้อนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้เกิดการปฏิรูป เปลี่ยนแปลงตำรวจ ได้แก่ ความเป็นอิสระของหน่วยงานตำรวจปราศจากการแทรกแซง ทางการเมือง ข้อ ๒ การกระจายอำนาจการบริหารราชการไปสู่ระดับจังหวัด ข้อ ๓ การถ่ายโอนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มิใช่ภารกิจหลักของตำรวจ กลับไปให้เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ข้อ ๔ การสร้างการมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนในกิจการตำรวจทั้งในระดับส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และสถานีตำรวจ ทุกแห่ง ข้อ ๕ การสร้างกลไกการตรวจสอบ ถ่วงดุลการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะอำนาจถ่วงดุลและการสอบสวนโดยไม่กระทบต่อความรวดเร็วในกระบวนการ ยุติธรรม ให้พนักงานอัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอมีอำนาจตรวจสอบและถ่วงดุล การสอบสวนได้ในกรณีที่ประชาชนร้องขอความเป็นธรรม ข้อ ๖ การพัฒนาคุณภาพ ข้าราชการตำรวจและวางแนวทางมาตรฐานการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการตำรวจ ข้อ ๗ การปฏิรูปงานสอบสวน ข้อ ๘ การใช้อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงในขั้นตอน การสอบสวน ข้อ ๙ การพัฒนาระบบงบประมาณของตำรวจ การตรากฎหมาย ว่าด้วยกองทุน การให้ประชาชนเสียภาษีในเขตปกครองนั้น ๆ ในการนำไปใช้ ในกิจการตำรวจ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อ ๑๐ การจัดระบบงานด้านนิติวิทยาศาสตร์เป็นแท่งให้ขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้อ ๑๑ การกำหนดมาตรการการแก้ปัญหาป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน การป้องกันไม่ให้มีการเรียกรับสินบน รวมถึงการซื้อขายตำแหน่ง และมีมาตรการ ในการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปรู้เห็น หรือช่วยเหลือ หรือสนับสนุนกิจการ ที่ผิดกฎหมาย ข้อ ๑๒ การกำหนดแผนการเพิ่มเครื่องมือและอุปกรณ์เทคโนโลยี และ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อ ๑๓ การกำหนด มาตรการการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความสามารถและเพิ่มหลักประกันในการทำหน้าที่ การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ข้อ ๑๔ การทบทวน ฝึกฝน ให้ความรู้ เพิ่มความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่ในกิจการตำรวจ และข้อ ๑๕ การประเมินผล ความพึงพอใจของประชาชนในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งแนวทางการปฏิรูป เป็นแผนงานเหล่านี้ยังไม่อาจแล้วเสร็จในกรรมาธิการได้ เนื่องจากการทำหน้าที่ หรือกิจการตำรวจนั้นมีการครอส (Cross) หรือคร่อมไปกับกรรมาธิการชุดอื่น ๆ หลายคณะ ในส่วนนี้สภา สปช. ในขณะนั้นจึงได้มอบให้ท่านประธาน สปช. ตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อจะศึกษางานในกิจการตำรวจ เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนในส่วนนี้เพราะประชาชนสนใจมาก จึงขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมโดยกรรมการในชุดนั้นก็คือท่านอาจารย์วันชัย สอนศิริ ซึ่งอยู่ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมด้วย แล้วก็ไปอยู่ในชุด ที่ท่านประธานได้ตั้งในการศึกษากิจการตำรวจด้วย ได้ให้ข้อมูลกับท่านสมาชิกในช่วงนี้ คราวเดียวกัน ขออนุญาตท่านประธานครับ