สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๕๙ · ๓ สิงหาคม ๒๕๕๘

นิรันดร์ พันทรกิจ หารือเรื่องความสำคัญของวัฒนธรรมไทยที่แสดงถึงความเป็นชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และหลักคําสอนทางศาสนา และเรียกร้องการสร้างคุณค่าและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งระหว่างคนไทยในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ

นายนิรันดร์ พันทรกิจ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๑๑๕ ท่านประธานครับ ผมมีความรู้สึกว่า เรื่องวัฒนธรรมเปึนเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง ปกติผมไม่ค่อยอภิปรายหรอกครับ ฟัง แต่ว่า ผมเห็นว่าเรื่องวัฒนธรรมเปึนเรื่องใหญ่ คือความเปึนชาติมันแสดงออกโดยทางอื่นไม่ได้หรอกครับ มันต้องแสดงด้วยวัฒนธรรม ด้วยการแต่งกาย ด้วยการพูด ด้วยการแสดง ด้วยศิลปะ อะไรต่าง ๆ คือความเปึนชาติอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นบางชาติเพิ่งเกิดมา ๑๐๐ ป้ ๒๐๐ ป้ มันก็จะไม่มีวัฒนธรรมที่ล้ําลึกอย่างของไท ย ของไทยมันผูกพันกันมานับพันป้ เพราะฉะนั้น มันก็จะมีวัฒนธรรมที่กว้างขวางลึกซึ้งละเมียดละไมประณีต นั่นคือสิ่งสําคัญในความเปึนชาติ แต่น่าเสียดายครับ ผมมีความรู้สึกว่าในสังคมไทยให้ความสําคัญกับวัฒนธรรมค่อนข้างน้อย สังเกตดูกระทรวงวัฒนธรรมมันเปึนกระทรวงเล็กระดับกระทรวงเกรดซี ข้าราชการน้อย งบประมาณน้อย ทั้ง ๆ ที่กระทรวงนี้มันเปึนกระทรวงที่แสดงความเปึนชาติให้โลกได้รู้จัก เพราะฉะนั้นเวลาเขาจัดสรรรัฐมนตรีกันในพรรคต่าง ๆ กระทรวงวัฒนธรรมก็จะถูกกีดกัน ไปอยู่ไกล ๆ ไม่มีใครอยากสนใจหรือพรรคไหนอยากจะเปึนหรอกครับ อันนี้คือจุดสําคัญ

เพราะเราก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่าเรื่องของวัฒนธรรมเปึนเรื่องที่มีความสําคัญที่จะต้องทํา ให้เห็นว่าประเทศชาติที่มันจะเจริญก้าวหน้าได้ถ้าใช้มิติทางวัฒนธรรมสร้างคุณค่า สร้างมูลค่า เหมือนที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา พยายามคิดอยู่ในเวลานี้ก็น่าจะเปึนประโยชน์ เวลานี้ผมจะขอพูด ๓ ประเด็นครับ อาจจะ ล้ําเวลานิดหน่อย ประเด็นที่ ๑ ครับ ในค่านิยมทั้งหลายผมมีความรู้สึกอ่านแล้วนี่ยังขาดไป นิดหนึ่งครับ ก็คือการส่งทอดวัฒนธรรมให้กับเยาวชน ผมไปดูการแสดงที่จังหวัดอุบลราชธานี ตามไปกับคณะกรรมาธิการด้วย ฉุกคิดขึ้นได้ว่าในเวลานี้แนวโน้มในการที่จะทําให้วัฒนธรรม มันอยู่ได้นั้นจะต้องต่อยอดด้วยเยาวชนเห็นคุณค่า เขาแสดงให้เห็นถึงเยาวชน ๒ กลุ่มที่เห็น คุณค่าของวัฒนธรรมต่าง ๆ แล้วเห็นว่าการที่จะรักษาวัฒนธรรมเอาไว้ได้ไม่ใช่แต่เ ฉพาะคน รุ่นเราเท่านั้นแต่จะต้องส่งทอดวัฒนธรรมเหล่านี้ให้กับคนรุ่นต่อไปให้เขาได้เห็นให้เขาได้ สํานึกและเขาสามารถจะสานต่อวัฒนธรรมเหล่านั้นขึ้นได้ อันนั้นเปึนเรื่องที่เปึนข้อสังเกต ข้อที่ ๑ อาจจะต้องเขียนไว้ตรงไหนสักที่หนึ่งก็ได้ก็แล้วแต่ ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการให้ คําจํากัดความของคําว่าวัฒนธรรมไทย ผมคิดว่ายังไม่ชัดผมได้ดูวีดิทัศน์เมื่อสักครู่มีความรู้สึกว่า มันขาดหายไปส่วนหนึ่ง อันนี้อาจจะโทษคนจัดทําไม่ได้ครับ อาจจะเปึนแนวความคิด ที่อาจจะต้องตกหล่นไป ก็คือแนวความคิดวัฒนธ รรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความสํานึกในเวลานี้ส่วนหนึ่งของการสร้างแนวความคิดในทางวัฒนธรรมก็คือว่าให้คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดความรู้สึกว่าวัฒนธรรมของเขาเปึนวัฒนธรรมไทยด้วย ไม่ใช่ วัฒนธรรมไทยเฉพาะภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน แต่ว่าภาคใต้ตอนล่างสุดไม่ว่าจะเปึน รองเง็ง ไม่ว่าจะเปึนลิเกฮูลู การเขียนผ้าบาติก อะไรต่าง ๆ ซึ่งมีเยอะแยะมากมายจะต้อง สร้างความรู้สึกให้คนเหล่านั้นเขาเห็นว่าคุณก็ไม่ใช่เปึนวัฒนธรรมอื่นท่านก็เปึนวัฒนธรรมไทย ในส่วนของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีคุณค่าในทางวัฒนธรรมเหมือนกับวัฒนธรรมของ คนไทยในส่วนอื่น ๆ ของประเทศ อย่างนี้เราจะเกิดสร้างความเปึนหนึ่งเดียวของคนได้ ไม่ใช่ กันเขาไปอยู่นี่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมนี้เปึนวัฒนธรรม เขามีความรู้สึกจะแปลกแยก อยู่แล้ว แต่ถ้าเราเกิดสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาว่าวัฒนธรรมอย่างนี้ของท่านไม่ว่าจะเปึนลิเกฮูลู รองเง็ง อะไรต่ออะไรทั้งหลาย การเขียนผ้าบาติกทําโน่นนี่นั่นของท่านเปึนวัฒนธรรมไทยด้วย ส่วนหนึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ มีไอเดนติตี (Identity) มีลักษณะ เอกลักษณ์เฉพาะ โดดเด่น งดงาม ไม่แพ้วัฒนธรรมของภาคอื่น นั่นประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่า

จะต้องทําความเข้าใจเสียให้ชัดนะครับ แล้วก็สร้างความรู้สึกที่ดีให้กับเขาได้ ประเด็นต่อมา ในเรื่องของศาสนา ผมคิดว่านี่เปึนประเด็นสําคัญที่ผมอยากจะพูดตั้งนานแล้วแต่ไม่ได้จังหวะพูด คือปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นหลายท่านพยายามแก้ปัญหาในมิติทางความมั่นคง ผมได้เสนอไอเดีย (Idea) นี้แล้วได้ทําอยู่ระยะหนึ่งค่อนข้างมั่นใจและเชื่อมั่นว่าการแก้ปัญหา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นจะต้องใช้มิติทางวัฒนธรรมเปึนหลัก เปึนกระแสหลักเลย ผมได้ขายไอเดียอันนี้ก่อนที่ผมจะทําสักประมาณป้ ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ผมไปทําได้ขายความคิด เหล่านี้ให้กับท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในขณะที่ท่านเปึนผู้บัญชาการทหารบก ได้ขาย ความคิดเหล่านี้ให้กับท่านพระนาย สุวรรณรัฐ ในฐานะที่ท่านเปึนปลัดกระทรวงและตอนนั้น ท่านเปึนผู้อํานวยการศูนย์อํานวยการบริหารชายแดนภาคใต้ ผมบอกว่าหลังจากที่ผมได้มี โอกาสพบปะพูดคุยกับผู้ก่อความไม่สงบที่เขาจับ มาได้ ผมถามเขาว่าทําไมคุณถึงก่อเหตุ อย่างนี้ เขาตอบอย่างไรรู้ไหมครับ ผมบอกว่านี่คุณก็เปึนคนไทยคนหนึ่งทําไมคุณถึงคิดที่จะ ทําแบ่งแยก เขาบอกเขาไม่ใช่คนไทยเขาเปึนคนมลายู เห็นไหมครับ นี่เปึนมิติทางวัฒนธรรม ต้องอธิบายแล้วว่าเขาเอาเรื่องของชาติพันธุ์กับเรื่องของความเปึนสมาชิกของประเทศไปปน กันแล้ว เปึนซิติเซน (Citizen) ไปปนกันต้องอธิบายครับ

๒. ผมถามว่าเรามีประวัติศาสตร์ร่วมกันของคนชาติ เขาบอกไม่ใช่ เพราะสยามไปทําลาย ปัตตานี ยกกองทัพไป ปู์ ย่า ตา ยาย ของเขาถูกเข่นฆ่า ถูกกวาดต้อน นี่เปึนมิติ ทางวัฒนธรรมต้องอธิบาย ๓. เขาบอกว่าหน้าที่ของเขาในการต่อสู้แบ่งแยกดินแดน ตั้งรัฐปัตตานีเปึนการต่อสู้ในทางศาสนา เปึนหน้าที่ทางศาสนาที่ต้องทํา เพราะฉะนั้น การต่อสู้ของเขาจึงถูกต้องแล้ว ฉะนั้นเยาวชนเหล่านี้ท่านไปดูครับ อายุ ๑๘ ป้ ๑๙ ป้ ๒๐ ป้ ๒๑ ป้ ๒๒ ป้ ที่เปึนพวกอาร์เคเค (RKK) ใหญ่หน่อยก็อายุ ๓๐ ป้กว่า ๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นผมเลยบอกกับผู้หลักผู้ใหญ่ทั้ง ๒ ท่านว่าวิธีในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ต้องใช้มิติทางวัฒนธรรม กระทรวงหลักก็คือกระทรวงวัฒนธรรม แต่ว่าก็ยังไม่ได้ มีการแก้ไขปรับปรุง ยังไม่ได้มีการดําเนินการ ส่วนใหญ่ก็ทํากันแบบแกน ๆ เพราะฉะนั้น ผมมองว่าการแก้ปัญหาในพื้นที่ มิติทางวัฒนธรรม มิติทางศาสนา เปึนมิติหลัก เพราะจะต้อง ไปแก้ไขความคิด ความเชื่อ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในเรื่องชาติพันธุ์ ความคิด ความเชื่อ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในเรื่องประวัติศาสตร์ ความคิด ความเชื่อ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ในเรื่องหลักคําสอนทางศาสนา โดยเฉพาะเรื่องญิฮาด มันแก้วิธีอื่นไม่ได้ครับ จะต้องสร้าง ความเข้าใจที่ถูกต้อง ผมอบรมเด็กประมาณกลุ่มละ ๑๒๐ คน ผมไม่อบรมเยอะ ๑๒๐ คน ทําไปประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าคน ณ วันนี้ผมมีดาตาเบส (Database) ที่ได้รับรองแล้ว ว่าเด็กเหล่านี้ไม่มีโอกาสได้ไปเปึน เพราะเขาเข้าใจความคิดความเชื่อที่ถูกต้อง ในเรื่อง ประวัติศาสตร์ ในเรื่องชาติพันธุ์ ในเรื่องศาสนา เพราะฉะนั้นผมมองว่ากระทรวงวัฒนธรรม นี่แหละครับจะเปึนกระทรวงหลัก จะเปึนความคิดหลัก จะเปึนกระแสหลักในการที่จะแก้ไข ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนความมั่นคง ความสงบปลอดภัยนั้นเปึนกรณีเสริม เท่านั้นเอง เพราะเด็ก เยาวชนกลุ่มหนึ่งยังถูกรีครูต (Recruit) มา ยังถูกหล่อหลอมมาด้วย วิธีคิดที่ผิด ๆ ในทางวัฒนธรรมแล้ว มันก็จะกลายเปึนปัญหาไม่จบสิ้น มันไม่ใช่ต่อสู้กันมาวัน ๒ วัน ตั้งแต่ป้ ๒๔๕๒ ตั้งแต่เราทําสนธิสัญญากับประเทศอังกฤษ ณ วันนี้ ๑๐๐ กว่าป้แล้วครับ